วิเคราะห์: สงครามลามจากน้ำมันถึงอะลูมิเนียม — ฮูตีเข้าร่วม สหรัฐฯ เตรียมบุกทางบก
สงครามอิหร่านไม่ได้เป็นแค่วิกฤตน้ำมันอีกต่อไป ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสถานการณ์กำลังพัฒนาเป็น full-chain supply shock ที่กระทบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจโลก ตั้งแต่โรงงานอะลูมิเนียมในอ่าวเปอร์เซียถูกขีปนาวุธโจมตี ฮูตีในเยเมนเปิดแนวรบใหม่คุกคามเส้นทางเดินเรือทะเลแดง ไปจนถึงสหรัฐฯ ที่กำลังเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดิน ทุกสิ่งทุกอย่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือสงครามกำลังขยายตัว ไม่ใช่หดตัว
โรงงานอะลูมิเนียมถูกโจมตี — วิกฤตที่ยังไม่มีใครพูดถึง
มีรายงานว่าโรงงานผลิตอะลูมิเนียมในรัฐอ่าวเปอร์เซีย รวมถึง บาห์เรน ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ นี่คือพัฒนาการที่สำคัญแต่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
อะลูมิเนียมเป็นวัสดุพื้นฐานของอารยธรรมสมัยใหม่ ใช้ในทุกอย่าง ตั้งแต่รถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ บรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ ขับรถก็ใช้อะลูมิเนียม นั่งเครื่องบินก็ใช้ ดื่มน้ำจากกระป๋องก็ใช้ อยู่ในตึกสมัยใหม่ก็มีอะลูมิเนียมอยู่ทุกที่
ตะวันออกกลางไม่ใช่ผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่เป็นผู้ผลิตที่มี ต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพสูง เพราะมีพลังงานราคาถูกเป็นวัตถุดิบ หากกำลังการผลิตถูกกระทบ ไม่สามารถหาแหล่งทดแทนได้ข้ามคืน ราคาอะลูมิเนียมจะพุ่ง และจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนก่อสร้าง ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท นี่คือแรงกดดันเงินเฟ้ออีกชั้นหนึ่งที่กำลังถูกซ้อนเข้ามาในระบบ
ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ — 2 จุดคอขวดโลกถูกคุกคามพร้อมกัน
กลุ่ม ฮูตี ในเยเมนเริ่มยิงขีปนาวุธเข้าร่วมความขัดแย้ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินเรือทั่วโลกอย่างมาก เพราะเยเมนตั้งอยู่ติดกับ ช่องแคบ [Bab al-Mandab] ประตูแคบๆ ระหว่างเยเมนกับแอฟริกาตะวันออก ที่เชื่อมต่อไปยังทะเลแดงและคลองสุเอซ เส้นทางนี้รองรับสินค้าราว 10% ของการค้าโลกทุกปี
ทันข่าวลงทุนมองว่าตอนนี้จุดคอขวดสำคัญที่สุดของโลก 2 จุด ถูกคุกคามพร้อมกัน ช่องแคบฮอร์มุซที่กระทบน้ำมันและก๊าซ และ [Bab al-Mandab] ที่กระทบการค้าสินค้าทั่วไปและเรือคอนเทนเนอร์ นี่ไม่ใช่แค่ energy shock อีกต่อไป แต่เป็น supply chain shock เต็มรูปแบบ
เมื่อห่วงโซ่อุปทานถูกกระทบ ทุกอย่างแพงขึ้น การขนส่งใช้เวลานานขึ้นเพราะต้องเปลี่ยนเส้นทาง ค่าประกันภัยพุ่งเพราะเสี่ยงถูกขีปนาวุธ เส้นทางเดินเรือถูกบังคับให้อ้อม ทั้งหมดนี้แปลงเป็นเงินเฟ้อโดยตรง
ช่องแคบฮอร์มุซ — ยังคงเป็นผลกระทบใหญ่ที่สุด
ปกติแล้วน้ำมันและก๊าซราว 20% ของการบริโภคทั่วโลกผ่านช่องแคบฮอร์มุซทุกวัน พร้อมกับสินค้าอื่นๆ อีกมหาศาล ตอนนี้การจราจรลดลงอย่างมาก เรือที่ยังผ่านได้มีเพียงลำที่อิหร่านอนุญาต ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปริมาณปกติ
ไม่จำเป็นต้องปิดช่องแคบสมบูรณ์เพื่อสร้างวิกฤต แค่ลดปริมาณก็เพียงพอที่จะทำให้อุปทานตึงตัว ดันราคาขึ้น และสร้างความผันผวน ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรง ราคาก๊าซพุ่งสูงเกินจินตนาการ ซึ่งเป็นปัญหาหนักสำหรับประเทศในยุโรปที่พึ่งพาก๊าซนำเข้า ตลาดกำลัง price in ว่าการหยุดชะงักนี้อาจกินเวลาไม่ใช่แค่วัน แต่อาจเป็นเดือน
3,500 ทหารเพิ่ม — เตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดิน
มีรายงานว่าทหารสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีก 3,500 นาย เดินทางถึงภูมิภาคแล้ว ทันข่าวลงทุนมองว่าตัวเลขนี้บอกทุกอย่าง ไม่มีประเทศไหนส่งทหารขนาดนี้เข้าพื้นที่หากไม่ได้เตรียมยกระดับ
ขณะเดียวกัน [Donald Trump] ยังคงประกาศว่าสงครามใกล้จบ สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายส่วนใหญ่แล้ว และอิหร่านต้องการทำข้อตกลง แต่เมื่อดูสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดินจริง ภาพไม่ตรงกันเลย ความขัดแย้งขยายตัว มีผู้เล่นใหม่เข้ามา โครงสร้างพื้นฐานสำคัญถูกโจมตี และอิหร่านไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะถอย
สิ่งที่กำลังถูกพูดถึงไม่ใช่การบุกอิหร่านเต็มรูปแบบ เพราะอิหร่านเป็นประเทศใหญ่มาก แต่เป็นปฏิบัติการจำกัดที่มีเป้าหมายเฉพาะจุด และเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดคือ เกาะ [Kharg] นอกชายฝั่งอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมัน 90% ของอิหร่าน ในเชิงยุทธศาสตร์สมเหตุสมผล เป็นพื้นที่จำกัด สำคัญยิ่งยวด และจะให้อำนาจต่อรองมหาศาลเหนือเศรษฐกิจอิหร่าน
แต่ปัญหาคือ ยึดได้ไม่ยาก แต่ รักษาไว้ยาก ต้องป้องกันจากโดรน ขีปนาวุธ และภัยคุกคามทางเรือ ซึ่งหมายความว่าต้องประจำการระยะยาว และนั่นหมายความว่าสงครามจะยืดเยื้อออกไปอีกนาน
แรงกดดันซ้อนชั้น — จากน้ำมันถึงอะลูมิเนียมถึงอาหาร
ทันข่าวลงทุนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ แรงกดดันเงินเฟ้อหลายชั้นที่ซ้อนทับกัน ราคาน้ำมันพุ่ง ราคาก๊าซพุ่ง การเดินเรือถูกกระทบ ห่วงโซ่อุปทานล่าช้า ตอนนี้เพิ่มอะลูมิเนียมเข้ามาอีก รวมถึงฮีเลียมและปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรตที่ถูกกระทบไปก่อนหน้านี้
ทั้งหมดนี้ป้อนเข้าสู่เงินเฟ้อ และเงินเฟ้อคือประเด็นสำคัญที่สุดตอนนี้ ธนาคารกลางทั่วโลกหวังจะเริ่มลดดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อกระตุ้นการเติบโต ทุกคนคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้แล้วหลังจากสูงมาหลายปี แต่ถ้าแรงกดดันจากสงครามยังคงอยู่ ธนาคารกลางอาจต้องหยุดลดดอกเบี้ย หรือเลวร้ายกว่านั้น อาจต้อง ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ผลที่ตามมาคือต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น การลงทุนของภาคธุรกิจชะลอเพราะแพงเกินไป ตลาดอสังหาริมทรัพย์อ่อนแอเพราะสินเชื่อบ้านแพง ทั้งหมดส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลง
มุมมองทันข่าวลงทุน — เสี่ยง Recession หาก 2 ช่องแคบถูกปิดพร้อมกัน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่ายิ่งสงครามยืดเยื้อ ความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกยิ่งทวีคูณ สงครามกำลังขยายตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่อย่างอะลูมิเนียม ดึงผู้เล่นใหม่อย่างฮูตีเข้ามา ยังคงกดดันเส้นทางเดินเรือสำคัญ และมีสัญญาณว่าจะเข้าสู่ปฏิบัติการภาคพื้นดินที่ยากจะถอนตัว
ทุกสัปดาห์ที่ผ่านไปเพิ่มความเสี่ยงของเงินเฟ้อสูง นโยบายการเงินที่ตึงตัว และการเติบโตที่ชะลอลง หากทั้งช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางทะเลแดงถูกกระทบอย่างรุนแรงพร้อมกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่แค่การเติบโตที่ช้าลง แต่อาจเป็น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
