วิเคราะห์: สงครามพลังงานอิหร่านลุกลาม — น้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ กับความเสี่ยง [Recession] ที่ใกล้เข้ามา
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่อันตราย ทันข่าวลงทุนประเมินว่านี่ไม่ใช่แค่สงครามที่จำกัดอยู่ในภูมิภาคอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น สงครามพลังงานเต็มรูปแบบ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบพลังงานโลก ตลาดการเงิน และเสถียรภาพของเศรษฐกิจทั่วโลก
คำขาด 48 ชั่วโมง — สหรัฐฯ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงานอิหร่าน
ประธานาธิบดี [Donald Trump] โพสต์ข้อความบน [Truth Social] ว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีเงื่อนไขภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยเริ่มจากโรงที่ใหญ่ที่สุดก่อน
นี่คือการขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านโดยตรง และมาหลังจากที่ อิสราเอล โจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติของอิหร่านไปไม่กี่วันก่อนหน้า ฝั่งอิหร่านตอบโต้ทันทีด้วยการโจมตีโรงงาน LNG ขนาดใหญ่ใน กาตาร์ ซึ่งรายงานระบุว่าทำให้กำลังการผลิต LNG ของโลกหายไปถึง 17% เป็นเวลา 5 ปี ไม่ใช่แค่กำลังการผลิตของกาตาร์เท่านั้น แต่เป็น 17% ของกำลังการผลิตทั้งโลก
อิหร่านยังประกาศเตือนว่า หากสหรัฐฯ ลงมือจริง อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วตะวันออกกลาง ทันข่าวลงทุนมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือวงจรแห่งการตอบโต้ที่ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ และทุกครั้งที่ยกระดับ เป้าหมายที่ถูกโจมตีคือ โครงสร้างพลังงาน ทั้งสิ้น
น้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ — และอาจพุ่งเกิน 200 ดอลลาร์
ขณะนี้ราคาน้ำมันซื้อขายอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากสถานการณ์ยกระดับขึ้นอีก ราคาอาจพุ่งทะลุ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดที่เคยเห็นในประวัติศาสตร์
ปัญหาหลักอยู่ที่ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซราว 20% ของอุปทานโลกทุกวัน แต่ตอนนี้การเดินเรือถูกจำกัดอย่างหนัก แทบไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเลย เรือที่เสี่ยงเข้าไปถูกโจมตี ค่าประกันภัยพุ่งสูงจนเกินจะรับไหว
แม้สหรัฐฯ จะส่งเรือรบไปคุ้มกัน แต่ขีปนาวุธและโดรนยังสามารถโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันได้ การมีกองเรือรบในพื้นที่ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง นี่คือเหตุผลที่อุปทานพลังงานโลกตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม
ยกเลิกคว่ำบาตร 50 ปี — สะท้อนความสิ้นหวัง
สิ่งที่สะท้อนความรุนแรงของสถานการณ์ได้ชัดเจนที่สุด คือการที่สหรัฐฯ ตัดสินใจ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย และที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) นั่นคือเกือบ 50 ปี ที่ไม่เคยมีการผ่อนคลายมาตรการนี้มาก่อนเลย
เหตุผลเดียวที่ทำเช่นนี้คือความจำเป็นเร่งด่วนที่จะเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก เพราะส่วนต่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานกว้างขึ้นจนน่ากังวล แต่แม้จะยกเลิกคว่ำบาตรแล้ว น้ำมันก็ยังซื้อขายเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แสดงว่าตลาดไม่เชื่อว่าอุปทานที่เพิ่มขึ้นจะเพียงพอ
ทันข่าวลงทุนมองว่านี่คือดาบสองคม การยกเลิกคว่ำบาตรช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันก็จริง แต่ก็เท่ากับเป็นการส่งเงินให้รัสเซียและอิหร่าน ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดรายได้ของประเทศเหล่านี้ตั้งแต่แรก
ราคาก๊าซธรรมชาติ — ยุโรปเสี่ยงหนัก
ราคาก๊าซธรรมชาติ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นับจากสงครามเริ่มต้น และหากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยังคงถูกโจมตี ราคาอาจพุ่งขึ้นอีกหลายเท่า ผลกระทบต่อยุโรปรุนแรงเป็นพิเศษ เพราะยุโรปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าอย่างมาก
เมื่อราคาพลังงานพุ่ง ผลกระทบจะ ลามเข้าสู่เงินเฟ้ออย่างรวดเร็ว กระทบผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และรัฐบาลทั่วโลก ทันข่าวลงทุนประเมินว่านี่ไม่ใช่ผลกระทบที่จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่เศรษฐกิจในอีก 6-12 เดือน แต่จะเห็นผลอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ ภาวะถดถอยในปี 2569 กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ขีปนาวุธพิสัยไกล — ภัยคุกคามขยายถึงยุโรป
มิติด้านการทหารยิ่งน่ากังวล อิหร่านยิง ขีปนาวุธแบบสองขั้น (two-stage ballistic missiles) โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอังกฤษที่ [Diego Garcia] ในมหาสมุทรอินเดีย ขีปนาวุธเหล่านี้มีพิสัยการยิงหลายพันไมล์ ซึ่งหมายความว่าอิหร่านอาจมีขีดความสามารถในการโจมตีเมืองหลวงสำคัญในยุโรป เช่น ปารีส และ เบอร์ลิน ได้
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดว่าอิหร่านมีศักยภาพขนาดนั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขามี ทั้งที่หลายฝ่ายอ้างว่าขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านถูกทำลายไปมากแล้ว แต่ขีปนาวุธเหล่านี้ยังคงถูกยิงออกมา และการโจมตีเมืองต่างๆ ในอิสราเอลก็ทวีความรุนแรงขึ้น
ที่น่ากังวลที่สุดคือ มีรายงานว่าอิหร่านเริ่มโจมตีเป้าหมายที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับ ศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิสราเอล เป็นที่ทราบกันดีว่าอิสราเอลครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า อาวุธนิวเคลียร์เคยถูกใช้เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาแล้ว แม้ขณะนี้ยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก แต่หากสถานการณ์ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ คำถามนี้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
ตลาดวันจันทร์ — เตรียมรับแรงสั่นสะเทือน
ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่า ข้อความของ [Trump] ถูกโพสต์ขณะตลาดปิดทำการ ซึ่งหมายความว่าแรงกระทบทั้งหมดจะถูกสะท้อนเมื่อตลาดเปิดในวันจันทร์ ราคาน้ำมันที่พุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์อยู่แล้ว มีโอกาสสูงที่จะปรับตัวขึ้นอีกอย่างรุนแรง
ภาพรวมที่เห็นตอนนี้คือรูปแบบที่อันตราย ได้แก่ การขู่โจมตีและตอบโต้โครงสร้างพลังงาน ขีดความสามารถด้านขีปนาวุธที่ยกระดับขึ้น ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของความขัดแย้งที่ขยายตัว และหลายประเทศในตะวันออกกลางถูกดึงเข้าสู่สงครามแล้ว
มุมมองทันข่าวลงทุน
ทันข่าวลงทุนประเมินว่าสถานการณ์กำลังเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว ความขัดแย้งที่เริ่มต้นในตะวันออกกลางกำลังลุกลามเป็นวิกฤตพลังงานโลก ราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูง การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่ใช้มาเกือบครึ่งศตวรรษ และภัยคุกคามจากขีปนาวุธที่ขยายไปถึงยุโรป ทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือความเสี่ยงของ วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งรุนแรง
สินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทมีแรงกดดันหนัก สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานมีความผันผวนสูง และสินทรัพย์ปลอดภัยอาจไม่ทำหน้าที่ได้ตามปกติในสภาวะที่ทุกอย่างถูกบิดเบือนด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนที่มีพอร์ตลงทุนในตลาดโลกต้องประเมินความเสี่ยงใหม่อย่างจริงจัง
บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง
