วิเคราะห์: Trump ประกาศถล่มอิหร่านหนักขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ — ตลาดเอเชียดิ่ง ราคาน้ำมันกลับเหนือ $107
เพียง 24 ชั่วโมงหลังจาก [Donald Trump] ประกาศว่าสงครามใกล้จบ เขาก็กลับลำด้วยสุนทรพจน์ต่อประชาชาติที่ทำให้ตลาดตกใจ โดยประกาศว่า สงครามจะยกระดับความรุนแรงขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ การโจมตีอิหร่านจะหนักขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้าจะถูกถล่ม ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าสุนทรพจน์นี้ทำลายความหวังที่ตลาดเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อ 2 วันก่อน และเปิดเผยความจริงที่ตลาดพยายามปฏิเสธมาตลอด สงครามนี้ยังไม่มีทางออก
24 ชั่วโมงจากใกล้จบสู่ยกระดับ — ตลาดเรียนรู้บทเรียนเดิม
รูปแบบเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง [Trump] ประกาศข่าวดี ตลาดหุ้นดีดตัว ราคาน้ำมันลง จากนั้นความจริงก็ตามมา และทุกอย่างกลับตัว
ครั้งนี้ [Trump] พูดหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการ ตลาดสหรัฐฯ จึงไม่ได้ขยับ แต่ตลาดเอเชียในวันถัดมาร่วงลง 2-3% ทันที และคาดว่าตลาดยุโรปและสหรัฐฯ จะร่วงอย่างน้อย 1-2% เมื่อเปิดทำการ ราคาน้ำมันกลับขึ้นมาที่ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทันข่าวลงทุนมองว่าตลาดกำลังเรียนรู้ว่า คำพูดของ [Trump] ไม่ตรงกับความเป็นจริงอีกต่อไป ทุกครั้งที่ตลาดดีดตัวจากข่าวสันติภาพ จะตามด้วยการกลับตัวเมื่อสถานการณ์จริงปรากฏ รูปแบบนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผลกระทบเชิงบวกจาก social media ของ [Trump] ลดลงเรื่อยๆ
ยุทธศาสตร์ถล่มจนยอมแพ้ — ทางเลือกเดียวที่เหลือ
สาระสำคัญของสุนทรพจน์ชัดเจน สหรัฐฯ ติดอยู่ในสงครามที่อยากจะจบแต่จบไม่ได้ คนในรัฐบาลอยากถอนตัวกลับไปโฟกัสที่เศรษฐกิจ แต่เมื่อเริ่มสงครามแล้ว หยุดไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ยอม
ผู้นำอิหร่านกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตตัวเอง ไม่ใช่แค่อำนาจทางการเมือง พวกเขารู้ว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำ ใส่คนที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ เข้ามา ตกลงเรื่องข้อตกลงน้ำมัน และยุติโครงการนิวเคลียร์ ผู้นำปัจจุบันไม่มีทางลงนามในข้อตกลงที่ถอดพวกเขาออกจากอำนาจแล้วอาจเผชิญกับการดำเนินคดี พวกเขาจะสู้จนไม่มีทางเลือกอื่น
ทางออกเดียวที่ [Trump] เห็นคือ ถล่มจนอิหร่านไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้ นี่คือเหตุผลที่สงครามจะยกระดับขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ เป้าหมายคือทำลายเป้าหมายยุทธศาสตร์สำคัญจนอิหร่านสู้ต่อไม่ได้
อิหร่านจะไม่นั่งรอถูกถล่ม — การตอบโต้จะตามมา
แต่ปัญหาคืออิหร่านจะไม่นั่งรอรับการโจมตี สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นคือการตอบโต้ที่เข้มข้นขึ้น โจมตีโครงสร้างพื้นฐานในประเทศรอบข้าง ทันข่าวลงทุนสังเกตว่าโรงงาน [LNG] ในกาตาร์ถูกโจมตี เรือบรรทุกน้ำมันในบาห์เรนและดูไบถูกโจมตี และอิหร่านจะเข้มงวดกับการรัดช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น เพราะเป็นไพ่ต่อรองเดียวที่ยังเหลืออยู่
ผลที่ตามมาต่อเศรษฐกิจโลกจะรุนแรง อุปทานน้ำมัน ก๊าซ และวัตถุดิบสำคัญอย่างอะลูมิเนียม ฮีเลียม และปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตจะขาดแคลนหนักขึ้นอีก
น้ำมันเหนือ $100 มาหลายสัปดาห์ — ต่างจากสงครามรัสเซียที่แค่ไม่กี่วัน
จุดที่ทันข่าวลงทุนมองว่าตลาดยังประเมินต่ำเกินไปคือ ระยะเวลา ที่ราคาน้ำมันอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ ย้อนไปตอนรัสเซียบุกยูเครน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแต่กลับลงเร็วภายในไม่กี่วัน แต่ครั้งนี้ราคาน้ำมันอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ มาหลายสัปดาห์แล้ว และทุกวันที่ราคาอยู่ในระดับนี้คือความเสียหายที่สะสมต่อเศรษฐกิจโลก
ตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาน้ำมันอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตอนนี้อยู่ที่ 107 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 75% ในเวลาไม่กี่เดือน น้ำมันไม่ได้แค่กระทบราคาน้ำมันที่ปั๊ม แต่เป็นวัตถุดิบของทุกอุตสาหกรรม ราคาก๊าซในยุโรปเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และจะไม่ลดลงเร็วเพราะกาตาร์สูญเสียกำลังการผลิต [LNG] ไป 17% เป็นเวลา 5 ปี
วงจรอุบาทว์ [Stagflation] — เมื่อเครื่องมือทางเศรษฐกิจใช้ไม่ได้
ทันข่าวลงทุนมองว่าเส้นทางสู่ [stagflation] ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน
ราคาน้ำมันสูงขึ้น ดันต้นทุนทุกอย่าง กำไรบริษัทลดลง เงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยสูงทำให้คนไม่กู้ยืม บริษัทไม่ลงทุน ไม่จ้างงานเพิ่ม เศรษฐกิจชะลอตัว
แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอ ปกติธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ปัญหาคือหากเงินเฟ้อยังสูงอยู่ การลดดอกเบี้ยจะทำให้เงินเฟ้อเลวร้ายลง หรือถ้าพิมพ์เงินเพิ่มเหมือนช่วง [COVID] ก็จะเกิดสถานการณ์ที่ เงินเฟ้อสูง + เศรษฐกิจไม่โต พร้อมกัน ซึ่งคือ [stagflation] และเครื่องมือหลักอย่างดอกเบี้ยจะไม่ทำงานอีกต่อไป
ไม่มีจุดจบ — หากยืดเยื้อถึงพฤษภาคม-มิถุนายน จะเป็นหายนะ
ขณะนี้มี 5 ประเทศ เข้าร่วมสงครามโดยตรง และอีกหลายประเทศถูกกระทบจากโดรนและขีปนาวุธ ทุกประเทศในโลกได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและวัตถุดิบ
หากสงครามยืดเยื้อผ่านเดือนเมษายนเข้าสู่พฤษภาคมและมิถุนายน ผลกระทบจะรุนแรงมาก โอกาสของเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงหรือ global recession ในปี 2569 เพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ที่สงครามยังดำเนินอยู่
ทันข่าวลงทุนมองว่าแม้ตลาดจะพยายามมองโลกในแง่ดี กระโดดเข้าซื้อทุกครั้งที่มีข่าวสันติภาพ แต่ ราคาน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยงยังไม่ได้สะท้อนความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น และยิ่งสงครามยกระดับตามที่ [Trump] ประกาศ ช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นช่วงที่ผันผวนที่สุด
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสุนทรพจน์ของ [Trump] ทำลายเรื่องเล่าที่ว่าสงครามใกล้จบ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ สหรัฐฯ กำลังจะถล่มอิหร่านหนักขึ้น อิหร่านจะตอบโต้รุนแรงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานจะถูกกดดันหนักขึ้น และราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นอีก
สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ต้องระวังคือวงจรของข่าวดี-ข่าวร้ายที่สลับกันอย่างรวดเร็ว ตลาดจะผันผวนหนักขึ้น และการตัดสินใจลงทุนจากพาดหัวข่าวชิ้นเดียวอาจเป็นความผิดพลาดที่แพง จนกว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงจริงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ความเสี่ยงขาลงยังมีน้ำหนักมากกว่าโอกาสขาขึ้น
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
