วิเคราะห์: วิกฤตพลังงานถล่มเอเชีย — ฟิลิปปินส์ประกาศฉุกเฉิน เกาหลีนอนไม่หลับ จีนรอดเพราะเตรียมตัว
น้ำมันและ LNG ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 84% มุ่งหน้าสู่เอเชีย ทำให้ภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสงครามอิหร่าน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าวิกฤตครั้งนี้เผยให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประเทศที่เตรียมตัว กับประเทศที่ไม่ได้เตรียม และบทเรียนนี้มีความหมายโดยตรงสำหรับไทย
ดินแดนที่ไม่เคยเหยียบ — เอเชียเปราะบางกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
วิกฤตน้ำมันจากตะวันออกกลางเคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต แต่ครั้งก่อนๆ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่ได้อุตสาหกรรมถึงระดับที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากฮอร์มุซมากขนาดนี้ ตอนนี้เอเชียเป็น ภูมิภาคผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก และพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซอย่างหนัก ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง 95% เกาหลีใต้ 70% ฟิลิปปินส์เกือบ 100%
เมื่อช่องแคบถูกปิด ผลกระทบจึงรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้น เพราะระดับการพึ่งพาสูงกว่าเดิมมาก
ฟิลิปปินส์ — ประเทศแรกที่ประกาศฉุกเฉินด้านพลังงาน
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน เหตุผลชัดเจน ฟิลิปปินส์นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางราว 90-100% ของความต้องการ มีน้ำมันสำรองเพียง ไม่กี่สัปดาห์
ค่าเงินเปโซอ่อนค่าลงสู่ระดับราว 61 เปโซต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เสื่อมถอยอย่างน่ากังวล เงินเฟ้อพุ่ง ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภทขึ้น ต้นทุนขนส่งพุ่ง และประชาชนกำลังเดือดร้อน
ที่ซ้ำเติมคือฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรทางทหารของสหรัฐฯ ผ่านสนธิสัญญาป้องกันร่วม ทำให้อิหร่านไม่เป็นมิตรกับฟิลิปปินส์ในการเจรจาเข้าถึงช่องแคบ กระทรวงการต่างประเทศของฟิลิปปินส์กำลังพยายามทูตกับอิหร่านเพื่อให้เรือผ่านฮอร์มุซได้ แต่สถานะพันธมิตรสหรัฐฯ ทำให้การเจรจายากลำบาก
เกาหลีใต้ — มีเบาะรองรับแต่กำลังจะหมด
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยอมรับว่าวิกฤตนี้ทำให้นอนไม่หลับ สถานการณ์ยังไม่เฉียบพลันเท่าฟิลิปปินส์ เพราะเกาหลีใต้มีข้อได้เปรียบหลายจุด มี คลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ที่กำลังปล่อยออกมา มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี มีรถไฟฟ้าและรถบัสไฟฟ้า และเมืองมีความหนาแน่นสูงทำให้คนเดินไปทำงานได้
แต่ราคาน้ำมันที่ปั๊มก็พุ่งขึ้นแล้ว และหากช่องแคบไม่เปิดภายใน 6 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นการขึ้นราคาอย่างรุนแรง หรืออาจถึงขั้นขาดแคลน
จีน — รอดเพราะเตรียมตัวมาหลายปี
ทันข่าวลงทุนมองว่าจีนอยู่ในสถานะที่ดีกว่าประเทศอื่นในเอเชียอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะโชค แต่เพราะ เตรียมตัวมาหลายปี
จีนกังวลเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานมานาน จึงกระจายแหล่งนำเข้าอย่างเป็นระบบ นำเข้าจากเอเชียกลาง รัสเซีย ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลางเป็นแหล่งเดียว
เมื่อสงครามเริ่ม จีนปล่อยน้ำมันสำรอง หยุดส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมัน ราคาน้ำมันในจีนขึ้นแต่ ปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ที่สำคัญ อิหร่านอนุญาตให้เรือจีนผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่จับต้องได้
จีนยังใช้วิกฤตนี้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เร่งพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และนิวเคลียร์ มองว่าเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว
ประเทศอื่นในเอเชีย — ภาพที่หลากหลาย
ญี่ปุ่น พึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลาง 95% กำลังใช้มาตรการประหยัดพลังงานและเร่งรีสตาร์ทเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อินเดีย เผชิญวิกฤตก๊าซหุงต้ม นายกรัฐมนตรีโมดีแถลงต่อประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนก ศรีลังกา ประกาศให้ทุกวันพุธเป็นวันหยุดราชการและปันส่วนเชื้อเพลิง ปากีสถาน และ บังกลาเทศ ปิดสถาบันอุดมศึกษาเพื่อประหยัดพลังงาน
แต่ละประเทศรับมือตามศักยภาพของตัวเอง ประเทศที่มีน้ำมันสำรอง ระบบขนส่งสาธารณะดี และแหล่งนำเข้าที่กระจาย จะทนได้นานกว่า ประเทศที่พึ่งพาแหล่งเดียวและมีสำรองน้อย จะรู้สึกผลกระทบเร็วและแรงกว่า
New Normal — อิหร่านอาจควบคุมฮอร์มุซถาวร
ประเด็นที่นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มพูดถึงคือ แม้สงครามจะจบ อิหร่านอาจรักษาอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไว้ ในฐานะ new normal อิหร่านมีข้อได้เปรียบในการเจรจาเพราะพิสูจน์แล้วว่าสามารถปิดช่องแคบและทำให้เศรษฐกิจโลกเดือดร้อนได้จริง
หากสหรัฐฯ ซึ่งมีกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ได้ ก็ไม่มีประเทศหรือกลุ่มพันธมิตรอื่นใดที่จะทำได้ ประเทศต่างๆ อาจต้องยอมรับความจริงนี้และปรับตัว
มีการประเมินว่า Trump อาจยุติปฏิบัติการทางทหารภายใน 2-3 เดือน เพราะแรงกดดันจากการเลือกตั้ง แล้วปล่อยให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัญหาของประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งจะสร้างสถานการณ์ใหม่ที่ทุกประเทศต้องรับมือเอง
วิกฤตเป็นตัวเร่ง — การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะเร็วขึ้น
ทันข่าวลงทุนมองว่าผลพวงที่สำคัญที่สุดของวิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่ราคาน้ำมันที่พุ่ง แต่เป็น การเร่งตัวของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ทั่วเอเชีย
ประเทศที่เคยลังเลในการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและนิวเคลียร์ จะถูกบังคับให้ลงทุนเร็วขึ้น เพราะวิกฤตครั้งนี้พิสูจน์ว่าการพึ่งพาแหล่งพลังงานเดียวที่ผ่านจุดคอขวดจุดเดียว เป็นความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป
จีนที่เตรียมตัวมาก่อนกำลังได้ประโยชน์จากการขายเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ทั้งแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และรถ EV ให้กับประเทศที่ต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน วิกฤตน้ำมันจึงกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับจีนอีกทาง
มุมมองทันข่าวลงทุน — บทเรียนสำหรับไทย
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นกระจกสะท้อนที่ชัดเจนว่า การเตรียมตัวด้านพลังงานคือทุกอย่าง จีนที่กระจายแหล่งนำเข้ามาหลายปีรอดได้ เกาหลีที่มีสำรองและระบบขนส่งสาธารณะยังพอทน ฟิลิปปินส์ที่พึ่งพา 100% จากแหล่งเดียวกำลังล้มครืน
ไทยอยู่ตรงกลาง มีแหล่งพลังงานในอ่าวไทยและพม่าบ้าง แต่ยังพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางสูง คำถามสำหรับไทยคือ เราเตรียมตัวมากพอหรือยัง มีน้ำมันสำรองเพียงพอหรือไม่ มีแผนกระจายแหล่งนำเข้าหรือยัง และมีเส้นทางเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจนแค่ไหน เพราะวิกฤตครั้งนี้สอนว่า เมื่อช่องแคบปิด ทุกอย่างเปลี่ยนข้ามคืน และประเทศที่ไม่ได้เตรียมตัวจะจ่ายราคาแพงที่สุด
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
