วิเคราะห์: 1 ล้านล้านบาทจากเงา — BND แฉขาดดุลรัสเซียหนักกว่าที่คิด อาจเขย่าอนาคตสงคราม
จากหน่วยข่าวกรองเยอรมนี — รัสเซียอาจมี "ขาดดุลเงา" ทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
หน่วยข่าวกรองสหพันธ์เยอรมนี (BND) ตอกย้ำข้อสงสัยที่มีมานาน ระบุว่าขาดดุลงบประมาณจริงของรัสเซียในปี 2025 อาจพุ่งสูงกว่าตัวเลขทางการที่มอสโกพยายามแสดงถึงราว 2.7 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
ถ้าการประเมินนี้แม่นยำ นั่นหมายถึงขาดดุลจริงจะ สูงกว่าตัวเลขที่เปิดเผยถึง 30% เลยทีเดียว นี่คือสัญญาณอันตรายสำหรับตลาด เพราะนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวถูกปิดเป็นความลับ ทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ต่างต้องควานหาข้อมูลจากทางอ้อมและอาศัยข่าวกรองเป็นหลัก
ตัวเลขทางการก็แทบไม่รอด — ขาดดุลหนักสุดนับตั้งแต่โควิดระบาด
ลองละเลยข้อมูลลับแล้วหันมาดูตัวเลขที่มอสโกยอมรับเอง สถานการณ์การคลังก็ยังน่าหวั่นใจไม่แพ้กัน รัฐบาลรัสเซียรายงานขาดดุลงบประมาณปี 2025 ที่ราว 5.6 ล้านล้านรูเบิล (ราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์) คิดเป็น ~2.6% ของ GDP ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่การระบาดใหญ่
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขนาดของขาดดุลเท่านั้น แต่เป็น แนวโน้ม ที่น่ากลัวยิ่งกว่า รายจ่ายทางทหารพุ่งทะยานไม่หยุดหย่อน สวนทางกับรายได้จากน้ำมันและก๊าซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศที่กลับหดตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่องว่างทางการคลังขยายตัวกว้างขึ้นทุกที
รายได้น้ำมันทรุด — แผลเหวอะหวะจากคว่ำบาตรและ "ราคาเพื่อนรัก"
น้ำมันและก๊าซธรรมชาติคือหัวใจของงบประมาณรัสเซีย คิดเป็นราว 1 ใน 4 ถึง 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด พอเส้นเลือดใหญ่ส่วนนี้ตีบตัน การคลังก็ทรุดฮวบในทันที สาเหตุหลักๆ ที่รายได้หายไป:
- มาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตก — ปิดทางส่งออก แย่งลูกค้ารายใหญ่
- ส่วนลดราคาขยี้กำไร — รัสเซียจำใจต้องเทขายน้ำมันให้อินเดียและจีนในราคาที่ต่ำกว่าตลาดมาก เพื่อรั้งลูกค้าไว้
- ต้นทุนโลจิสติกส์พุ่ง — ค่าขนส่งและประกันภัยแพงขึ้นมหาศาลจากข้อจำกัดต่างๆ
แม้ราคาน้ำมันโลกจะผงกหัวขึ้น แต่รัสเซียกลับ ไม่ได้รับอานิสงส์เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะยังต้องขายในราคาต่ำกว่า Brent crude อย่างน่าใจหาย ปัจจุบันทำได้แค่ราว $40-45 ต่อบาร์เรล เท่านั้น
รูเบิลแข็งโป๊ก — ฟังแล้วน่ายินดี แต่แท้จริงคือยาพิษชั้นดี
เรามองว่านี่คืออีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ตลาดมักมองข้ามไป โดยทั่วไปแล้วสกุลเงินแข็งค่าย่อมเป็นเรื่องดี แต่สำหรับรัสเซียแล้ว รูเบิลที่แข็งกลับกลายเป็นตัวซ้ำเติมปัญหาการคลังให้หนักข้อขึ้น
เรื่องมันมีอยู่ว่า รายได้จากน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในรูป ดอลลาร์สหรัฐ พอต้องนำมาแปลงเป็นรูเบิลเพื่อเข้าคลัง รูเบิลที่แข็งค่าขึ้นกลับหมายถึงรัฐบาลได้เงินรูเบิลน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น:
- งบประมาณปี 2026 — ตั้งสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ ~92 รูเบิล/$1
- อัตราปัจจุบัน — กลับซื้อขายกันอยู่ที่ราว ~79 รูเบิล/$1
ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นอยู่ตอนนี้ นักวิเคราะห์คำนวณว่ารัสเซียต้องขายน้ำมันให้ได้ถึง $70 ต่อบาร์เรล จึงจะสามารถทำรายได้ตามเป้างบประมาณได้ — แต่ราคาจริงกลับทำได้แค่ $40-45 ซึ่งห่างไกลจากเป้าที่ตั้งไว้ลิบลับ
ดอกเบี้ย 15.5% — ดาบสองคมที่เชือดคอภาคธุรกิจ สร้าง "วงจรอุบาทว์"
ธนาคารกลางรัสเซียตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสูงถึง 15.5% เพื่อหวังจะสกัดเงินเฟ้อและค้ำยันเสถียรภาพค่าเงิน แต่ดาบคมนี้กลับบาดลึกถึงเนื้อแท้ของภาคเศรษฐกิจจริง:
- ธุรกิจหมดแรงลงทุน — ต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงจนกิจการไหนก็ไม่กล้าขยับขยาย
- หลายบริษัทล้มคว่ำ — ต้องแบกรับภาระหนี้ดอกเบี้ยแพง ซ้ำเติมให้สถานะการเงินยิ่งร่อแร่ จนกลายเป็น "วงจรอุบาทว์" ที่แก้ไม่ตก
- เศรษฐกิจชะงักงัน — ดอกเบี้ยสูงอาจช่วยประคองเสถียรภาพการเงินได้ในระยะสั้น แต่คือเบรกมือที่ดึงการเติบโตของประเทศเอาไว้แน่นหนา
การใช้จ่ายผู้บริโภคแผ่ว — ยอดค้าปลีกโตแค่ 0.7% ต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2023
สัญญาณชัดที่ตอกย้ำภาวะอึมครึมคือ ยอดค้าปลีก เดือนมกราคมที่ขยับขึ้นเพียง 0.7% เทียบรายปี ซึ่งเป็นการเติบโตที่แผ่วที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023
ตัวเลขนี้สะท้อนว่าชาวรัสเซียเริ่มรัดเข็มขัดอย่างเห็นได้ชัด ภายใต้แรงบีบจากดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว ราคาสินค้าที่แพงขึ้นไม่หยุด และอนาคตเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อกำลังซื้อหดหาย การบริโภคภาคเอกชนก็ทรุดลง กลายเป็นอีกหนึ่งแรงฉุดที่ถ่วงเศรษฐกิจไม่ให้เดินหน้า
น้ำมันขึ้นเพราะอิหร่าน — รัสเซียได้แค่เศษเสี้ยว ไม่ช่วยอะไร
นักวิเคราะห์บางคนอาจมองว่าราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลางจะมาช่วยรัสเซียได้ แต่เรามองว่าประโยชน์ที่รัสเซียจะได้รับนั้น มีจำกัดมาก เพราะประเทศยังต้องต่อสู้กับปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้านพร้อมๆ กัน:
- ส่วนลดราคาหนักอึ้ง — ยังไงก็ต้องขายน้ำมันในราคาที่ต่ำกว่าตลาดโลกอยู่ดี
- ปริมาณส่งออกหด — ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์และมาตรการคว่ำบาตรรุมเร้า
- รายจ่ายทหารผลาญงบ — งบประมาณส่วนใหญ่ถูกเทไปกับการทำสงครามอย่างรวดเร็ว
นี่จึงหมายความว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะดีดตัวขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ แต่เม็ดเงินที่รัสเซียจะได้รับจริงก็ยังไม่มากพอที่จะมาอุดรอยรั่วทางการคลังที่มโหฬารนี้ได้
เงินเก็บถูกงัดออกมาใช้ — กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติร่อยหรอ กันชนเหลือน้อยลงทุกที
เพื่อประคองสภาพคล่องของงบประมาณ รัสเซียจำต้องงัดเอา กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (National Wealth Fund) ออกมาใช้เป็นเครื่องมือหลัก โดยดึงเงินสำรองมหาศาลมาอุดรอยโหว่ของขาดดุลที่ถ่างกว้างขึ้นไม่หยุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเร่งออกพันธบัตรรัฐบาลในประเทศ และมีข่าวลือว่าทองคำสำรองบางส่วนก็ถูกนำออกขายแล้วด้วย
มาตรการเหล่านี้เป็นเพียง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ที่ช่วยประคองสถานการณ์ได้ในระยะสั้น แต่ห่างไกลจากความยั่งยืน หากตัวเลขขาดดุลจริงสูงกว่าตัวเลขทางการหลายหมื่นล้านดอลลาร์ตามที่ BND แฉออกมาจริง กันชนทางการเงินเหล่านี้ก็อาจ หมดลงเร็วกว่าที่ใครๆ คาดคิดไว้มาก
บทสรุป: งบประมาณรัสเซียพังทลาย — มหาอำนาจกระเป๋าแฟ่บ สงครามถึงจุดพลิกผัน?
มองภาพรวมแล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจของรัสเซียกำลังถูกรุมเร้าด้วยแรงกดดันรอบด้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน:
- ขาดดุลซ่อนเร้น — ตัวเลขจริงอาจสูงกว่าที่มอสโกอ้างถึง 30%
- รายได้พลังงานลดฮวบ — โดนทั้งมาตรการคว่ำบาตรและส่วนลดราคาเล่นงาน
- รูเบิลแข็งค่า — กลายเป็นดาบสองคมที่ลดทอนรายได้ภาษีจากดอลลาร์
- ดอกเบี้ย 15.5% — สกัดธุรกิจและการลงทุนจนแทบหยุดนิ่ง
- การบริโภคอ่อนแอ — ยอดค้าปลีกต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2023 สะท้อนกำลังซื้อหด
- กันชนการเงินร่อยหรอ — กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติถูกงัดใช้ไม่หยุด
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมองว่า "วิกฤตการเงิน" ในรัสเซียไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่คือแรงบีบมหาศาลที่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสงครามยูเครน แม้เครมลินจะพยายามแสดงความเข้มแข็ง แต่หากงบประมาณยังคงร่วงเหวเช่นนี้ การพยุงกำลังพลและเศรษฐกิจไปพร้อมกันย่อมเป็นเรื่องที่ยากขึ้นทุกวัน
เราเชื่อว่าสถานการณ์นี้จะบีบให้รัสเซียต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ อาจเป็นการลดทอนความเข้มข้นของการสู้รบ หรือพยายามหาทางออกทางการทูตมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน มหาอำนาจที่กระเป๋าแฟ่บก็ย่อมไม่อาจยืนหยัดทำสงครามต่อไปได้ในระยะยาว — นี่คือจุดที่ตลาดพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกอาจต้องเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
