ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: วิกฤตฮีเลียมที่โลกมองข้าม — ไม่มีสารทดแทน ไม่มีสำรอง และซ่อม 5 ปี

ฮีเลียม 33% ของอุปทานโลกหายไปแล้ว ไม่มีสารทดแทน ไม่มีกำลังการผลิตสำรองที่จะเร่งขึ้นมาได้ สหรัฐฯ ขายคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกไปแล้วในปี 2567 ขณะที่จีนและรัสเซียยังมี ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าวิกฤตฮีเลียมเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ถูกมองข้ามมากที่สุดจากสงครามอิหร่าน เพราะผลกระทบจะกินเวลานานกว่าราคาน้ำมัน และแม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิด ปัญหาก็ไม่จบ

ไม่มีสารทดแทน — จุดที่ฮีเลียมต่างจากน้ำมัน

น้ำมันยังพอหาจากแหล่งอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็น West Texas, Guyana หรือทะเลเหนือ แต่ฮีเลียม ไม่มีสิ่งทดแทน ไม่สามารถใช้ไนโตรเจน ออกซิเจน หรืออาร์กอนแทนได้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไม่สามารถใช้แทนในเครื่อง MRI ได้ และไม่สามารถใช้ไฮโดรเจนแทนได้เพราะเสี่ยงระเบิด

ฮีเลียมเป็นผลพลอยได้จากการแปรรูปก๊าซธรรมชาติ ราว 98% ของฮีเลียมทั่วโลกมาจากกระบวนการ LNG ผู้ผลิตหลักมีเพียงไม่กี่ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ กาตาร์ แอลจีเรีย และรัสเซีย เพราะการผลิตมีความซับซ้อนสูง ต้นทุนแพง และต้องหาแหล่งทรัพยากรที่เหมาะสม

สหรัฐฯ ขายคลังสำรองทิ้งในปี 2567 — จีนและรัสเซียยังมี

จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ สหรัฐฯ เคยมีคลังสำรองฮีเลียมเชิงยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Cliffside ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวรักษาเสถียรภาพของอุปทาน หากโรงงานหลักอย่าง ExxonMobil ที่ LaBarge หยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุง Cliffside ก็ยังส่งฮีเลียมได้ต่อเนื่อง

แต่ในปี พ.ศ. 2567 รัฐสภาสหรัฐฯ สั่งให้ขายคลังสำรองนี้ให้เอกชนต่างชาติ ทั้งที่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมหลายคนคัดค้าน ตอนนี้สหรัฐฯ ไม่มีคลังสำรองฮีเลียมเชิงยุทธศาสตร์ อีกต่อไป ขณะที่จีนและรัสเซียยังมี รัสเซียยังสร้างโรงงานแปรรูปฮีเลียม Amur ติดกับฐานปล่อยจรวดแห่งใหม่ Vostochny Cosmodrome เพราะรู้ดีว่าฮีเลียมจำเป็นสำหรับโครงการอวกาศ

ผู้เชี่ยวชาญถูกเรียกเข้า Pentagon — ระดับความเสี่ยงต่อความมั่นคงชาติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านฮีเลียมระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมถูกเรียกเข้าประชุมที่ Pentagon เพราะวิกฤตนี้กระทบความมั่นคงของชาติโดยตรง ฮีเลียมจำเป็นสำหรับการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ ชิปที่ใช้ใน F-15 และระบบขีปนาวุธ Patriot หากไม่มีฮีเลียม อุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งหมดจะหยุดชะงัก

Pentagon กำลังพิจารณาหลายทางเลือก ทั้งการสร้างโรงงานทำเหลว [liquefier] เพิ่ม การสนับสนุนบริษัทสำรวจฮีเลียมรายเล็ก และการป้องกันไม่ให้รัสเซียทุ่มตลาดเพื่อทำลายการเติบโตของการผลิตฮีเลียมในสหรัฐฯ

ราคาฮีเลียมกำลังพุ่งสู่สถิติสูงสุด — จาก 5 เซนต์สู่ $2.50 ต่อลูกบาศก์ฟุต

ราคาฮีเลียมมีประวัติผันผวนรุนแรง ย้อนไปปี ค.ศ. 1991 ราคาอยู่ที่ 5 เซนต์ต่อลูกบาศก์ฟุต หลังจากวิกฤตขาดแคลนครั้งก่อน ราคาลงมาอยู่ที่ 38-48 เซนต์ แต่ในช่วงขาดแคลนหนัก ราคาพุ่งถึง $2.50 ต่อลูกบาศก์ฟุต

ตอนนี้ราคาฮีเลียม เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว แล้วนับตั้งแต่กาตาร์หยุดผลิต และผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าราคาจะกลับไปสู่จุดสูงสุดเดิมอย่างแน่นอน มีการประกาศ force majeure จากผู้ผลิตรายหนึ่งแล้ว และจะมีเพิ่มอีก จดหมาย allocation ที่จำกัดปริมาณการส่งมอบถูกส่งออกไปแล้ว

ห่วงโซ่ผลกระทบ — จาก MRI ถึง Nintendo Switch ถึงจรวด SpaceX

ผลกระทบจากการขาดแคลนฮีเลียมกว้างขวางกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

  • อุปกรณ์การแพทย์: เครื่อง MRI ต้องใช้ฮีเลียมเหลวในการทำความเย็นแม่เหล็กตัวนำยิ่งยวด ไม่มีสารทดแทน
  • เซมิคอนดักเตอร์: ฮีเลียมใช้ในหลายขั้นตอนของการผลิตชิป ทั้ง NVIDIA, Broadcom, TSMC ล้วนต้องการ
  • สายไฟเบอร์ออปติก: ฮีเลียมใช้ในกระบวนการผลิต
  • อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค: ผู้บริโภคจะเริ่มรู้สึกผลกระทบอย่างรวดเร็ว ราคาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะขึ้น
  • การปล่อยจรวด: Artemis ใช้ฮีเลียมมูลค่า 1.5 ล้านดอลลาร์ ในการปล่อยครั้งเดียว SpaceX, Blue Origin และหน่วยงานอวกาศทั่วโลกล้วนต้องการฮีเลียม หากอุปทานขาด จำนวนการปล่อยจรวดต่อปีอาจลดลงครึ่งหนึ่ง

ที่น่ากังวลคือสหรัฐฯ มี ความเสี่ยงกระจุกตัว [concentration risk] ด้านฮีเลียม หากแหล่งผลิตหลักอย่าง LaBarge ในรัฐ Wyoming หยุดเดินเครื่อง ฮีเลียม 20% ของอุปทานโลกจะหายไป

ไม่มีทางแก้ระยะสั้น — 6-16 เดือนแค่สร้างโรงงานใหม่

คำตอบที่ตรงที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญคือ ไม่มีทางแก้ระยะสั้น การสร้างโรงงานแปรรูปฮีเลียมแบบก๊าซใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน หากหาแหล่งทรัพยากรได้ แต่การสร้างโรงงานทำเหลว [liquefier] สำหรับฮีเลียมเหลวที่อุตสาหกรรมต้องการจริงๆ ใช้เวลา 16 เดือน และต้นทุน 50 ล้านดอลลาร์

ที่สำคัญกว่านั้น แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดพรุ่งนี้ ปัญหาฮีเลียมก็ไม่จบ เพราะ โรงงานในกาตาร์ถูกทำลาย กาตาร์ระบุเองว่าต้องใช้เวลา 3-5 ปี ในการซ่อมแซม นี่คือจุดที่ฮีเลียมต่างจากน้ำมันอย่างสิ้นเชิง น้ำมันจะกลับมาเมื่อช่องแคบเปิด แต่ฮีเลียมจะขาดแคลนต่อไปอีกหลายปี

ความย้อนแย้งของ CHIPS Act — สร้างโรงงานชิปแต่ไม่มีฮีเลียมป้อน

ทันข่าวลงทุนมองว่าจุดที่ย้อนแย้งที่สุดคือ สหรัฐฯ ใช้เงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ผ่าน CHIPS Act เพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาไต้หวันและจีน แต่ทั้งหมดนั้นไม่มีความหมายหากไม่มีฮีเลียม

อุตสาหกรรมฮีเลียมเรียกร้องมาหลายปีให้รัฐบาลนำฮีเลียมกลับเข้าสู่ รายชื่อแร่ธาตุสำคัญ [critical minerals list] ที่ถูกถอดออกไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน และเรียกร้องให้สร้างคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หากไม่มีอุปทานฮีเลียมที่มั่นคง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไม่สามารถวางแผนขยายธุรกิจได้ อุตสาหกรรม AI ที่ต้องการชิปมากขึ้นเรื่อยๆ จะถูกชะลอ และความมั่นคงของชาติจะถูกกระทบโดยตรง

มุมมองทันข่าวลงทุน

ทันข่าวลงทุนประเมินว่าวิกฤตฮีเลียมเป็นผลกระทบจากสงครามอิหร่านที่จะ อยู่นานที่สุด น้ำมันจะกลับมาเมื่อช่องแคบเปิดและบ่อน้ำมันฟื้นกำลังการผลิต แต่ฮีเลียมจากกาตาร์จะหายไปอย่างน้อย 3-5 ปี ไม่มีสารทดแทน ไม่มีคลังสำรองของสหรัฐฯ อีกต่อไป ไม่มีกำลังการผลิตสำรอง และไม่มีทางแก้ระยะสั้น

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในโลก ตั้งแต่การแพทย์ เซมิคอนดักเตอร์ การป้องกันประเทศ ไปจนถึงอวกาศ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับธาตุที่เบาที่สุดในจักรวาล ที่คนส่วนใหญ่รู้จักแค่ว่าใช้เป่าลูกโป่ง

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: อิหร่านเปิดฉากสงครามเศรษฐกิจ — โจมตีโครงสร้างพลังงาน 40 แห่งใน 9 ประเทศ

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อิหร่านโจมตีโรงงานปิโตรเคมีในอาบูดาบีจนต้องระงับการผลิตหลังเกิดเพลิงไหม้หลายจุด และยิงโดรนโจมตีสำนักงานใหญ่ของบริษัทน้ำมันแห่งชาติคูเวต [Q8] จนไฟลุกท่วม ทีมวิเคราะห...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: แล้วถ้า Trump ต้องการให้ระบบเดิมพัง? ความโกลาหลที่อาจคำนวณมาแล้ว

ขณะที่ผู้นำออสเตรเลียและอังกฤษแถลงต่อประชาชนว่าราคาน้ำมันจะขึ้นและขอให้เตรียมรับความเจ็บปวด Donald Trump แถลงต่อชาติอเมริกันว่าจะถล่มอิหร่านให้กลับไปยุคหิน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่ามีมุมมองหนึ่งท...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: วิกฤตพลังงานถล่มเอเชีย — ฟิลิปปินส์ประกาศฉุกเฉิน เกาหลีนอนไม่หลับ จีนรอดเพราะเตรียมตัว

น้ำมันและ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 84% มุ่งหน้าสู่เอเชีย ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสงครามอิหร่าน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าวิกฤตครั้งนี้เผยให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเ...

อ่านเพิ่มเติม →