ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: แล้วถ้า Trump ต้องการให้ระบบเดิมพัง? ความโกลาหลที่อาจคำนวณมาแล้ว

ขณะที่ผู้นำออสเตรเลียและอังกฤษแถลงต่อประชาชนว่าราคาน้ำมันจะขึ้นและขอให้เตรียมรับความเจ็บปวด Donald Trump แถลงต่อชาติอเมริกันว่าจะถล่มอิหร่านให้กลับไปยุคหิน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่ามีมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจกำลังถูกพูดถึงในแวดวงนักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ นั่นคือ สิ่งที่ดูเหมือนความโกลาหลอาจเป็นยุทธศาสตร์ที่คำนวณมาแล้ว

สัญญาณการบุกทางบก — ตัวชี้วัดที่ไม่ธรรมดา

สหรัฐฯ มีทหาร 5 หมื่นนาย ในตะวันออกกลางแล้ว มีจดหมายจากผู้บัญชาการถึงกองหนุนให้เตรียมพร้อมในการส่งกำลัง สู้ และชนะ มีรายงานว่า Trump อนุมัติการใช้กำลังภาคพื้นดินแล้ว และอาจเห็นการบุกภายในเดือนนี้

ตัวชี้วัดที่น่าสนใจจากตลาดการเดิมพัน Polymarket มีผู้เดิมพัน 2 แสนดอลลาร์ ว่าจะเกิดการบุกทางบก หากเกิดขึ้นจริงจะได้กำไรกว่า 1 ล้านดอลลาร์ คนที่กล้าเดิมพันขนาดนี้มักเป็นคนที่มีข้อมูลภายใน

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม Peter Hegseth ประกาศแผนที่ยุทธศาสตร์ใหม่ที่เรียกว่า Greater North America ครอบคลุมตั้งแต่กรีนแลนด์ถึงเอกวาดอร์ จากอะแลสกาถึงกายอานา ซึ่งเท่ากับประกาศบังคับใช้ Monroe Doctrine อย่างเต็มรูปแบบ

มุมมองกระแสหลัก — Trump กำลังพาสหรัฐฯ เข้าหลุม

มุมมองทั่วไปชัดเจน การบุกอิหร่านทางบกเป็นเรื่องที่ยากมาก ภูมิประเทศของอิหร่านเต็มไปด้วยเทือกเขา Zagros ทางตะวันตกที่เอื้อต่อสงครามกองโจรและการโจมตีด้วยโดรน ทะเลทรายกว้างใหญ่ทางตะวันออก และชายฝั่งทางใต้ที่ห่างจากเตหะรานมาก ด้วยกำลังพลเพียง 5 หมื่นนาย การควบคุมประเทศขนาดใหญ่ขนาดนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้

หากสหรัฐฯ แพ้สงครามนี้ ผลที่ตามมาจะเลวร้าย ถูกบีบออกจากตะวันออกกลาง สูญเสียระบบ petrodollar สถานะดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองโลกถูกสั่นคลอน และเศรษฐกิจโลกพังทลาย

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงสรุปว่า Trump กำลังทำสิ่งที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารสหรัฐฯ

มุมมอง Contrarian — แล้วถ้า Trump ต้องการให้ระบบเดิมพัง?

แต่มีมุมมองหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงในแวดวงนักคิดเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งทันข่าวลงทุนมองว่าน่าสนใจพอที่จะนำเสนอให้ผู้อ่านพิจารณา

สมมติฐานมีดังนี้ หาก Trump ต้องการ เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากฐานการเงินไปสู่ฐานทรัพยากรและการผลิต เขาต้องทำลายระบบเดิมก่อน ระบบ petrodollar ที่ผูกค่าเงินดอลลาร์กับน้ำมันตะวันออกกลาง คือหัวใจของระบบเดิม หากระบบนี้พัง ดอลลาร์จะอ่อนค่า แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกอยู่แล้ว จะอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งในฐานะผู้ส่งออกทรัพยากร

มองจากมุมนี้ สิ่งที่ดูเหมือนความโกลาหลทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง สงครามอิหร่านทำลายอุปทานน้ำมันตะวันออกกลาง ทำให้โลกหันมาซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ แทน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและอิหร่านทำให้อุปทานเพิ่มขึ้นชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจพังทลายเร็วเกินไป และ Greater North America ทำให้สหรัฐฯ ควบคุมทรัพยากรธรรมชาติทั้งทวีป

จากจักรวรรดิการเงินสู่จักรวรรดิทรัพยากร

ตามทฤษฎีนี้ สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจาก เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการเงิน (Wall Street, petrodollar, reserve currency) ไปสู่ เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรและการผลิต

พิจารณาว่าสหรัฐฯ มีอะไรบ้าง น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมหาศาล แร่ธาตุสำคัญ พื้นที่เกษตรกรรมกว้างใหญ่ และเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หากบวกกรีนแลนด์ (แร่หายาก) คลองปานามา (เส้นทางการค้า) และทรัพยากรของแคนาดาเข้าไป Greater North America จะเป็นภูมิภาคที่พึ่งพาตัวเองได้สมบูรณ์ที่สุดในโลก

การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องมีต้นทุน และต้นทุนนั้นคือความปั่นป่วนที่เห็นอยู่ตอนนี้ ราคาน้ำมันพุ่ง ตลาดหุ้นร่วง พันธบัตรถูกเทขาย ทองคำร่วง ดอลลาร์ผันผวน ทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรีเซ็ต

ฮอร์มุซคือตัวเร่ง — ไม่ใช่ปัญหา

จากมุมมองนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ปัญหาสำหรับสหรัฐฯ แต่เป็นตัวเร่งที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วขึ้น โลก 20% ของน้ำมันทั้งหมดมาจากตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกพึ่งพาหนักที่สุด ญี่ปุ่น 75% อินเดียราว 6%

เมื่อฮอร์มุซปิด ไม่ใช่แค่น้ำมันที่หายไป แต่รวมถึง ปุ๋ย 30% ของโลก ฮีเลียมที่จำเป็นสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรมอีกมาก ทุกอย่างที่ผ่านจุดคอขวดจุดเดียวถูกตัดขาดพร้อมกัน

ผลที่ตามมาคือทุกประเทศถูกบังคับให้หาทางเลือกอื่น และทางเลือกอื่นส่วนใหญ่นำไปสู่สหรัฐฯ ในฐานะผู้ส่งออกน้ำมัน ก๊าซ LNG และสินค้าเกษตร สหรัฐฯ ที่ประกาศว่าไม่ต้องการน้ำมันตะวันออกกลาง กำลังอยู่ในสถานะที่ได้ประโยชน์จากวิกฤตที่ตัวเองสร้าง

การจัดการการเสื่อมถอย — ถ้าจะล้ม ก็ล้มในแบบที่ควบคุมได้

อีกมุมหนึ่งของทฤษฎีนี้คือ สหรัฐฯ ในฐานะจักรวรรดิกำลังเสื่อมถอยอยู่แล้ว หนี้สาธารณะ 39 ล้านล้านดอลลาร์ ความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง โครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรม ภาคการผลิตที่ย้ายไปต่างประเทศหมด ระบบการเงินที่เปราะบาง ทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือการเสื่อมถอยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเสื่อมถอยหรือไม่ แต่เป็นว่า จะจัดการการเสื่อมถอยอย่างไรให้ตัวเองได้ประโยชน์มากที่สุด หากมองจากมุมนี้ การเริ่มสงครามในตะวันออกกลางคือการเร่งกระบวนการเสื่อมถอยอย่างมีควบคุม เพื่อให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เปลี่ยนผ่านจากฐานการเงินไปสู่ฐานทรัพยากรและการผลิต ก่อนที่ระบบจะพังเองโดยไม่มีใครควบคุม

มุมมองทันข่าวลงทุน — ทฤษฎีที่ต้องพิจารณา ไม่ใช่เชื่อ

ทันข่าวลงทุนนำเสนอทฤษฎีนี้ไม่ใช่เพราะเชื่อว่ามันจริง 100% แต่เพราะเป็นกรอบคิดที่ช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ที่ดูเหมือนไร้เหตุผลได้ดีขึ้น

ความจริงอาจอยู่ตรงกลาง Trump อาจไม่ใช่อัจฉริยะที่วางแผนทุกอย่างล่วงหน้า และก็ไม่ใช่คนที่ทำทุกอย่างโดยไม่คิด สิ่งที่นักลงทุนต้องโฟกัสไม่ใช่ว่า Trump ฉลาดหรือโง่ แต่เป็นว่า ผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อุปทานน้ำมันตะวันออกกลางถูกทำลาย ดอลลาร์กำลังถูกท้าทาย ระบบ petrodollar กำลังสั่นคลอน และสหรัฐฯ กำลังบังคับให้โลกหันมาพึ่งพาทรัพยากรอเมริกัน

สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องเตรียมรับคือโลกที่เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเกิดจากแผนหรือจากความบังเอิญ สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และการผลิต มีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างในทั้งสองสถานการณ์ ขณะที่สินทรัพย์ที่ผูกกับระบบการเงินเดิมมีความเสี่ยงสูงขึ้น

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่น

สรุปข่าวเด่นช่วงเช้า 5 เม.ย. 2569 — ทรัมป์ขีดเส้น 48 ชม. IRGC จุดไฟเรือในฮอร์มุซ

ประธานาธิบดี Trump ขีดเส้นตายให้อิหร่าน 48 ชั่วโมงเพื่อบรรลุข้อตกลง โดยขู่ว่า "นรกจะถล่มลงมา" หากไม่สำเร็จ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ [IRGC] ยกระดับการปฏิบัติการทางทะเล สกัดเรือพาณิชย์ที่เชื่อมโย...

อ่านเพิ่มเติม →
ข่าวเด่น

สรุปข่าวเด่นช่วงเย็น 2 เม.ย. 2569 — ทรัมป์ลั่นถล่มอิหร่านต่อ น้ำมันพุ่ง 10% หุ้นทั่วโลกร่วง

ประธานาธิบดี Donald Trump ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐจะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง โดยระบุว่า "จะจบงานนี้ให้เร็วที่สุด" แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ กลับเรียกร้องให้ประเทศผู้นำเข้าน...

อ่านเพิ่มเติม →
ข่าวเด่น

ทำเนียบขาวเตรียมรับน้ำมัน 150-200 ดอลลาร์ — CFTC สอบซื้อขายผิดปกติก่อนทรัมป์โพสต์

ทำเนียบขาวถกสถานการณ์น้ำมันอาจพุ่งถึง 150-200 ดอลลาร์ กระทรวงการคลังสหรัฐคาดเหนือ 100 ไปอีกนาน เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกำลังหารือถึงสถานการณ์สมมติที่ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือสูงก...

อ่านเพิ่มเติม →