วิเคราะห์: สงครามอิหร่านลากยาว น้ำมันทะลุ $100 ตลาดทั่วโลกสั่นสะเทือน
น้ำมันทะลุ $100 — สัญญาณเตือนที่ตลาดมองข้ามไม่ได้อีกแล้ว
เรามองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียขณะนี้ไม่ใช่แค่ข่าวสงครามอีกรอบ แต่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะกำหนดทิศทางตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรลแล้ว สัญญาน้ำมันดิบโอมานบางตลาดวิ่งไปแตะ $120-130 ต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงพร้อมกัน และ bond yield กลับมาพุ่งอีกครั้งจนลบกำไรทั้งปี 2026 หมดเกลี้ยง
ทีมวิเคราะห์เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความตื่นตระหนกชั่วคราว — มันคือการตั้งราคาใหม่ของความเสี่ยงด้านพลังงานระดับโลก
ความรุนแรงขยายวงกว้างกว่าที่คาด
ข้อเท็จจริงที่ตลาดกำลังรับมือคือสงครามอิหร่านไม่ได้จำกัดอยู่ในอิหร่านอีกต่อไป เรือบรรทุกน้ำมัน 6 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในช่องแคบฮอร์มุซ เรือบางลำถูกไฟไหม้ เรือสินค้าถูกยิงจนลูกเรือสูญหาย โดรนยังถล่มคลังเก็บน้ำมันในโอมานจนทำให้ทางการต้องสั่งอพยพเรือออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมัน
แต่สิ่งที่ทำให้เราเป็นห่วงมากที่สุดคือขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้ง มีรายงานการโจมตีด้วยโดรนในคูเวต และใน UAE โดรนโจมตีตึกที่พักอาศัยระฟ้าในดูไบจนต้องอพยพครั้งใหญ่ นี่ไม่ใช่สงครามที่อยู่ในกรอบอีกต่อไป มันกระจายข้ามหลายประเทศแล้ว ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพื้นที่พลเรือน
ช่องแคบฮอร์มุซ — คอขวดที่กำหนดชะตาตลาดพลังงาน
หัวใจของปัญหาอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ช่องทางน้ำแคบ ๆ ที่น้ำมันประมาณ 20% ของอุปทานทั่วโลกต้องผ่านทุกวัน โอมานตั้งอยู่ติดกับช่องแคบนี้ และเมื่อท่าเรือส่งออกน้ำมันของโอมานถูกสั่งอพยพ มันส่งสัญญาณชัดเจนว่าเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลกกำลังถูกคุกคามโดยตรง
IEA สั่งปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงกลยุทธ์ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว แต่ตลาดยังไม่เชื่อว่าจะเพียงพอ ถ้าการโจมตีเรือขนส่งยังดำเนินต่อไปหรือโครงสร้างพื้นฐานส่งออกเสียหายหนัก ปริมาณน้ำมันจริง ๆ ในตลาดจะเริ่มลดลง และเมื่อถึงจุดนั้นราคาจะวิ่งเร็วมาก
ตลาดการเงินสั่นสะเทือนทั่วหน้า
ผลกระทบไม่ได้จบแค่ตลาดน้ำมัน ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงจากแรงเทขายที่เกิดจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่พุ่ง แต่สิ่งที่ทีมวิเคราะห์เป็นห่วงมากกว่าคือตลาดพันธบัตร กำไรทั้งหมดของตลาดพันธบัตรในปี 2026 หายไปหมดแล้ว
กลไกค่อนข้างตรงไปตรงมา:
- น้ำมันแพง → เงินเฟ้อสูงขึ้น — ต้นทุนพลังงานส่งผ่านไปยังต้นทุนขนส่ง การผลิต และอาหาร
- เงินเฟ้อสูง → นักลงทุนเทขายพันธบัตร — ราคาพันธบัตรตก yield พุ่ง
- yield สูง → รัฐบาลที่มีหนี้มหาศาลลำบาก — สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และหลายประเทศในยุโรปที่มีหนี้สาธารณะสูงอยู่แล้ว จะเผชิญต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
มุมมองของเราคือถ้าสถานการณ์นี้ลากยาว เราอาจเห็นวิกฤต bond yield รอบใหม่ที่จะกดดันนโยบายการคลังของหลายประเทศ
รัสเซียได้ประโยชน์โดยไม่ต้องทำอะไร
ผลข้างเคียงที่น่าสนใจที่สุดจากสงครามนี้คือผลกระทบต่อสงครามในยูเครน ยูเครนออกมาเตือนแล้วว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอาจเพิ่มรายได้จากการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก
เรามองว่านี่คือสถานการณ์ที่สงครามในตะวันออกกลางจบลงด้วยการหนุนสงครามในยุโรปโดยไม่ตั้งใจ เงินจากน้ำมันที่แพงขึ้นจะไหลเข้ารัสเซียโดยตรง เสริมศักยภาพในการสู้รบต่อ และอาจยืดเยื้อความขัดแย้งในยูเครนออกไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น Donald Trump เพิ่งส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง รัสเซียจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด นี่คือจุดที่ภูมิรัฐศาสตร์หลายด้านมาบรรจบกันและสร้างผลกระทบที่ซับซ้อนต่อตลาด
หยุดยิงไม่ง่ายอย่างที่คิด
Trump พยายามสร้างความมั่นใจให้ตลาดโดยกล่าวว่าความขัดแย้งใกล้จะจบลง แต่สัญญาณจากฝั่งอิหร่านบอกเรื่องที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าจะยอมหยุดยิงก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลให้คำมั่นสัญญาผูกพันว่าจะไม่โจมตีอิหร่านอีก พูดง่าย ๆ คือต้องการหลักประกันความมั่นคงถาวร
ทีมวิเคราะห์เห็นว่าโอกาสที่ทั้งอิสราเอลและสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขแบบนี้แทบเป็นศูนย์ ซึ่งหมายความว่าโอกาสหยุดยิงในระยะสั้นต่ำมาก
ปริศนาผู้นำใหม่ของอิหร่าน
อีกหนึ่งตัวแปรที่เพิ่มความไม่แน่นอนคือสถานการณ์ผู้นำอิหร่าน หลังจากผู้นำสูงสุดคนเดิมเสียชีวิตจากการโจมตีตอนต้นสงคราม ทางการอิหร่านประกาศให้บุตรชายขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ แต่นับจากวันนั้นไม่มีการปรากฏตัวต่อสาธารณะ ไม่มีสุนทรพจน์ ไม่มีภาพถ่ายยืนยันแม้แต่ภาพเดียว
นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจเสียชีวิตในการโจมตีเดียวกันกับบิดา เนื่องจากอาจเข้าร่วมประชุมสงครามเดียวกัน ทฤษฎีที่น่าสนใจคืออิหร่านอาจประกาศชื่อผู้นำที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะสหรัฐฯ และอิสราเอลประกาศว่าจะตามล่าผู้นำคนใหม่ทุกคน การตั้งผู้นำที่ไม่มีตัวตนอยู่แล้วจะทำให้การคุกคามนั้นไร้ผล
ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร การที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ ว่าผู้นำคนใหม่มีชีวิตอยู่ สร้างคำถามใหญ่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังในเตหะราน และเพิ่มอีกชั้นหนึ่งของความไม่แน่นอนให้ตลาดต้องรับมือ
มุมมองของเราต่อสถานการณ์นี้
เราสรุปภาพรวมได้ดังนี้:
- ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันสูงขึ้นชัดเจน — การโจมตีเรือขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวเปอร์เซียขยายวงอย่างต่อเนื่อง
- ตลาดการเงินเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง — ทั้งหุ้นร่วงและ bond yield พุ่ง กดดันทั้งสองฝั่งพร้อมกัน
- เงินเฟ้อรอบใหม่กำลังก่อตัว — น้ำมันแพงจะส่งผ่านไปยังต้นทุนทุกภาคส่วน
- รัสเซียเป็นผู้ได้ประโยชน์ — รายได้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นหนุนศักยภาพทางสงครามโดยตรง
- หยุดยิงไม่มีทีท่าจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ — เงื่อนไขของอิหร่านแทบเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะรับ
ถ้าการโจมตีเส้นทางเดินเรือยังดำเนินต่อไป หรือโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันหลักเสียหายหนัก โลกอาจเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรงกว่าที่ตลาดกำลังตั้งราคาอยู่ในขณะนี้
