ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: กับดัก Stagflation ที่ Fed แก้ไม่ได้ — ทำไมวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

ความเสี่ยงของ stagflation ในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่านี่คือภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เพราะ stagflation คือสถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัว การว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้ากลับพุ่งสูง เป็นภาวะที่ธนาคารกลางไม่มีเครื่องมือแก้ไข และครั้งนี้หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่พุ่งถึง 39 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ยาแก้แบบเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป

Stagflation คืออะไร — ทำไมเลวร้ายกว่า Recession

ในภาวะ recession ปกติ เศรษฐกิจหดตัว คนตกงาน แต่ราคาสินค้าลดลงตามเพราะอุปสงค์หดหาย อย่างน้อยของถูกลง คนที่ยังมีงานทำยังพอเอาตัวรอดได้

แต่ stagflation เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของทั้งสองโลก เศรษฐกิจชะลอตัวหรือหดตัว คนตกงานเพิ่มขึ้น แต่ราคาสินค้ากลับพุ่งสูง ผู้คนสูญเสียรายได้ในขณะที่ต้องจ่ายแพงขึ้นทุกวัน นี่คือเหตุผลที่นักเศรษฐศาสตร์เรียก stagflation ว่า deadly combo

Stagflation เกิดจาก 2 ส่วนผสมหลัก คือ supply shock กับ นโยบายการเงินที่ผิดพลาด และทั้งสองอย่างกำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในตอนนี้

[Supply Shock] — ฮอร์มุซลดลง 97% และตอนนี้ทะเลแดงก็ถูกปิด

ก่อนสงคราม เรือราว 151 ลำต่อวัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตอนนี้เหลือเพียง 4-5 ลำต่อวัน ลดลง 97% เรือที่ยังผ่านได้ต้องจ่ายค่าผ่านทางราคาแพงลิ่ว หรือจ่ายด้วยหยวนจีน ซึ่งต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภค

ที่แย่กว่าคือ สถานการณ์เลวร้ายลงอีกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อฮูตีเข้าร่วมความขัดแย้งและคุกคามเส้นทางเดินเรือใน ทะเลแดง ตอนนี้จุดคอขวด 2 จุด ถูกปิดกั้นพร้อมกัน ทั้งช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง

ไม่ใช่แค่น้ำมันที่ถูกกระทบ แต่รวมถึงปุ๋ย สารเคมี โลหะ และวัตถุดิบที่จำเป็นต่อภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก เมื่อเกิด supply shock ขนาดนี้ มันคือสูตรตำราเรียนของ stagflation

[M2] โต 10.6% แต่รัฐบาลบอกเงินเฟ้อแค่ 2.4%

ส่วนผสมที่สองคือนโยบายการเงินที่ผิดพลาด และข้อมูลชัดเจน

ปริมาณเงิน [M2] ในสหรัฐฯ ณ สิ้นเดือนมกราคม อยู่ที่ 22.469 ล้านล้านดอลลาร์ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 22.667 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นอัตราเติบโตรายปี 10.6%

ทันข่าวลงทุนมองว่าตัวเลขนี้สำคัญมาก เพราะรายงาน [CPI] ของรัฐบาลระบุว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4% แต่ปริมาณเงินในระบบกำลังเพิ่มขึ้น 10.6% ต่อปี ช่องว่างระหว่างสองตัวเลขนี้คือสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจริงสูงกว่าที่ตัวเลขทางการสะท้อน

สาเหตุเริ่มต้นจากวิกฤตการเงิน 2551 ที่รัฐบาลและ [Fed] เลือกพิมพ์เงินแทนที่จะปล่อยให้เกิด depression แล้วซ้ำด้วยการพิมพ์เงินมหาศาลในช่วง [COVID] นี่คือการสะสมปัญหามาเป็นทศวรรษ

ทำไมครั้งนี้ต่างจากวิกฤต 2551

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมวิกฤตการเงิน 2551 ไม่เกิด stagflation ทั้งที่ก็มีการพิมพ์เงินมหาศาล คำตอบคือ วิกฤต 2551 เกิดจาก เกมการเงินที่ล้มเหลว สภาพคล่องหายไป คนสูญเสียงานและบ้าน ราคาสินค้าตกลง จึงเป็น recession ธรรมดา ไม่ใช่ stagflation

แต่ครั้งนี้สาเหตุเริ่มจาก ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งขึ้น น้ำมัน พลังงาน ปุ๋ย โลหะ ทุกอย่างแพงขึ้นเพราะ supply shock ต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและเกิดการเลิกจ้าง แต่ราคาสินค้าไม่ลดลงเพราะต้นทุนการผลิตยังคงสูง จึงได้ recession พร้อมกับ inflation สูง

กับดักนโยบาย — [Fed] ทำอะไรก็ผิด

นี่คือหัวใจของปัญหา ในภาวะ recession ปกติ [Fed] สามารถลดดอกเบี้ยและพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะราคาสินค้ากำลังลดลงอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกลัวเงินเฟ้อ

แต่ใน stagflation [Fed] ติดอยู่ใน กับดักที่ไม่มีทางออก

  • ลดดอกเบี้ย + พิมพ์เงิน? เงินเฟ้อที่สูงอยู่แล้วจะยิ่งพุ่งหนัก อาจกลับไปสู่ระดับ 15-20% ราคาบ้านจะพุ่งเหมือนปี 2564-2565 ขณะที่ค่าจ้างไม่ตามทัน
  • ขึ้นดอกเบี้ย? เศรษฐกิจที่ถูกกระทบจะยิ่งเลวร้าย การเลิกจ้างจะเพิ่มขึ้น
  • ไม่ทำอะไรเลย? เศรษฐกิจอ่อนแอ การว่างงานสูง เงินเฟ้อสูง ทุกอย่างเน่าอยู่กับที่

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ผลลัพธ์แย่ทั้งสิ้น

ยาแก้แบบ 1970s ใช้ไม่ได้อีกแล้ว — หนี้ 39 ล้านล้านดอลลาร์คือตัวปัญหา

ครั้งสุดท้ายที่สหรัฐฯ เผชิญ stagflation คือทศวรรษ 1970 จากวิกฤตน้ำมันและการปฏิวัติอิหร่าน [Fed] แก้ปัญหาด้วยการ ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 20% ทำให้เศรษฐกิจเจ็บหนัก แต่ในที่สุดก็ฆ่าเงินเฟ้อได้

ทันข่าวลงทุนมองว่ายาแก้แบบเดิม ใช้ไม่ได้อีกแล้ว ในปี ค.ศ. 1980 หนี้สาธารณะสหรัฐฯ อยู่ที่ 9 แสนล้านดอลลาร์ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ 32% ตอนนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ 39 ล้านล้านดอลลาร์ สัดส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ที่ 120% ยังไม่นับหนี้สินที่ยังไม่ได้ตั้งสำรอง [unfunded liabilities]

ปีนี้รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยหนี้กว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี จากรายได้ภาษีรวม 5 ล้านล้านดอลลาร์ หาก [Fed] ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 20% ดอกเบี้ยหนี้จะพุ่งเป็น กว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่ารายได้ภาษีทั้งหมด ไม่เหลือเงินทำอะไรอื่นเลย

ที่เลวร้ายกว่าคือ หนี้สาธารณะส่วนใหญ่ตอนนี้ออกเป็น [T-bills] ระยะสั้น ที่ครบกำหนดภายใน 1 ปี เพราะไม่มีใครอยากซื้อพันธบัตร 30 ปีของสหรัฐฯ ดังนั้นดอกเบี้ยที่สูงจะกระทบต้นทุนหนี้ทันที ไม่ใช่ค่อยๆ ซึมเข้ามาเหมือนในอดีต

ทางออกเดียว — [Deescalation] ที่ [Trump] ไม่มีอำนาจทำ

ทันข่าวลงทุนประเมินว่า [Fed] แก้ปัญหานี้ไม่ได้ เครื่องมือทุกชนิดจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ทางออกเดียวคือ การลดระดับความขัดแย้ง ([deescalation]) ที่จะทำให้เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด supply shock หยุด และเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย

แต่ปัญหาคือ [Trump] ไม่สามารถถอยจากสงครามนี้ได้ง่ายๆ เหมือนสงครามการค้า เพราะแม้สหรัฐฯ จะถอนทหารกลับ ช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงก็ไม่ได้เปิดเองโดยอัตโนมัติ อิหร่านถือไพ่อยู่ในมือ ไม่ใช่ [Trump] และทุกครั้งที่ [Trump] โพสต์ข้อความให้ความมั่นใจบนโซเชียลมีเดีย ผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดหุ้นก็ลดลงเรื่อยๆ เพราะตลาดเริ่มเรียนรู้ว่าคำพูดไม่ตรงกับความเป็นจริง

มุมมองทันข่าวลงทุน

ทันข่าวลงทุนมองว่าสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกกำลังเดินเข้าสู่ กับดัก stagflation ที่ไม่มียาแก้ Supply shock จากสงครามอิหร่านกดดันต้นทุนให้พุ่ง ปริมาณเงิน [M2] ที่เพิ่มขึ้น 10.6% ต่อปีสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม และหนี้สาธารณะ 39 ล้านล้านดอลลาร์ทำให้ [Fed] ใช้ยาแก้แบบทศวรรษ 1970 ไม่ได้ สินทรัพย์ทุกประเภทเผชิญความเสี่ยงสูงในสภาวะ stagflation ทั้งหุ้นที่ถูกกดดันจากเศรษฐกิจชะลอ พันธบัตรที่ถูกกดดันจากเงินเฟ้อ และแม้แต่สินทรัพย์ปลอดภัยก็ไม่ปลอดภัยจริงเมื่อทุกอย่างถูก forced sell พร้อมกัน

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: สงครามอิหร่านกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก — น้ำมันขาด 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่มีทางออก

สงครามอิหร่านไม่ใช่เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ไกลตัวอีกต่อไป ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสถานการณ์กำลังกลายเป็น ภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระดับโลก น้ำมันที่หายจากตลาดสุทธิ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นกว่...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: น้ำมันจริงแตะ $150 ทั้งที่ราคากระดาษยังอยู่ $115 — รูปแบบ 50 ปีที่ทุกครั้งตามด้วยตลาดล่ม

ราคาน้ำมัน [Brent] ในตลาดล่วงหน้าอยู่ที่ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาน้ำมันจริงที่ส่งมอบทางกายภาพในเอเชียกำลังซื้อขายที่ 150 ดอลลาร์ขึ้นไป ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าช่องว่างระหว่างราคากระดาษกับรา...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: สงครามลามจากน้ำมันถึงอะลูมิเนียม — ฮูตีเข้าร่วม สหรัฐฯ เตรียมบุกทางบก

สงครามอิหร่านไม่ได้เป็นแค่วิกฤตน้ำมันอีกต่อไป ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสถานการณ์กำลังพัฒนาเป็น full-chain supply shock ที่กระทบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่โรงงานอะลูมิเนียมในอ่าวเปอร์เซีย...

อ่านเพิ่มเติม →