วิเคราะห์: ตลาดเชื่อว่าสงครามจะจบเร็ว แต่ข้อมูล PMI บอกว่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
ตลาดการเงินทั่วโลกดีดตัวขึ้นทันทีที่มีข่าวว่าสหรัฐฯ เสนอ แผน 15 ข้อ ให้อิหร่านเพื่อยุติสงคราม ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้น ราคาน้ำมันกลับลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหมือนทุกอย่างกำลังจะกลับสู่ปกติ แต่ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าตลาดกำลังมองโลกสวยเกินไป เพราะข้อมูลเศรษฐกิจจริงที่เพิ่งออกมาเล่าเรื่องคนละเรื่องกัน
แผน 15 ข้อ — สหรัฐฯ มั่นใจ แต่อิหร่านไม่เอาด้วย
ฝ่ายสหรัฐฯ ประกาศอย่างมั่นใจว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง และการเจรจากำลังคืบหน้า โดยเสนอแผน 15 ข้อที่รวมถึงการหยุดยิง การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร การยุติการสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในเลบานอน และที่สำคัญที่สุดคือการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ อีกครั้ง
แต่ฝั่งอิหร่านพูดคนละภาษา นายทหารระดับสูงของอิหร่านปรากฏตัวทางโทรทัศน์และเยาะเย้ยแนวคิดเรื่องการเจรจา โดยกล่าวว่า \"สหรัฐฯ กำลังเจรจากับตัวเอง\" ผู้นำอิหร่านยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจากเชื่อว่าปฏิบัติการทางทหารเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเจรจาอยู่ ทั้งเหตุการณ์ในเดือนมิถุนายน 2568 และสถานการณ์ปัจจุบัน ความไว้วางใจจึงเป็นศูนย์
ทันข่าวลงทุนมองว่า รูปแบบการเจรจาแบบที่สหรัฐฯ ใช้กับกรณี กรีนแลนด์ นั้นใช้ไม่ได้กับอิหร่าน กรณีกรีนแลนด์นั้น สหรัฐฯ เปิดด้วยจุดยืนสุดขั้ว แล้วค่อยถอยกลับมาสู่สิ่งที่ต้องการจริง แต่อิหร่านไม่ยอมเข้าสู่กรอบการเจรจาตั้งแต่แรก ไม่ยอมรับข้อเสนอ ไม่แสดงท่าทีว่าจะถอย และไม่มีสัญญาณว่าจะเปลี่ยนใจ
สถานการณ์ภาคสนาม — ทหารเพิ่มขึ้น สงครามไม่ลดลง
ขณะที่มีการพูดถึงการเจรจา สถานการณ์ทางทหารกลับยกระดับขึ้น ยังมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนข้ามพรมแดนหลายประเทศในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีสัญญาณชะลอตัวแม้แต่น้อย
ที่สำคัญกว่านั้น สหรัฐฯ กำลังส่งกำลังพลจาก กองพลส่งทางอากาศที่ 82 (82nd Airborne Division) เพิ่มอีก 1,000 นาย เข้าสู่ตะวันออกกลาง เพิ่มเติมจากกำลังพลราว 5 หมื่นนาย ที่ประจำอยู่แล้ว สิ่งนี้สะท้อนว่าแม้จะมีวาทกรรมเรื่องสันติภาพ แต่การเตรียมพร้อมทางทหารยังเดินหน้าเต็มสูบ
ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดตลอดช่วงสงคราม อุปทานน้ำมันและก๊าซราว 20% ของโลกที่เคยไหลผ่านเส้นทางนี้ทุกวันถูกตัดขาด ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานพุ่ง ห่วงโซ่อุปทานสะดุด และการเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอลง
ข้อมูล PMI เดือนมีนาคม — ความเสียหายปรากฏชัดทั่วโลก
นี่คือจุดสำคัญที่สุดของสัปดาห์นี้ ข้อมูล Purchasing Managers' Index (PMI) เดือนมีนาคมออกมาแล้ว และภาพที่เห็นชัดเจน คือเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวพร้อมกันในทุกภูมิภาค
PMI เป็นดัชนีที่สำรวจผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของบริษัทนับพันทั่วโลก คนเหล่านี้เป็นคนสั่งวัตถุดิบ บริหารห่วงโซ่อุปทาน และวางแผนธุรกิจล่วงหน้า จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนใคร ค่า PMI เหนือ 50 หมายถึงเศรษฐกิจขยายตัว ต่ำกว่า 50 หมายถึงหดตัว
ภาพรวม PMI เดือนมีนาคมของเศรษฐกิจหลักทั่วโลก มีดังนี้
- ยุโรป — การเติบโตเกือบหยุดชะงัก กิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่เหนือระดับ 50 อย่างหวุดหวิด
- สหราชอาณาจักร — การเติบโตชะลอลงอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจรายงานต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิง ขนส่ง และวัตถุดิบ
- สหรัฐฯ — การเติบโตอ่อนแอลง โดยเฉพาะภาคบริการ ต้นทุนเพิ่มขึ้นพร้อมกับความไม่แน่นอนสูง
- ญี่ปุ่น — การเติบโตชะลอ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง ไม่น่าแปลกใจเมื่อพิจารณาว่าญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก
- อินเดีย — การเติบโตชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ออสเตรเลีย — แย่ที่สุดในกลุ่ม PMI ร่วงลงต่ำกว่า 50 ซึ่งหมายความว่า ภาคเอกชนกำลังหดตัว
ข้อความที่ข้อมูลเหล่านี้ส่งออกมาชัดเจนมาก การเติบโตชะลอทั่วโลก ขณะที่ราคาสินค้าพุ่งขึ้น นี่คือสูตรสำเร็จของ stagflation ที่ธนาคารกลางทั่วโลกกลัวที่สุด เพราะต้องเลือกระหว่างกระตุ้นเศรษฐกิจกับควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งทำทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้
ตลาดกับความจริง — ช่องว่างที่อันตราย
ทันข่าวลงทุนมองว่าตอนนี้เกิด disconnect ระหว่างตลาดการเงินกับข้อมูลเศรษฐกิจจริง อย่างชัดเจน ตลาดทำตัวเหมือนสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายเร็วๆ นี้ หุ้นดีดตัว น้ำมันลง ทุกอย่างดูสดใส แต่ข้อมูล PMI บอกว่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้วจริง และกำลังลุกลาม
ตลาดมักมองหาข่าวดีอยู่เสมอ เพียงแค่มี "กลิ่นอาย" ของการเจรจา นักลงทุนก็พร้อมเข้าซื้อทันที price in การกลับสู่ปกติก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อมองไปที่สถานการณ์บนพื้นดิน สงครามยังดำเนินอยู่ ความตึงเครียดยังสูง และยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนแม้แต่น้อย
ความเสียหายที่ไม่หายไปข้ามคืน
คำถามสำคัญสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วจะลึกแค่ไหน เพราะแม้สงครามจะจบลงในวันพรุ่งนี้ ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไม่ได้หายไปข้ามคืน
โรงงานที่สั่งวัตถุดิบในราคาแพงไปแล้วก็ต้องแบกต้นทุนต่อไป สายเรือที่เปลี่ยนเส้นทางหลีกเลี่ยงฮอร์มุซก็ต้องใช้เวลากลับมาวิ่งเส้นทางเดิม บริษัทที่ชะลอการลงทุนเพราะความไม่แน่นอนก็ไม่ได้กลับมาลงทุนทันทีที่สงครามจบ ผลกระทบเหล่านี้จะค้างอยู่ในระบบอีกหลายไตรมาส
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าตลาดกำลัง ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป การที่ราคาน้ำมันกลับลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพราะข่าวการเจรจา ทั้งที่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธชัดเจน สะท้อนว่าตลาดกำลัง "ฟังสิ่งที่อยากได้ยิน" มากกว่า "มองสิ่งที่เป็นจริง"
ข้อมูล PMI ทั่วโลกที่ชี้ไปทาง stagflation ชัดเจน คือการเติบโตชะลอพร้อมกับต้นทุนพุ่ง เป็นสภาวะที่ท้าทายสำหรับทุกสินทรัพย์ หุ้นถูกกดดันจากกำไรที่ชะลอ พันธบัตรถูกกดดันจากเงินเฟ้อ และสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทเผชิญความผันผวนสูง สิ่งที่ต้องจับตาคือ ตลาดจะยอมรับความจริงเมื่อไร เพราะเมื่อนั้นการปรับฐานอาจรุนแรงกว่าที่หลายคนคาด
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
