ทองปรับขึ้น 500 บาท วัน Good Friday ตลาดโลกปิด — Dated Brent $141 IRGC ถล่มอิสราเอลระลอกใหม่
| ครั้งที่ | เวลา | ทองแท่ง (บาทละ) | ทองรูปพรรณ (บาทละ) | Gold Spot (USD) |
เปลี่ยนแปลง (บาท) |
||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ซื้อเข้า | ขายออก | ซื้อเข้า | ขายออก | ||||
| 1 | 09:14 | 72,000 | 72,200 | 70,554.64 | 73,000 | 4,676 | +500 |
| สรุปเปลี่ยนแปลงสุทธิจากราคาปิดวันก่อนหน้า (1 ครั้ง) | +500 | ||||||
Dated Brent แตะ $141 สูงสุดรอบ 18 ปี IRGC ถล่มอิสราเอลระลอกใหม่ — ทองเปิดตลาดพุ่ง 500 บาท
ราคาทองแท่ง 96.5% วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาครั้งที่ 1 เวลา 09:14 น. ที่ 72,200 บาท (ขายออก) เพิ่มขึ้น 500 บาท จากราคาปิดวันพฤหัสบดีที่ 71,700 บาท ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกเปิดที่ 73,000 บาท ทองกลับมายืนเหนือ 72,000 บาทอีกครั้งหลังจากร่วงลงวันก่อนหน้า
วันนี้เป็นวัน Good Friday (วันศุกร์ประเสริฐ) ตลาดการเงินโลกหลายแห่งปิดทำการ รวมถึงตลาดหุ้นนิวยอร์ก ตลาดหุ้นยุโรป และตลาด COMEX Gold Futures ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายทองคำโลกบางเบากว่าปกติอย่างมาก สมาคมค้าทองคำประกาศราคาเพียง 1 ครั้ง ตลอดทั้งวัน สะท้อน Gold Spot ที่แทบไม่ขยับเนื่องจากตลาดนานาชาติปิดทำการ
แรงหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง โดย Dated Brent แตะ $141 ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 18 ปี ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้น กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน [IRGC] เปิดปฏิบัติการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่อิสราเอลระลอกใหม่ โจมตี 50 จุดในเทลอาวีฟและอ้างว่ายิงเครื่องบิน F-35 ตก นอกจากนี้ทรัมป์ยังประกาศภาษีนำเข้ายา 100% สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดอีกระลอก ด้าน Gold Spot อยู่ที่ $4,676 ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดจับตาตัวเลข Nonfarm Payrolls ที่จะประกาศคืนนี้
ราคาทองในประเทศ
ราคาทองในประเทศวันนี้เปิดตลาดด้วยการปรับขึ้น 500 บาท จากราคาปิดวันพฤหัสบดีที่ 71,700 บาท (ทองแท่ง 96.5% ขายออก) สะท้อน Gold Spot ที่ปรับตัวขึ้นข้ามคืนจากความกังวลสงคราม
- เปิดตลาด — 72,200 บาท (09:14 น.) Gap Up 500 บาทจากราคาปิดวันก่อน
- สูงสุด — 72,200 บาท (09:14 น.) ราคาเปิด ณ ข้อมูลล่าสุด
- ต่ำสุด — 72,200 บาท (09:14 น.)
- ราคาล่าสุด — 72,200 บาท (09:14 น.) ประกาศครั้งเดียวตลอดวัน เนื่องจาก Good Friday ตลาดโลกปิด
ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกอยู่ที่ 73,000 บาท เพิ่มขึ้น 500 บาทจากวันก่อนที่ 72,500 บาท ส่วนราคาซื้อคืน (ซื้อเข้า) อยู่ที่ 70,554.64 บาท
ทองเปิดตลาดด้วย Gap Up 500 บาทซึ่งเป็นการเปิดบวกวันที่ 2 ติดต่อกัน (หลังจากวันพุธที่เปิด +1,300 บาท และวันพฤหัสบดีที่เปิด -100 บาท) แม้เมื่อวานจะปิดลง 1,200 บาท แต่ Gold Spot ฟื้นตัวข้ามคืนจากสถานการณ์สงครามที่รุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่พุ่งทำสถิติใหม่ บ่งชี้ว่าทองยังมีแรงดึงดูดในฐานะ Safe Haven แม้แรงกดดันจากดอกเบี้ยจะยังสูง วันนี้เป็นวัน Good Friday ตลาดการเงินโลกปิดทำการ ทำให้ Gold Spot แทบไม่เคลื่อนไหวและสมาคมค้าทองคำประกาศราคาเพียงครั้งเดียว ปริมาณการซื้อขายบางเบามาก นักลงทุนอาจสะสมทองก่อนวันหยุดยาวเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์
ราคาทองโลก (Gold Spot)
Gold Spot เปิดช่วงตลาดไทยที่ $4,676 ต่อออนซ์ ฟื้นตัวจากราคาปิดช่วงตลาดไทยวันพฤหัสบดีที่ $4,618 ขึ้นมา $58 หรือราว 1.3% จากการเคลื่อนไหวข้ามคืน
Gold Spot ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ $4,500-4,700 ที่เป็นกรอบสะสมตลอดช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $5,603 (29 ม.ค. 2569) ราว 16.5% อยู่ในเขต Bear Market แต่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดรอบล่าสุดที่ $4,271 (23 มี.ค.) ขึ้นมาราว 9.5%
สถานการณ์ที่ซับซ้อนของตลาดทองคือราคาน้ำมันพุ่งสูง Dated Brent แตะ $141/บาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 (2008) ปกติน้ำมันแพง → เงินเฟ้อ → ดอกเบี้ย → กดทอง แต่ในขณะเดียวกัน สงครามรุนแรงขึ้น → Safe Haven → หนุนทอง ทั้ง 2 แรงขับเคลื่อนทำงานสวนทางกัน ทำให้ทองแกว่งผันผวนไม่มีทิศทางชัดเจนในระดับสัปดาห์
อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-บาทอยู่ที่ราว 32.80 บาทต่อดอลลาร์ ดอลลาร์ยังอ่อนค่าต่อเนื่อง USD/CNY ปิดเมื่อวานที่ 6.8803 ลดลง 133 จุด ดอลลาร์ที่อ่อนช่วยพยุงราคาทองในประเทศให้ไม่ลงแรงเมื่อ Gold Spot ผันผวน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทอง 24 ชม.
- Dated Brent แตะ $141/บาร์เรล สูงสุดรอบ 18 ปี — ราคาน้ำมันดิบอ้างอิง Dated Brent พุ่งแตะ $141 ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 (2008) สาเหตุจากอุปทานที่หายไปกว่า 12 ล้านบาร์เรลต่อวันจากวิกฤตตะวันออกกลาง สัญญาล่วงหน้าดีเซลยุโรปที่เคยแตะ $200 เมื่อวาน ยังคงอยู่ในระดับสูง ชี้ให้เห็นวิกฤตอุปทานที่ลุกลามจากน้ำมันดิบสู่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม น้ำมันแพงทำงาน 2 ทิศทางต่อทอง ด้านหนึ่งเพิ่มเงินเฟ้อกดดันดอกเบี้ย (ลบต่อทอง) อีกด้านเพิ่มความกังวลเศรษฐกิจชะลอ (บวกต่อทอง)
- IRGC โจมตีอิสราเอลระลอกใหม่ — เปิด 50 จุด ยิง F-35 ตก — กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน [IRGC] เปิดปฏิบัติการยิงขีปนาวุธกระจาย [Cluster Missiles] และโดรนโจมตี 50 จุด ในเทลอาวีฟและเขตยึดครอง พร้อมอ้างว่ายิงเครื่องบินรบ F-35 ตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน นอกจากนี้ยังยิงขีปนาวุธ 2 ลูกถล่มฐานทัพอากาศ Ramat David ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไฮฟา และโจมตีคูเวตทำให้โรงไฟฟ้าและโรงน้ำเสียหาย สถานการณ์สงครามที่รุนแรงขึ้นหนุนทองในฐานะ Safe Haven แม้จะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ
- มาครงวางแผนปฏิบัติการเปิดฮอร์มุซแบบสันติ — ประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศสประกาศแผนจัดปฏิบัติการสันติร่วมกับประเทศอื่นเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน [Escort] ก่อนหน้านี้เรือตู้คอนเทนเนอร์ของ CMA CGM สัญชาติฝรั่งเศสสามารถแล่นผ่านฮอร์มุซได้สำเร็จ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากปฏิบัติการคุ้มกันเรือเริ่มทำงานจริง อุปทานน้ำมันอาจฟื้นตัวบางส่วน ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเปิดทาง Fed ลดดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นบวกหนักต่อทอง
- ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้ายา 100% — ทรัมป์ขยายมาตรการภาษีนำเข้าไปสู่อุตสาหกรรมยา ประกาศภาษี 100% สร้างความปั่นป่วนเพิ่มเติมในตลาดโลก นอกเหนือจากภาษีทองแท่ง 39% จากสวิตเซอร์แลนด์ และภาษีนำเข้าทั่วไป 10-15% ที่ยังมีผลอยู่ ศาลสูงสหรัฐเคยวินิจฉัย 6 ต่อ 3 ว่า IEEPA ไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษี [Tariff] แต่นโยบายยังดำเนินต่อ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าหนุนความต้องการทอง
- Nonfarm Payrolls คืนนี้ — ตัวชี้ทิศทาง Fed — ตลาดจับตาตัวเลข Nonfarm Payrolls (จ้างงานนอกภาคเกษตร) ของสหรัฐที่จะออกคืนนี้ตามเวลาไทย พร้อมอัตราว่างงานและ Services PMI หาก Powell กังวลเรื่องตลาดแรงงาน (ตามที่กล่าวที่ฮาร์วาร์ดเมื่อต้นสัปดาห์) และตัวเลขออกมาอ่อนแอจริง จะเป็นตัวเร่งให้ Fed ลดดอกเบี้ย หนุนทองขึ้นแรง แต่หากตัวเลขยังแข็งแกร่ง Fed จะยิ่งไม่มีเหตุผลลดดอกเบี้ย กดทองลง
- วิกฤตพลังงานลุกลาม — จีนหันขุดถ่านหิน สายการบินลดน้ำหนัก — ผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันเริ่มส่งผลวงกว้าง เหมืองถ่านหินจีนเริ่มกลับมาทำงานเต็มกำลัง ขณะที่สายการบินจีนลดน้ำหนักบรรทุกและเพิ่มเที่ยวบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง อิตาลีระบุว่า EU จะต้องพิจารณาผ่อนคลายกฎเพดานขาดดุล 3% หากสงครามยืดเยื้อ รัสเซียรายงานรายได้น้ำมันและก๊าซเดือนมีนาคมพุ่งเป็น 617,000 ล้านรูเบิล จาก 432,300 ล้านในเดือนกุมภาพันธ์ บ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
แนวโน้มและจุดสังเกต
ทองเปิดเดือนเมษายนด้วยความผันผวนสูง สัปดาห์นี้ปรับขึ้น 1,300 (พุธ) ลง 1,200 (พฤหัส) ขึ้น 500 (ศุกร์) บ่งบอกว่าตลาดยังหาทิศทางไม่ได้ท่ามกลางแรงดึงดูดจาก Safe Haven และแรงกดดันจากเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย ปัจจัยชี้ขาดระยะสั้นมีดังนี้
- Nonfarm Payrolls คืนนี้ — ตัวเลขจ้างงานสหรัฐเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของสัปดาห์ หากอ่อนตัว → Fed มีแรงกดดันลดดอกเบี้ย → ดอลลาร์อ่อน → ทองขึ้น หากแข็งแกร่ง → Fed คงดอกเบี้ย → ทองอาจถูกกดดัน
- ปฏิบัติการเปิดฮอร์มุซของมาครง — หากฝรั่งเศสและพันธมิตรเริ่มคุ้มกันเรือสำเร็จ จะช่วยฟื้นอุปทานน้ำมัน → น้ำมันลง → เงินเฟ้อลด → เปิดทาง Fed ลดดอกเบี้ย → บวกหนักต่อทอง
- แนวรับทองแท่ง — 71,700 บาท (ปิดวันก่อน) และ 71,000 บาท (ต่ำสุดเมื่อวาน) | Gold Spot: $4,618 และ $4,568
- แนวต้านทองแท่ง — 72,800 บาท (สูงสุดเมื่อวาน) และ 73,000 บาท | Gold Spot: $4,700 และ $4,750
- ความเสี่ยงวันหยุดยาว Good Friday — Easter Monday — ตลาดโลกปิดยาว 3 วัน (ศุกร์-จันทร์) ขณะที่สงคราม IRGC-อิสราเอลยังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเกิดเหตุการณ์สำคัญช่วงวันหยุด ทองอาจ Gap Up หรือ Gap Down รุนแรงเมื่อตลาดเปิดวันอังคาร ช่วงปิดตลาดนานขนาดนี้ท่ามกลางสงครามถือเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายทองคำหรือการลงทุนใดๆ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
