วิเคราะห์: สงครามอิหร่านกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก — น้ำมันขาด 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่มีทางออก
สงครามอิหร่านไม่ใช่เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ไกลตัวอีกต่อไป ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสถานการณ์กำลังกลายเป็น ภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระดับโลก น้ำมันที่หายจากตลาดสุทธิ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นกว่า 10% ของอุปทานโลก ปฏิกิริยาลูกโซ่กำลังลามจากน้ำมันไปสู่ทุกภาคส่วน ตั้งแต่อาหาร เซมิคอนดักเตอร์ อะลูมิเนียม จนถึงค่าครองชีพของทุกครัวเรือน และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีใครมองเห็นจุดจบของสงครามนี้
9 ประเทศพัวพัน — 5 ประเทศยิงขีปนาวุธใส่กัน
ขณะนี้มี 5 ประเทศ ที่เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนขีปนาวุธโดยตรง ได้แก่ สหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน เลบานอน (ผ่าน Hezbollah) และเยเมน (ผ่านฮูตี) นอกจากนี้ยังมีอีก 4 ประเทศ ที่ต้องป้องกันตัวเองจากโดรนและขีปนาวุธเป็นรายวัน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ โอมาน และบาห์เรน ซึ่งล้วนเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของโลก
สหรัฐฯ ส่งทหารเข้าสู่ภูมิภาคแล้วราว 5 หมื่นนาย รวมถึงนาวิกโยธินและหน่วยภาคพื้นดิน มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมปฏิบัติการยึด เกาะ Kharg นอกชายฝั่งอิหร่าน เกาะนี้เป็นหัวใจทางเศรษฐกิจของอิหร่าน เพราะน้ำมันส่งออก 90% ของประเทศผ่านจุดนี้ คิดเป็นราว 30% ของ GDP อิหร่าน การยึด Kharg จะให้อำนาจต่อรองมหาศาลแก่สหรัฐฯ แต่ก็จะเป็นการยกระดับสงครามครั้งใหญ่
น้ำมันขาด 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน — มากกว่า 10% ของอุปทานโลก
จุดคอขวดที่สำคัญที่สุด 2 จุดถูกกระทบพร้อมกัน ช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านควบคุม และ Bab al-Mandab ที่ฮูตีควบคุม ส่งผลให้น้ำมันหายจากระบบราว 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน
มาตรการฉุกเฉินอย่างการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ [SPR] ช่วยชดเชยได้เพียง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หักกลบแล้วโลกยังขาดน้ำมันสุทธิ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปริมาณใช้ทั้งโลก 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ที่ต้องไม่ลืมคือ SPR ไม่ใช่ทรัพยากรที่มีไม่จำกัด ถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ คลังสำรองจะหมดลง และเมื่อนั้นจะเผชิญกับการขาดแคลนเต็มจำนวน 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ด้วยเหตุนี้ Donald Trump จึงตัดสินใจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมัน ทั้งรัสเซีย (น้ำมันที่อยู่กลางทะเล) และอิหร่าน (ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522) รวมถึงอนุญาตให้น้ำมันรัสเซียส่งไปคิวบาได้ เหตุผลเดียวคือ เศรษฐกิจโลกขาดน้ำมันอย่างสิ้นหวัง
ปฏิกิริยาลูกโซ่ — จากน้ำมันสู่อาหาร ชิป และอะลูมิเนียม
ราคาน้ำมันที่พุ่งเหนือ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ได้กระทบแค่ราคาน้ำมันที่ปั๊ม แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ เพราะน้ำมันยังคงเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจโลก ต้นทุนขนส่ง ค่าไฟฟ้า ต้นทุนการผลิต ต้นทุนวัตถุดิบ ทุกอย่างขึ้นกับน้ำมัน
แต่ไม่ใช่แค่น้ำมัน สถานการณ์กำลังกระจายออกไปทุกทิศทาง
- ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต ขาดแคลน ส่งผลให้ต้นทุนเกษตรกรพุ่ง ราคาอาหารจะแพงขึ้นทั่วโลก กระทบผู้บริโภคทุกคน
- ฮีเลียม ขาดแคลน กระทบการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิป AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ตั้งแต่รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงระบบ AI
- อะลูมิเนียม จากตะวันออกกลางถูกกระทบ ส่งผลต่อภาคก่อสร้าง ขนส่ง บรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมการบิน
ทันข่าวลงทุนมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเดี่ยวๆ อีกต่อไป แต่เป็น ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่กำลังระเบิด ทุกวันมีข่าวปัญหาใหม่โผล่ขึ้นมาในอีกมุมหนึ่งของเศรษฐกิจโลก
ทางตัน — ไม่มีฝ่ายไหนยอมถอย
คำถามที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อไรสงครามจะจบ คำตอบตอนนี้คือ ไม่มีใครรู้ Trump ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าสงครามใกล้จบ สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดินสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง จำนวนทหารเพิ่มขึ้น กิจกรรมทางทหารเข้มข้นขึ้น และมีการพูดถึงปฏิบัติการภาคพื้นดิน
ฝั่งอิหร่าน ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ และประกาศชัดว่า จะไม่เจรจาภายใต้แรงกดดัน สิ่งที่สหรัฐฯ และพันธมิตรต้องการไม่ใช่แค่กลับไปสู่สถานะเดิม แต่รวมถึงการค้ำประกันเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ การลดขีดความสามารถทางทหาร และอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงผู้นำ ซึ่งสำหรับอิหร่าน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน อีกฝ่ายปฏิเสธที่จะถอย สงครามจะไม่จบเร็ว มีแต่จะลากยาว ยกระดับ และสร้างความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลเศรษฐกิจจริงกำลังจะมาถึง — เมษายน-พฤษภาคมจะเห็นชัด
สิ่งที่หลายคนยังไม่ตระหนักคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ยังไม่ปรากฏในตัวเลขทางการ เพราะข้อมูลเศรษฐกิจมี time lag เสมอ ผลกระทบจะเริ่มปรากฏในตัวเลขเดือนมีนาคม และจะชัดเจนมากขึ้นในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
ในระยะแรกจะแสดงออกมาเป็นการชะลอตัวของการเติบโต แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความเสี่ยงจริงจังที่จะกลายเป็น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก ที่รุนแรงเทียบเท่าวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 หรือวิกฤตการเงินโลก 2550-2551 เพราะเมื่อรวมราคาพลังงานสูง ห่วงโซ่อุปทานแตกหัก เงินเฟ้อพุ่ง และอุปสงค์ตก เข้าด้วยกัน จะสร้างเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบสำหรับ recession ขนาดใหญ่
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสงครามอิหร่าน ข้ามจุดที่จะเป็นแค่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไปแล้ว ตอนนี้เป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังก่อตัว น้ำมันขาด 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน (สุทธิหลังหัก SPR) คิดเป็นกว่า 10% ของอุปทานโลก ราคาน้ำมันเหนือ 115 ดอลลาร์และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก ปฏิกิริยาลูกโซ่กำลังกระจายจากน้ำมันไปสู่อาหาร เทคโนโลยี และภาคก่อสร้าง ขณะที่ไม่มีทางออกทางการทูตที่เห็นในระยะสั้น
ตัวเลขเศรษฐกิจที่จะออกมาในเดือนเมษายนและพฤษภาคมจะเป็นจุดที่ตลาดต้องเผชิญหน้ากับความจริง และหากตัวเลขเหล่านั้นแย่กว่าคาด ซึ่งมีโอกาสสูง จะเห็นแรงเทขายอีกระลอกในตลาดหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
