Brent ขยับขึ้น 2 ดอลลาร์สู่ 104.22 จากความไม่แน่นอนเรื่องหยุดยิง — Saudi Aramco ลดส่งน้ำมันดิบไปจีนและเอเชีย — Barclays ชี้ Brent อาจทะลุ 100 หากยืดถึงเมษายน ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน — EBRD เผยรายได้น้ำมันรัสเซียอาจพุ่ง 3 เท่านับตั้งแต่สงคราม — ฝรั่งเศสเรียกประชุม G7 รัฐมนตรีคลัง พลังงาน และธนาคารกลาง เตรียมมาตรการรับมือราคาน้ำมัน
Brent ขยับขึ้น 2 ดอลลาร์สู่ 104.22 — Saudi Aramco ลดส่งน้ำมันดิบไปจีนและเอเชีย
ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้น 2 ดอลลาร์สู่ 104.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนประเมินว่าการหยุดยิงยังไม่แน่นอน อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอเมื่อวาน และการโจมตียังดำเนินอยู่ Saudi Aramco ตัดสินใจ ลดปริมาณส่งมอบน้ำมันดิบไปยังผู้นำเข้ารายใหญ่ 2 อันดับแรกในเอเชีย โดยจีนคาดว่าจะได้รับน้ำมันน้อยลงในรอบส่งมอบที่กำลังจะมาถึง การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับที่ตลาดน้ำมันยังเผชิญความไม่แน่นอนเรื่องเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดเสินเจิ้นสั่งระงับซื้อขาย ETF น้ำมันดิบ 2 กองทุน ของ E Fund และ Harvest Fund เป็นการชั่วคราว หลังความผันผวนของราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงในช่วงที่ผ่านมา สายการบิน Spring Airlines ของจีนประกาศ ขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเที่ยวบินภายในประเทศ ตั้งแต่ตั๋วที่จำหน่ายวันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไป นับเป็นหนึ่งในสายการบินแรกของจีนที่ส่งผ่านต้นทุนน้ำมันไปยังผู้โดยสาร
Barclays ชี้ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน หาก Brent ยืดถึงเมษายน
Barclays ประเมินว่าหากสถานการณ์ลากยาวถึง ปลายเดือนเมษายน Brent ในตลาดฟอร์เวิร์ดอาจปรับตัวสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้จะมีการเปลี่ยนเส้นทางส่งออกผ่าน ท่าเรือ Yanbu และ Fujairah เต็มที่แล้ว แต่หากช่องแคบฮอร์มุซยังถูกกระทบยาวนาน จะเกิด ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรลต่อวัน Barclays ยังระบุว่าความเสี่ยงต่อราคา Brent ที่ สูงกว่า 85 ดอลลาร์ เอียงไปทางด้านสูง
ตัวเลขช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ Barclays ระบุนั้น เทียบได้กับการที่ปริมาณ Strategic Petroleum Reserve [SPR] ที่สหรัฐฯ ปล่อยออกมาราว 1-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงต่ำกว่าระดับที่จำเป็นในการอุดช่องว่างดังกล่าวมาก แม้มีการเปลี่ยนเส้นทางส่งออกผ่าน Yanbu และ Fujairah เต็มกำลังแล้วก็ตาม
EBRD เผยรายได้น้ำมันรัสเซียอาจพุ่ง 3 เท่า — ฝรั่งเศสเรียก G7 หารือมาตรการรับมือน้ำมัน
ธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาแห่งยุโรป [EBRD] ประเมินว่า รายได้น้ำมันสุทธิของรัสเซียอาจเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้น ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงทำให้รัสเซียในฐานะผู้ส่งออกรายใหญ่ได้รับรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาล แม้จะเผชิญการโจมตีท่าเรือจากยูเครนในช่วงเดียวกัน
รัฐมนตรีเศรษฐกิจฝรั่งเศสประกาศว่า เรียกประชุม G7 ระดับรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพลังงาน และผู้ว่าการธนาคารกลางในวันจันทร์ เพื่อเตรียมมาตรการรับมือราคาน้ำมันสูง รัฐมนตรีระบุว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะชะลอตัวจากความผันผวนของราคาพลังงาน แต่ยังคงคาดการณ์ GDP ที่ 1% และจะ ประกาศมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันภายในอีกไม่กี่วัน
การที่ฝรั่งเศสเรียกประชุม G7 โดยรวมรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพลังงาน และผู้ว่าการธนาคารกลางไว้ในการประชุมเดียวกัน แสดงให้เห็นว่ายุโรปมองว่าผลกระทบของวิกฤตน้ำมันในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งมิติการคลัง พลังงาน และนโยบายการเงินพร้อมกัน ไม่ใช่ปัญหาที่สามารถแก้ไขแยกส่วนได้
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
