วิเคราะห์: อิรักวิกฤตเงียบ — รายได้น้ำมันร่วง 72% จ่ายเงินเดือนข้าราชการไม่พอ
ขณะที่สายตาทั้งโลกจับจ้องไปที่อิหร่าน อิสราเอล และราคาน้ำมัน มีอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเข้าสู่วิกฤตร้ายแรงอย่างเงียบๆ นั่นคือ อิรัก ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอิรักคือภาพตัวอย่างที่ชัดที่สุดของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประเทศที่พึ่งพาน้ำมัน 90% ของรายได้ถูกตัดขาดจากตลาดโลก รายได้ร่วง 72% ในเดือนเดียว จ่ายเงินเดือนข้าราชการไม่พอ และระบบรัฐกำลังส่งเสียงร้อง
รายได้ร่วงจาก 6.8 พันล้านเหลือ 1.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว
ตัวเลขที่ปรากฏออกมาชัดเจน อิรักส่งออกน้ำมันราว 18 ล้านบาร์เรล ในเดือนมีนาคม สร้างรายได้เพียง 1.9 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ส่งออกในระดับปกติและมีรายได้ 6.8 พันล้านดอลลาร์
แปลงเป็นตัวเลขรายวัน อิรักส่งออกน้ำมันราว 5.8 แสนบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมีนาคม เทียบกับ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 84% เมื่อวัดจากปริมาณ นี่ไม่ใช่แค่การหยุดชะงัก แต่เป็น [fiscal shock] เต็มรูปแบบ
การส่งออกจากท่าเรือบัสราทางใต้ยังดำเนินได้จนถึง 8 มีนาคม นานกว่าผู้ผลิตอาหรับรายอื่นในอ่าวเปอร์เซีย แต่เมื่ออิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระบบทั้งหมดก็พังทลาย
จากผู้ส่งออกระดับโลก สู่การผลิตเพื่อใช้เองในประเทศ
ตอนนี้กำลังการผลิตของอิรักร่วงลงเหลือราว 9 แสน - 9.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ส่วนใหญ่ถูกใช้ภายในประเทศเพื่อป้อนโรงกลั่นในประเทศ อิรักเปลี่ยนสถานะจากผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก มาเป็นประเทศที่แทบจะ ผลิตเพื่อใช้เองเท่านั้น
เปลี่ยนเส้นทาง — หันเหนือและตะวันตก
อิรักไม่ได้นั่งนิ่ง แต่กำลังดิ้นรนหาทางออกทุกช่องทาง
เส้นทางเหนือ: น้ำมันจากแหล่ง Kirkuk ไหลผ่านท่อส่งอิรัก-ตุรกีไปยังท่าเรือ Ceyhan ราว 1.5-2 แสนบาร์เรลต่อวัน หากเขตปกครองตนเอง Kurdistan กลับมาผลิตได้ อาจเพิ่มอีก 2-2.5 แสนบาร์เรลต่อวัน รวมศักยภาพสูงสุดราว 4 แสนบาร์เรลต่อวัน แต่ผลผลิตของ Kurdistan ยังลดลงจากการโจมตีที่ยังดำเนินอยู่ รวมถึงจากภายในอิรักเอง
เส้นทางตะวันตก: อิรักยังขนส่งน้ำมันดิบและน้ำมันเตาทางรถบรรทุกผ่านซีเรียและจอร์แดน น้ำมันดิบผ่านซีเรียราว 5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ผ่านจอร์แดนราว 1.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และมีสัญญาส่งออกน้ำมันเตาราว 6.5 แสนตันต่อเดือน สำหรับเดือนเมษายน-มิถุนายน
แต่ทันข่าวลงทุนประเมินว่านี่คือ [logistics] ยามวิกฤต ไม่ใช่ทางเลือกจริง การขนส่งด้วยรถบรรทุกไม่มีทางเทียบประสิทธิภาพของท่อส่ง และต้นทุนสูงกว่ามาก
ได้ราคาดี แต่ไม่มีปริมาณ — ปัญหาที่เงินแก้ไม่ได้
จุดที่น่าสนใจคือแม้ปริมาณจะลดลงมหาศาล อิรักกลับได้ ราคาต่อบาร์เรลที่สูงขึ้น น้ำมัน Kirkuk ส่งออกไปยุโรปในราคา [premium] เพราะตลาดยุโรปกำลังหิวน้ำมันทุกหยดที่จะหาได้
แต่ราคาที่ดีต่อบาร์เรลช่วยไม่ได้เมื่อปริมาณหายไป 84% ในระบบที่ 90% ของรายได้รัฐมาจากน้ำมัน ปริมาณคือทุกสิ่ง
การประเมินตลาดในขณะนี้ชี้ว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงสุดใกล้ 165 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะลงมาอยู่ที่ 120-125 ดอลลาร์
ช่องว่างงบประมาณ 4.5 ล้านล้านดีนาร์ — แค่จ่ายเงินเดือนยังไม่พอ
นี่คือจุดที่วิกฤตเปลี่ยนจากเศรษฐกิจเป็นการเมือง รายได้เดือนมีนาคมราว 1.9 พันล้านดอลลาร์ เทียบเท่าราว 2.5 ล้านล้านดีนาร์อิรัก แต่รัฐบาลต้องการอย่างน้อย 7 ล้านล้านดีนาร์ต่อเดือน เพียงเพื่อจ่ายเงินเดือนข้าราชการ
ช่องว่างอยู่ที่ 4.5 ล้านล้านดีนาร์ต่อเดือน เฉพาะค่าเงินเดือน ยังไม่นับรายจ่ายด้านบริการสาธารณะ ไฟฟ้า น้ำประปา สวัสดิการสังคม และงบป้องกันประเทศ
หากรายได้ยังอยู่ในระดับนี้ อิรักจะต้องกู้ยืมอย่างเร่งด่วน ทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ ปัญหาคือตลาดสินเชื่อในช่วงสงครามไม่เอื้ออำนวย และอิรักไม่มี [credit rating] ที่จะกู้ยืมในราคาถูก
จากวิกฤตการเงินสู่วิกฤตการเมือง
เมื่อจ่ายเงินเดือนไม่ได้ ทุกอย่างจะเริ่มสั่นคลอน เงินเดือนข้าราชการเสี่ยง สวัสดิการสังคมถูกกดดัน บริการพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและน้ำประปาถูกกระทบ และความสงบเรียบร้อยสาธารณะก็มีความเสี่ยง
แบกแดดกำลังแข่งกับเวลา ต้องป้องกันไม่ให้อิรักกลายเป็นสมรภูมิเพิ่มเติม ต้องจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ต้องผ่านงบประมาณปี 2569 และต้องเปิดช่องทางจัดหาเงินทุน หากทำไม่ได้ ระบบจะเริ่มสั่นเร็วมาก
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนมองว่าอิรักเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อประเทศที่พึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก ประเทศที่มีรายได้ 90% จากน้ำมันถูกตัดขาดจากตลาดโลก ส่งออกลดลง 84% รายได้ร่วง 72% และช่องว่างงบประมาณกว้างจนจ่ายเงินเดือนข้าราชการไม่พอ
อิรักยังส่งออกได้อยู่ ยังได้ราคา [premium] ด้วยซ้ำ แต่สูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปแล้ว นั่นคือปริมาณ ในระบบที่ 90% ของรายได้มาจากน้ำมัน ปริมาณคือทุกสิ่ง ราคาที่ดีต่อบาร์เรลช่วยอะไรไม่ได้เมื่อส่งออกได้แค่เศษเสี้ยวของปกติ วิกฤตของอิรักเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าหากสงครามยืดเยื้อ ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่พึ่งพาน้ำมันจะเผชิญชะตากรรมคล้ายกัน
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
