ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: จีนนั่งรอเก็บผล — ทำไมสงครามอิหร่านและสงครามการค้ากลับเป็นโอกาสของปักกิ่ง

ขณะที่สหรัฐฯ จมอยู่กับสงครามในตะวันออกกลางและสงครามการค้ารอบใหม่ จีน กำลังนั่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างเงียบๆ ผู้นำตะวันตกทยอยบินไปปักกิ่ง ดุลการค้าจีนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และไพ่ rare earth ที่จีนถืออยู่ในมือกำลังสร้างความเจ็บปวดให้ภาคการผลิตทั่วโลก ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่านี่คือช่วงเวลาที่จีนรอคอยมานาน แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่จีนเองยังแก้ไม่ตก

สหรัฐฯ สร้างความไม่มั่นคง จีนรับบทผู้ใหญ่ในห้อง

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ชอบใช้วลี "โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเห็นมา 100 ปี" และตอนนี้การเปลี่ยนแปลงนั้นมาถึงจริง แต่ผู้ส่งมอบกลับเป็น Donald Trump

สหรัฐฯ ถูกมองว่าเป็น "พลังแห่งความไม่มั่นคง" ในเวทีโลก จีนฉวยโอกาสนำเสนอตัวเองเป็น "ผู้ใหญ่ในห้อง" จีนยินดีที่เห็นสหรัฐฯ ถลำลึกในตะวันออกกลาง เพราะจีนมองมาตลอดว่าระเบียบโลกปัจจุบันถูกครอบงำโดยสหรัฐฯ มากเกินไป การที่ Trump ท้าทายระเบียบนั้นเสียเอง กลับเปิดโอกาสให้สี จิ้นผิงเข้ามาเติมเต็มสุญญากาศ

สิ่งที่เห็นชัดคือ ผู้นำตะวันตกทยอยบินไปปักกิ่ง ไม่ใช่เพราะรักจีน แต่เพราะต้องการ hedge ความเสี่ยงจากสหรัฐฯ ที่กลายเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจไม่ได้ พวกเขารู้ดีว่าจีนจะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่อย่างน้อยจีนทำตัวสม่ำเสมอ ต่างจาก Trump ที่คาดเดาไม่ได้

สงครามการค้า — จีนเจ็บที่สหรัฐฯ แต่ชนะที่อื่น

สงครามการค้ารอบแรกของ Trump สอนจีนบทเรียนสำคัญ คือ การพึ่งพาสหรัฐฯ เป็นเรื่องอันตราย จีนจึงเร่งกระจายฐานลูกค้าอย่างเป็นระบบ ปีที่ผ่านมาการส่งออกของจีนไปสหรัฐฯ ลดลง 20% แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับน่าทึ่ง จีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์

ตัวเลขส่งออกไปตลาดอื่นชัดเจน

  • อินเดีย: เพิ่มขึ้น 12.8%
  • อาเซียน: เพิ่มขึ้น 13.5%
  • สหภาพยุโรป: เพิ่มขึ้น 8.4%

เมื่อจีนตอบโต้ด้วยภาษี 125% ต่อสินค้าสหรัฐฯ และศาลสูงสหรัฐฯ ตีตกภาษีนำเข้าทั่วโลกบางส่วน สถานการณ์ยิ่งสะท้อนว่าจีนเรียนรู้วิธีเล่นเกมนี้แล้ว และ Trump ก็รู้ดี

Rare Earth — ไพ่ตายที่จีนถือไว้ในมือ

นอกเหนือจากภาษี จีนยังใช้ ไพ่ rare earth ที่ทรงพลังกว่ามาก จีนประกาศควบคุมการส่งออก แร่หายาก 7 ชนิด รวมถึงแม่เหล็กที่ผลิตจากแร่เหล่านี้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในทุกอย่าง ตั้งแต่ iPhone, รถ EV ไปจนถึงเครื่องบินรบและขีปนาวุธ

จีนครองห่วงโซ่อุปทานนี้อย่างเบ็ดเสร็จ ขุดแร่หายากกว่า 60% ของโลก และกลั่นแร่กว่า 90% ของโลก มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรม rare earth ทั้งหมดไม่ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประเทศอื่นเลิกลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ไปนานแล้ว เพราะจีนมีข้อได้เปรียบทั้งค่าแรงต่ำและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ยืดหยุ่น

แม้ประเทศต่างๆ จะเริ่มหาทางลดการพึ่งพาจีน แต่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างห่วงโซ่อุปทานทดแทนได้ ในระยะสั้นถึงกลาง จีนจึงยังคงกุมอำนาจต่อรองนี้ไว้แน่น

ปัญหาภายใน — จุดอ่อนที่ชัยชนะทางการค้าแก้ไม่ได้

แต่ภาพไม่ได้สวยงามทั้งหมด จีนตั้งเป้าหมาย GDP ปีนี้ที่ 4.5-5% ซึ่งเป็น ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ปัญหาเชิงโครงสร้างยังรุมเร้า

รัฐบาลท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กู้ยืมเกินตัว สร้างกำลังการผลิตเกินความต้องการมหาศาล ทั้งสะพานที่ไม่มีคนใช้ โรงงานเหล็กที่ผลิตเกินกว่าใครจะซื้อไหว และเมืองร้างที่ไร้คนอยู่ ผลลัพธ์คือ ภาวะเงินฝืด (deflation) ที่กดดันเศรษฐกิจ

การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (fixed asset investment) ลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่มีการบันทึก เหลือเพียงภาคส่งออกที่ยังประคองเศรษฐกิจไว้ แรงงานจีนเผชิญกับการลดเงินเดือน การเลิกจ้าง และหลายคนหันไปทำงาน gig economy ที่ไม่มีความมั่นคง

ที่ซ้ำร้ายคือ สิ่งที่จีนส่งออกไปไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็น การส่งออกภาวะเงินฝืด สินค้าราคาถูกที่ขายไม่หมดในสหรัฐฯ ก็ถูกเทขายไปอาเซียน ลาตินอเมริกา และยุโรป ซึ่งสร้างความตึงเครียดกับประเทศที่จีนกำลังพยายามสานสัมพันธ์

ช่องแคบฮอร์มุซ — จุดอ่อนด้านพลังงานของจีน

แม้จีนจะได้ประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามอิหร่าน แต่มีจุดอ่อนที่ชัดเจน อิหร่านคิดเป็นราว 13-40% ของน้ำมันนำเข้าของจีน หากอิหร่านยังปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป จีนจะมีปัญหาในการจัดหาน้ำมันนำเข้า เกือบครึ่ง ของทั้งหมด

จีนไม่เคยให้คำมั่นว่าจะส่งทหารไปปกป้องเวเนซุเอลาหรืออิหร่าน ทั้งที่ทั้งสองประเทศพึ่งพาจีนเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ทางเศรษฐกิจ บทเรียนนี้ชัดเจน จีนเลือกใช้ อำนาจทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทางทหาร เพื่อขยายอิทธิพล แต่จะไม่ยอมพันตัวเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารที่ห่างจากบ้าน

หากสงครามลุกลามไปยังประเทศอื่น ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนจะถูกคุกคาม ดังนั้นจีนจึงเลือกรบเฉพาะ สนามที่ตัวเองได้เปรียบ คือสงครามการค้า

Hedging — คำจำกัดความของปี 2569

ทันข่าวลงทุนมองว่าคำสำคัญที่สุดสำหรับปี 2569 คือ "Hedging" ประเทศต่างๆ ที่ติดอยู่ระหว่างมหาอำนาจสองขั้ว ถูกกดดันให้เลือกข้าง แต่ไม่มีใครอยากเลือก ทางออกเดียวคือกระจายความเสี่ยง สร้างสัมพันธ์กับทั้งสองฝั่ง และหลีกเลี่ยงการพึ่งพาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป

สหรัฐฯ ยังคงเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดและมีกำลังทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก จีนยังไม่ใช่คู่แข่งที่เทียบเท่า อย่างน้อยก็ในตอนนี้ แต่ช่องว่างกำลังแคบลงทุกวัน และทุกวันที่สหรัฐฯ แสดงความไม่มั่นคง คือวันที่จีนได้เปรียบเพิ่มขึ้น

สำหรับนักลงทุน สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน rare earth สินทรัพย์ในตลาดจีน และสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ที่ได้ประโยชน์จากการกระจายการค้า ล้วนมีปัจจัยหนุนจากแนวโน้มเชิงโครงสร้างนี้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดของจีน ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ และวิกฤตพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซ

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: วิกฤต Private Credit ลุกลาม — Apollo ปิดกั้นการถอนเงิน สัญญาณเตือนที่ตลาดมองข้าม

กองทุน Apollo Debt Solutions มูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่งประกาศว่าได้รับคำขอถอนเงินคืนสูงถึง 11.2% ของมูลค่าหุ้นกองทุน แต่จ่ายคืนให้เพียง 45% ของจำนวนที่ขอ ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่านี่ไม...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: ผลพวงที่ไม่มีใครพูดถึง — สงครามอิหร่านกำลังทำให้รัสเซียร่ำรวยมหาศาล

สงครามอิหร่านกดดันอุปทานน้ำมันโลก ดันราคาพุ่งกลับสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างปัญหาให้เศรษฐกิจทั่วโลก แต่ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่ามีอีกมิติหนึ่งที่แทบไม่มีใครพูดถึง นั่นคือสงครามครั้งนี้กำลังสร...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: น้ำมัน 11 ล้านบาร์เรลต่อวันหายจากตลาด — SPR ซื้อเวลาได้ แต่แก้ปัญหาไม่ได้

ครบ 4 สัปดาห์แล้วที่ช่องแคบฮอร์มุซแทบไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันผ่าน กำลังการผลิตน้ำมันที่หายไปจากตลาดโลกพุ่งขึ้นเป็น 10.98 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนประเมินว่า ตลาดน้ำมันกำลังเข้าสู่จุดที่ ...

อ่านเพิ่มเติม →