ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: เงินทุนไหลออกจากอ่าวเปอร์เซีย แต่ไม่ไปสหรัฐฯ — กำลังไหลเข้าฮ่องกงแทน

สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดทุนโลกขณะนี้ ผิดปกติอย่างร้ายแรง ตามทฤษฎี เมื่อเกิดความไม่สงบระดับโลก ห่วงโซ่อุปทานชะงัก เศรษฐกิจโลกใกล้ถดถอย นักลงทุนจะย้ายเงินเข้าสู่ safe haven อย่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หรือยุโรป แต่ครั้งนี้กลับตรงกันข้าม ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่านี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในกระแสเงินทุนโลก ที่จะมีผลกระทบระยะยาวต่อทุกตลาด

พันธบัตรสหรัฐฯ ถูกเทขาย — เดือนมีนาคมแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565

เดือนมีนาคม 2569 เป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดสำหรับนักลงทุนพันธบัตรสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 แทนที่จะเป็น safe haven ในยามวิกฤต พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับอยู่ในภาวะ liquidation

ตลาดหนี้สหรัฐฯ มีปัญหาเชิงโครงสร้างอยู่แล้วก่อนสงคราม มีพันธบัตรมูลค่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ต้อง rollover ในปีนี้ และต้องทำในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าตอนออกพันธบัตรเดิมอย่างมาก ตอนนี้ยังต้องรับภาระจากสงคราม กระทรวงกลาโหมขอเพิ่มงบประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ และเผาคลังอาวุธมูลค่าหลายพันล้านทุกสัปดาห์

ผลก็คือนักลงทุนเลือกที่จะมองหาที่อื่น

อังกฤษก็ไม่ใช่ safe haven — yield สูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงิน 2551

ปกติเมื่อสหรัฐฯ ไม่น่าดึงดูด นักลงทุนจะหันไปหาอังกฤษ ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินที่ไม่ได้ทำสงครามกับอิหร่าน น่าจะเป็น safe haven ได้ แต่ไม่ใช่ครั้งนี้

yield พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 10 ปี สูงที่สุด นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี พ.ศ. 2551 หมายความว่านักลงทุนไม่ได้มองว่าอังกฤษปลอดภัยเช่นกัน ทั้งสหรัฐฯ และอังกฤษ ซึ่งเป็น safe haven แบบดั้งเดิม กำลังเห็น yield พุ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงราคาพันธบัตรลดลง ซึ่งหมายถึงคนกำลังขาย ไม่ใช่ซื้อ

จีนกู้ถูกกว่าสหรัฐฯ ถึง 3 เท่า

ในขณะที่ yield ของสหรัฐฯ และอังกฤษพุ่งขึ้น yield พันธบัตรจีนอายุ 10 ปีอยู่ที่ 1.82% และ กำลังลดลง แปลว่ารัฐบาลจีนสามารถกู้เงินระยะยาว 10 ปีในอัตราดอกเบี้ยที่ คิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของอัตราสหรัฐฯ

ทันข่าวลงทุนมองว่าตัวเลขนี้สะท้อนสิ่งสำคัญ ตลาดกำลังบอกว่าจีน ซึ่งไม่ได้ทำสงคราม มีเศรษฐกิจเติบโต และไม่ได้เผาเงินกับปฏิบัติการทางทหาร เป็นที่ที่ปลอดภัยกว่าสำหรับเงินลงทุนระยะยาว อย่างน้อยก็ในสายตาของตลาดพันธบัตร

เงินทุน 3 แสนล้านดอลลาร์จากอ่าวเปอร์เซียกำลังย้าย — แต่ไม่ไปนิวยอร์ก

เงินทุนกำลังไหลออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในยามสงคราม แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ ปลายทาง

แทนที่จะไหลไปนิวยอร์กหรือลอนดอนตามแบบแผนเดิม เงินทุนกำลังไหลเข้า ฮ่องกง บริษัทจัดการสินทรัพย์ของ [Wall Street] และยุโรปกำลังขยายสำนักงานในฮ่องกงเพื่อรับลูกค้าใหม่ที่ขายสินทรัพย์ในตะวันออกกลางแล้วนำเงินมาที่จีน

การประเมินของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกระบุว่าธนาคารในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียมีความเสี่ยงจาก capital flight มูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะยาวนานแค่ไหน การประเมินดังกล่าวสมมติว่าช่วงรุนแรงที่สุดของสงครามจะกินเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่ตอนนี้ผ่าน 4 สัปดาห์มาแล้ว และดูไบกำลังถูกโจมตีด้วยจรวดและโดรนจากอิหร่านโดยตรง

ทำไมฮ่องกง ไม่ใช่นิวยอร์ก

ทันข่าวลงทุนมองว่าเหตุผลที่นักลงทุนจากอ่าวเปอร์เซียเลือกฮ่องกงมีหลายมิติ

สำหรับนักลงทุนในดูไบ ฮ่องกงเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยง จีนและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่า แม้แต่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ [sovereign wealth funds] ก็กำลังเปลี่ยนทิศทางมาที่ฮ่องกง

ที่สำคัญกว่านั้น อิหร่านอนุญาตให้เรือจากประเทศที่เป็นมิตรอย่าง จีน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ขณะที่เรือจากประเทศอื่นถูกปิดกั้น สิ่งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าในโลกที่กำลังแบ่งขั้ว การอยู่ฝั่งจีนมีข้อได้เปรียบทางปฏิบัติที่จับต้องได้

ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่า [Iron Dome] ไม่สามารถป้องกันเทลอาวีฟจากขีปนาวุธอิหร่านได้ ฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ถูกโจมตี แม้แต่สถานทูตก็ถูกโจมตี นักลงทุนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเอาเงินไปไว้ที่ไหน ย่อมพิจารณาสิ่งเหล่านี้ประกอบด้วย

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ชั่วคราว

ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ capital flight ชั่วคราวในยามสงครามที่จะไหลกลับเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่เป็น การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ของกระแสเงินทุนโลก

พันธบัตรสหรัฐฯ ไม่ได้ทำหน้าที่ safe haven ในวิกฤตครั้งนี้ พันธบัตรอังกฤษก็ไม่ได้ทำ เงินทุนจากตะวันออกกลางไม่ได้ไหลไปตะวันตกตามแบบเดิม แต่ไหลไปตะวันออก นี่คือสัญญาณว่าศูนย์กลางความเชื่อมั่นทางการเงินของโลกกำลังเลื่อนตัว

หากรูปแบบนี้ยังคงอยู่แม้หลังสงครามจบ จะมีผลกระทบมหาศาลต่อทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ สถานะ reserve currency ไปจนถึงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจระหว่างตะวันตกกับตะวันออก

มุมมองทันข่าวลงทุน

ทันข่าวลงทุนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรและกระแสเงินทุนโลกส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า กฎเกณฑ์เก่ากำลังถูกเขียนใหม่ safe haven แบบดั้งเดิมไม่ปลอดภัยเหมือนเดิม เงินทุนจากตะวันออกกลางไหลไปตะวันออกไม่ใช่ตะวันตก และจีนกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จากวิกฤตนี้ในมิติที่ไม่ใช่แค่การค้า แต่รวมถึงการดึงดูดเงินทุน

สำหรับนักลงทุนไทย สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ หากกระแสเงินทุนโลกกำลังเลื่อนตัวมาทางเอเชีย ตลาดในภูมิภาครวมถึงไทยอาจได้ประโยชน์จากเงินทุนส่วนหนึ่งที่ไหลเข้ามา แต่ก็ต้องระวังว่าดอลลาร์ที่อ่อนค่าและ yield สหรัฐฯ ที่สูงจะสร้างความผันผวนให้ค่าเงินและตลาดทุนทั่วเอเชียเช่นกัน

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: อิรักวิกฤตเงียบ — รายได้น้ำมันร่วง 72% จ่ายเงินเดือนข้าราชการไม่พอ

ขณะที่สายตาทั้งโลกจับจ้องไปที่อิหร่าน อิสราเอล และราคาน้ำมัน มีอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเข้าสู่วิกฤตร้ายแรงอย่างเงียบๆ นั่นคือ อิรัก ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอิรักคือภาพตัวอย่างที่...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: จุดแตกหักของตลาดน้ำมันอยู่กลางเดือนเมษายน — น้ำมันหายไป 930 ล้านบาร์เรล

วิกฤตพลังงานที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของคนรุ่นนี้กำลังทวีความรุนแรงทุกวัน โลกสูญเสียอุปทานน้ำมันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กำลังการผลิตที่หายไปพุ่งถึง 10.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลดาวเทียม และจะยิ่งเลว...

อ่านเพิ่มเติม →
ข่าว AI

สรุปข่าว AI: Google เปิดตัว Gemma 4 โมเดลเปิดอันดับ 1 สหรัฐฯ, Anthropic ค้นพบ 'อารมณ์' ใน Claude

Google DeepMind เปิดตัว Gemma 4 — โมเดลโอเพนซอร์สที่ทรงพลังที่สุดของ Google Google DeepMind ปล่อยโมเดล Gemma 4 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่สุดของตระกูล Gemma โมเดลหลักคือรุ่น 31B Dens...

อ่านเพิ่มเติม →