ทันข่าวลงทุน

วิเคราะห์: สงครามอิหร่าน Margin Call ธนาคารกลาง — ทำไมทองคำร่วง 15% ทั้งที่โลกกำลังวิกฤต

ทองคำร่วงลงกว่า 15% นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ทั้งที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังลุกลาม หลายคนงงว่าสินทรัพย์ปลอดภัยทำไมถึงไม่ปลอดภัย สื่อการเงินบอกว่าเป็นแค่ profit taking หรือ overbought correction ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่าคำตอบที่แท้จริงลึกกว่านั้นมาก สงครามอิหร่านกำลัง margin call ธนาคารกลาง ทั่วโลก บังคับให้ขายทองคำเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่เพราะต้องการขาย

ตุรกีเทขายทองคำ 60 ตัน ใน 2 สัปดาห์ — มากกว่า ETF ทั้งโลกรวมกัน

ธนาคารกลางตุรกีทำ gold-for-forex swap ราว 58-60 ตัน ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ คิดเป็น 10% ของทองคำสำรองทั้งหมดของประเทศ ตัวเลขนี้มากกว่า outflows จาก ETF ทองคำทั่วโลกทั้งหมดรวมกัน ซึ่งอยู่ที่ราว 43 ตัน ประเทศเดียวสร้างแรงขายมากกว่านักลงทุน ETF ทั้งโลก

ตุรกีเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำตัวยงที่สุดในรอบ 10 ปี สะสมทองคำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สงครามอิหร่านบังคับให้กลับลำ 180 องศา เพราะตุรกีนำเข้าพลังงาน 90% ของน้ำมันและ 98% ของก๊าซธรรมชาติ ทุกๆ ราคาน้ำมันที่ขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตุรกีต้องจ่ายเพิ่มอีก 4-5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี เมื่อน้ำมันขึ้นไปแล้ว 50 ดอลลาร์ ลองคำนวณดู

ตุรกีมีทางเลือก 3 ทาง ทุกทางแย่ หนึ่งคือปล่อยให้ค่าเงินลีราร่วง ซึ่งเท่ากับฆ่าตัวตายทางการเมือง สองคือเผาเงินสำรองดอลลาร์ซึ่งเหลือน้อยอยู่แล้ว สามคือขายทองคำแลกดอลลาร์ ตุรกีเลือกทางที่สาม นำทองคำมูลค่าราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่ฝากไว้ที่ Bank of England ในลอนดอนมาทำ swap แลกดอลลาร์กลับ เหมือนเอาสร้อยคำของย่าไปจำนำที่โรงรับจำนำ

วิกฤต Currency Peg ของรัฐอ่าวเปอร์เซีย — อ่างอาบน้ำที่กำลังแห้ง

สถานการณ์ของรัฐอ่าวเปอร์เซียรุนแรงกว่าตุรกีอีก และเหตุผลอยู่ที่ ระบบ currency peg

ซาอุดีอาระเบีย UAE กาตาร์ บาห์เรน โอมาน และคูเวต ล้วนตรึงค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐฯ ระบบนี้ทำงานได้เพราะประเทศเหล่านี้ขายน้ำมันทุกวัน รับดอลลาร์เข้ามาตลอด เหมือนอ่างอาบน้ำที่มีก๊อกเปิดเติมดอลลาร์อยู่ตลอดเวลา ขณะที่ดอลลาร์ไหลออกบ้างเพื่อนำเข้าอาหาร เครื่องจักร และสินค้าต่างๆ แต่ก๊อกเปิดแรงกว่า น้ำจึงไม่แห้ง

สงครามอิหร่าน ปิดก๊อก ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด น้ำมันส่งออกไม่ได้ ดอลลาร์หยุดไหลเข้า แต่ดอลลาร์ยังไหลออกเหมือนเดิม ยิ่งกว่านั้นยังไหลออกเร็วขึ้น ทั้งค่าอาหารนำเข้า 80% ที่ต้องเรือขนเข้ามา ค่าใช้จ่ายทหารที่พุ่งขึ้น ค่าซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และเงินที่ชาวต่างชาติ นักลงทุน และบริษัทต่างๆ กำลังโยกออกจากภูมิภาค

หากอ่างแห้ง ค่าเงินจะพังทลาย เงินเฟ้อจะระเบิด และศรัทธาต่อระบบเศรษฐกิจทั้งหมดจะสูญสิ้น ธนาคารกลางจึงต้องทำทุกทาง เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น และทางเดียวที่เหลือคือ ขายทองคำแลกดอลลาร์เติมอ่าง

ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าซาอุดีอาระเบียขายทองคำ เพราะกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติอย่าง PIF และ QIA ไม่จำเป็นต้องรายงานการถือทองคำต่อ IMF แต่ข้อมูลจากลอนดอนชี้ว่ามี net outflows จากตู้นิรภัยในลอนดอนถึง 45 ตัน ในช่วง 2 เดือนแรกของปี สัญญาณชัดเจนว่ามีคนขายหนัก

3 แรงกดดันกดทองคำพร้อมกัน

ทันข่าวลงทุนมองว่าราคาทองคำถูกกดดันจาก 3 แรง ในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์

แรงที่ 1: ประเทศผู้นำเข้าพลังงาน — ตุรกี อินเดีย สหภาพยุโรป กำลังเผาเงินสำรองดอลลาร์เพื่อจ่ายค่าน้ำมัน และบางประเทศเริ่มขายทองคำ อินเดียกลายเป็นผู้ขายสุทธิทองคำนับตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

แรงที่ 2: ประเทศที่ตรึงค่าเงินกับดอลลาร์ — รัฐอ่าวเปอร์เซียทั้งหมดที่กำลังขายทองคำเพื่อปกป้อง currency peg ตามที่อธิบายข้างต้น

แรงที่ 3: ประเทศที่ระดมทุนสงคราม — รัสเซียขายทองคำมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปีที่ผ่านมาเพื่อหนุนสงครามยูเครน โปแลนด์กำลังพูดถึงการแปลงทองคำ 550 ตัน มูลค่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นงบป้องกันประเทศ

ที่ซ้ำเติมคือ จีน ผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดจากธนาคารกลาง (27 ตันในปี 2568) หยุดซื้อทองคำในไตรมาส 4 ปี 2568 ตลาดทองคำจึงสูญเสียทั้งผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดและกลายเป็นแหล่งระดมทุนของผู้ขายรายใหญ่พร้อมกัน

รัสเซียห้ามส่งออกทองคำ เมษายน 2569 — แรงขายอีกระลอก

รัสเซีย ผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของโลก เพิ่งประกาศ จำกัดการส่งออกทองคำ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 อนุญาตให้ส่งออกได้ไม่เกิน 100 กรัมต่อคน (มูลค่าราว 1.5 หมื่นดอลลาร์) ซึ่งไม่ใช่ระดับสถาบัน

ผลที่ตามมาคือ ผู้ถือทองคำในรัสเซียจำนวนมากกำลังเร่งขายก่อนกำหนด เพื่อไม่ให้สินทรัพย์ถูกล็อกไว้ในประเทศตามกฎหมาย แรงขายนี้จะสร้างความผันผวนเพิ่มเติมในตลาดทองคำโลกช่วงเดือนเมษายน

ภาพระยะยาว — ขาขึ้นของทองคำยังไม่จบ

แม้จะมีแรงขายมหาศาลในระยะสั้น ทันข่าวลงทุนประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำ ไม่ได้เปลี่ยน Fed จะต้องลดดอกเบี้ยในที่สุดเพราะหนี้ภาครัฐสูง รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องพิมพ์เงินเพิ่ม ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลงในระยะยาว และการที่รัสเซียสร้างระบบการเงินคู่ขนานนอกระบบดอลลาร์ ยิ่งลดความต้องการดอลลาร์ในระยะยาว ทั้งหมดนี้หนุนทองคำ

สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ forced liquidation ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ธนาคารกลางไม่ได้หมดศรัทธาในทองคำ แต่ถูกบังคับให้ขายเพื่อความอยู่รอด เมื่อสงครามจบลงหรืออุปทานน้ำมันกลับมา ความจำเป็นในการขายทองคำจะหายไป และผู้ที่เคยขายออกไปก็จะกลับมาซื้อสะสมใหม่

มุมมองทันข่าวลงทุน

ทันข่าวลงทุนมองว่าการร่วง 15% ของทองคำไม่ใช่จุดจบของขาขึ้น แต่เป็นผลจากกลไก margin call ระดับประเทศที่ไม่เคยเกิดขึ้นในขนาดนี้มาก่อน ตุรกี รัฐอ่าวเปอร์เซีย อินเดีย รัสเซีย และโปแลนด์ ล้วนขายทองคำพร้อมกัน ขณะที่จีนผู้ซื้อรายใหญ่หยุดซื้อ แรงกดดัน 3 ด้านนี้ยังไม่หมดไป โดยเฉพาะหาก Russia gold export ban มีผลในเดือนเมษายน อาจเห็นแรงขายอีกระลอก

แต่สำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว ช่วงที่ธนาคารกลางถูกบังคับให้ขายทองคำเพราะวิกฤต มักเป็นช่วงที่ราคาทองคำอยู่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน เพราะแรงขายมาจากความจำเป็น ไม่ใช่จากการประเมินค่าใหม่ เมื่อ forced selling หยุด ราคามักกลับมาอย่างรวดเร็ว

บทวิเคราะห์นี้เป็นความเห็นของทีมงาน ทันข่าวลงทุน ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: สงครามรองเท้ากีฬา Nike สูญเสียบัลลังก์ — On Running ท้าชิง Crocs พลิกเกม

อุตสาหกรรมรองเท้ากีฬาและสปอร์ตแวร์มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ Nike ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดมาหลายทศวรรษกำลังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง On Running และ Hoka ข...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: การ์ดโปเกมอนใบละ 600 ล้านบาท — ตลาด 1 แสนล้านดอลลาร์ที่ชนะ S&P 500

การ์ดโปเกมอน 1 ใบ ขายได้ 17 ล้านดอลลาร์ (ราว 600 ล้านบาท) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทำลายสถิติการ์ดสะสมที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีการซื้อขาย ทันข่าวลงทุนมองว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ข่าวแปลกๆ ของนักสะสม แต่สะท้อ...

อ่านเพิ่มเติม →
บทวิเคราะห์

วิเคราะห์: กับดัก Stagflation ที่ Fed แก้ไม่ได้ — ทำไมวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา

ความเสี่ยงของ stagflation ในสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมวิเคราะห์ทันข่าวลงทุนมองว่านี่คือภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เพราะ stagflation คือสถานการณ์ที่เศร...

อ่านเพิ่มเติม →