วิเคราะห์: ทองคำร่วงหนักสุดในรอบ 43 ปี ขณะน้ำมันพุ่ง — ทำไมตำราเรียนผิดทั้งหมด
สงครามปะทุ น้ำมันพุ่ง ทองคำร่วง สามสิ่งนี้ไม่ควรเกิดพร้อมกัน แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ทองคำเพิ่งผ่านสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดใน 43 ปี แย่กว่าช่วง 9/11 แย่กว่าวิกฤตการเงิน 2551 แย่กว่าตอนรัสเซียบุกยูเครน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าหากไม่เข้าใจว่าทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น จะตัดสินใจผิดพลาดกับเงินลงทุนอย่างแน่นอน
ฮอร์มุซไม่ต้องปิด แค่เสี่ยงพอก็จบ
ช่องแคบฮอร์มุซกว้างเพียง 20 ไมล์ ปกติมีน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไหลผ่าน คิดเป็น 20% ของน้ำมันที่ขนส่งทางทะเลทั้งโลก อิหร่านตั้งอยู่บนยอดช่องแคบ ไม่จำเป็นต้องชนะสงครามเพื่อทำลายเศรษฐกิจโลก แค่ทำให้ช่องแคบอันตรายพอก็เพียงพอ
เรือเสียหายแล้วอย่างน้อย 16 ลำ แต่ประเด็นที่คนส่วนใหญ่มองข้ามคือ ค่าประกันภัย แม้กองทัพเรือสหรัฐฯ จะคุ้มกันเรือทุกลำ บริษัทประกันรายใหญ่ปฏิเสธที่จะรับประกันเรือบรรทุกน้ำมัน เมื่อเรือไม่มีประกัน บริษัทเดินเรือก็หยุดส่ง ไม่ต้องปิดช่องแคบจริงๆ แค่ทำให้สมการทางเศรษฐศาสตร์ไม่คุ้มก็พอ
ข้อมูลจากระบบติดตามแบบ real-time แสดงว่าปริมาณเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือ ไม่ถึง 5% ของปริมาณปกติก่อนช่องแคบถูกปิด เรือที่ยังผ่านได้ส่วนใหญ่จ่ายค่าผ่านทางผ่านข้อตกลงค่าธรรมเนียมที่เจรจากับอิหร่าน ที่เหลือจอดรออยู่สองฝั่ง
น้ำมันฝังอยู่ในทุกสิ่ง — ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น
คนส่วนใหญ่ได้ยินว่าน้ำมันแพงก็คิดว่าค่าน้ำมันรถจะขึ้น ซึ่งเหมือนกับบอกว่าพายุเฮอริเคนคือแค่ลมแรงนิดหน่อย
น้ำมันฝังอยู่ในทุกอย่าง ต้นทุนขนส่ง ทุกรถบรรทุก เรือ เครื่องบินที่ขนสินค้า ต้นทุนพลังงานในโรงงาน ต้นทุนอาหาร ไม่ใช่แค่รถไถ แต่ ปุ๋ยก็ผลิตจากน้ำมัน และปุ๋ยทางทะเล 30% ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันจริงที่ส่งมอบทางกายภาพในเอเชียพุ่งเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แล้ว Goldman Sachs ออกรายงานสัปดาห์นี้ระบุว่ามีโอกาสจริงจังที่ราคาจะแตะ 200 ดอลลาร์
และนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ปี ค.ศ. 1979 ปฏิวัติอิหร่าน น้ำมันพุ่ง 2 เท่า ปี 1990 สงครามอ่าว น้ำมันจาก 17 เป็น 36 ดอลลาร์ สงครามรัสเซีย-ยูเครน น้ำมันแตะ 139 ดอลลาร์ เมื่อ 20% ของน้ำมันโลกถูกกระทบ 200 ดอลลาร์ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด แต่อยู่ในขอบเขตของสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
ทองคำร่วงหนักสุด 43 ปี — คำอธิบายที่สื่อกระแสหลักไม่บอก
สื่อการเงินอธิบายว่าทองคำร่วงเพราะตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูง ซึ่งถูกแต่ไร้ประโยชน์ เหมือนอธิบายอุบัติเหตุรถชนว่ารถหยุดวิ่งเพราะมีต้นไม้ขวางทาง
คำอธิบายจริงคือ ธนาคารกลางถูกบังคับให้ขายทองคำเพื่อหาดอลลาร์จ่ายค่าน้ำมัน กลไกเดียวกับ margin call ของนักเทรดรายย่อย แต่ขนาดเป็นร้อยตัน
ตุรกี เทขายทองคำ 58 ตัน ใน 2 สัปดาห์ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัฐอ่าวเปอร์เซียกำลัง dump ทองคำออกจากตู้นิรภัยในลอนดอน ประเทศที่นำเข้าพลังงานเผาเงินสำรองดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าน้ำมัน และเมื่อดอลลาร์หมด ก็ต้องขายทองคำ
นี่ไม่ใช่เพราะทองคำหมดค่า แต่เพราะ ทุกคนต้องการเงินสด ในเวลาเดียวกัน เป็น forced liquidation ระดับประเทศ
ประกันภัยคือตัวฆ่าที่แท้จริง — ไม่ใช่ขีปนาวุธ
ทันข่าวลงทุนมองว่าจุดที่ตลาดยังประเมินต่ำเกินไปคือ มิติด้านประกันภัย อิหร่านไม่ต้องจมเรือทุกลำ แค่ทำให้เสี่ยงพอที่ประกันภัยจะปฏิเสธ เรือที่ไม่มีประกันจะไม่ออกจากท่า ห่วงโซ่อุปทานจะหยุดเอง
เรือโดรนระเบิด โดรนฆ่าตัวตาย ขีปนาวุธจากระยะ 10 ไมล์ ทั้งหมดใช้เวลาเดินทางน้อยมากจนแทบป้องกันไม่ทัน แม้กองทัพเรือสหรัฐฯ จะอยู่ในพื้นที่ ก็ไม่สามารถการันตีความปลอดภัยให้เรือพาณิชย์ได้ และเมื่อประกันไม่รับ ทุกอย่างก็จบ
3 เฟสของวิกฤต — เราอยู่ที่เฟส 1
ทันข่าวลงทุนมองว่าวิกฤตครั้งนี้จะดำเนินไปใน 3 เฟส
เฟส 1 — Forced Selling (ตอนนี้): ทุกสินทรัพย์ถูกเทขายพร้อมกัน ทองคำ เงิน หุ้น พันธบัตร ทุกอย่างร่วง เพราะสถาบันและประเทศต่างๆ ต้องการเงินสดเพื่อจ่ายค่าน้ำมันและป้องกัน currency peg ไม่มีที่ไหนซ่อนได้
เฟส 2 — Capitulation: จุดที่เจ็บปวดที่สุด นักลงทุนที่ถือไม่ไหวยอมแพ้ขายออกในราคาต่ำสุด ปริมาณการขายพุ่งสูงสุด
เฟส 3 — Recovery: เมื่อ forced selling หยุด ราคาสินทรัพย์ที่ถูกเทขายหนักที่สุดจะฟื้นตัวเร็วที่สุด ทองคำมีแนวโน้มฟื้นตัวเมื่อ Fed ถูกบังคับให้พิมพ์เงิน ดอลลาร์อ่อนค่า และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมา
ความแตกต่างระหว่างคนที่ได้ประโยชน์จากวิกฤตกับคนที่เสียหาย ไม่ใช่ดวง แต่เป็น ความเข้าใจกลไก ทุกวิกฤตสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้คนที่เข้าใจว่าเงินเคลื่อนที่อย่างไร และทำลายความมั่งคั่งของคนที่ตัดสินใจจากพาดหัวข่าว
ภาคที่โดนหนัก vs ภาคที่ได้ประโยชน์
ภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากราคาน้ำมันคือ สายการบิน การขนส่ง และภาคการผลิต ที่พึ่งพาพลังงานเป็นต้นทุนหลัก ต้นทุนพุ่งขึ้นทันทีขณะที่ไม่สามารถขึ้นราคาได้เร็วพอ กำไรถูกบีบอัดอย่างรุนแรง
ในทางกลับกัน ภาคพลังงาน ได้ประโยชน์โดยตรง บริษัทน้ำมันและก๊าซที่มีแหล่งผลิตนอกเขตสงครามจะเห็นกระแสเงินสดพุ่งขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะบริษัทในแคนาดาและสหรัฐฯ ที่มีเส้นทางส่งออกปลอดภัย
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าทองคำที่ร่วงหนักสุดในรอบ 43 ปีไม่ได้หมายความว่าทองคำหมดค่า แต่เป็นผลจาก forced selling ระดับประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ธนาคารกลางขายทองคำเพราะต้องการเงินสด ไม่ใช่เพราะหมดศรัทธา
สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ แต่เป็นเมื่อไรที่ forced selling จะหยุด เพราะเมื่อหยุด ราคาจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันมีแรงหนุนขาขึ้นจากทั้งพื้นฐานจริง (อุปทานหายไป 20%) และจิตวิทยาตลาด (ประกันปฏิเสธ เรือไม่ยอมวิ่ง) ส่วนต่างระหว่างราคากระดาษกับราคาจริงในเอเชียที่ 150 ดอลลาร์ขึ้นไป สะท้อนว่าตลาดยังอยู่ในช่วง denial
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
