IEA ชี้วิกฤตหนักกว่าทศวรรษ 1970 อุปทานน้ำมันหายไป 12 ล้านบาร์เรลต่อวัน — ทรัมป์ขู่ถอน NATO
หัวหน้า IEA ชี้วิกฤตเลวร้ายกว่าวิกฤตน้ำมันทศวรรษ 1970 รวมกับการสูญเสียก๊าซรัสเซียปี 2565
ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานสากล [IEA] นายฟาติห์ บิรอล [Fatih Birol] ออกคำเตือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น โดยระบุว่าวิกฤตครั้งนี้เลวร้ายกว่าวิกฤตน้ำมัน 2 ครั้งในทศวรรษ 1970 รวมกับการสูญเสียก๊าซจากรัสเซียในปี 2565 ตัวเลขที่ถูกเปิดเผยน่าตกใจยิ่งกว่า โดยอุปทานน้ำมันโลกสูญหายไปแล้วมากกว่า 12 ล้านบาร์เรลต่อวันจากวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นระดับที่ไม่มีตลาดโภคภัณฑ์ใดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่เคยเผชิญมาก่อนในระยะเวลาสั้นขนาดนี้
บิรอลเตือนว่าการสูญเสียอุปทานในเดือนเมษายนคาดว่าจะสูงเป็น 2 เท่าของเดือนมีนาคม ซึ่งหมายความว่าแรงกดดันต่อราคายังไม่ถึงจุดสูงสุด ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการขาดแคลนน้ำมันเจ็ตและดีเซล ซึ่งกระทบเอเชียแล้วและกำลังจะส่งผลถึงยุโรปในเดือนเมษายน-พฤษภาคม น้ำมันเจ็ตที่ขาดแคลนหมายถึงต้นทุนการบินพาณิชย์ที่พุ่งสูง ส่วนดีเซลที่ตึงตัวกระทบโดยตรงต่อภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ทั่วโลก IEA กำลังพิจารณาปล่อยคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติมหากจำเป็น
กรรมการ ECB นายสเทอร์นาราส [Stournaras] กล่าวว่าหากราคาน้ำมันพุ่งเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยุโรปอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ระดับ 150 ดอลลาร์นั้นไม่ใช่แค่ตัวเลขสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าการบริโภคภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมจะเริ่มหดตัวพร้อมกัน สถาบันเศรษฐกิจเยอรมนีหั่นคาดการณ์ GDP ปี 2569 ลงเหลือ 0.6% จากเดิม 1.3% การปรับลดเกือบครึ่งหนึ่งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจยุโรปที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าในสัดส่วนสูง รัฐมนตรีเยอรมนีเรียกร้องให้ทบทวนนโยบายนิวเคลียร์ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูง ซึ่งเป็นการเปิดประเด็นอ่อนไหวที่เยอรมนีพยายามหลีกเลี่ยงมากว่าทศวรรษ
ทรัมป์พิจารณาถอนตัวจาก NATO — รัฐสภาอิหร่านยืนกรานไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่ากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะถอนสหรัฐออกจาก NATO หลังพันธมิตรปฏิเสธสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน หากสหรัฐถอนตัวจริง จะเป็นการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมความมั่นคงของโลกตะวันตกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 80 ปี ฝั่งรัฐสภาอิหร่านตอบโต้อย่างแข็งกร้าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เปิด ไม่เคยเจรจาและจะไม่เจรจา ท่าทีนี้บ่งชี้ว่าแม้ทรัมป์จะส่งสัญญาณว่าสงครามใกล้จบ แต่อิหร่านยังไม่มีท่าทีจะยอมประนีประนอมแม้แต่น้อย
CEO ของ ADNOC แห่ง UAE กล่าวว่าผลกระทบกำลังแผ่ขยายไปทางตะวันตก ราคาอาหารและเชื้อเพลิงในยุโรปกำลังพุ่งขึ้น และเรียกร้องให้โลกร่วมกันปกป้องการไหลเวียนของพลังงาน ความกังวลจาก UAE มีน้ำหนักเป็นพิเศษเพราะเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบโดยตรง นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย อัลบานีซ [Albanese] กล่าวในสุนทรพจน์ระดับชาติว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจะยืดเยื้อหลายเดือน และเรียกร้องให้ประชาชนลดการใช้พลังงานลงทันที
อินโดนีเซียคาดว่าจะต้องใช้งบเพิ่มเติม 90-100 ล้านล้านรูเปียห์สำหรับอุดหนุนพลังงาน ซึ่งเป็นภาระงบประมาณมหาศาลสำหรับประเทศผู้นำเข้าพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สตาร์เมอร์ [Starmer] ยืนยันว่าจะตรึงภาษีเชื้อเพลิงจนถึงเดือนกันยายน เพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อค่าครองชีพในประเทศ เยอรมนีเริ่มรับ LNG จากโอมานแม้อยู่ท่ามกลางสงคราม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าชาติยุโรปต่างเร่งหาแหล่งพลังงานทดแทนด้วยตัวเองโดยไม่รอการแก้ไขปัญหาระดับภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลข่าวสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
