วอนเกาหลีร่วงต่อเนื่องเทียบดอลลาร์จากสงครามยืดเยื้อ — เยนทรงตัวในกรอบ 158.50-160 ต่อดอลลาร์ — ผลตอบแทน JGB 10 ปีขยับ 2 จุดพื้นฐานสู่ 2.27% รุ่น 30 ปีแตะ 3.515% นักลงทุนชั่งน้ำหนักราคาน้ำมันขาขึ้นกับโอกาสเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน — ทำเนียบขาวเผยแผนขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% กำลังดำเนินการ
วอนเกาหลีร่วงต่อเนื่องจากสงครามยืดเยื้อ — เยนทรงตัวในกรอบ 158.50-160 ต่อดอลลาร์
ค่าเงิน วอนเกาหลีใต้อ่อนค่าลงอีก เทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงมาก ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อดุลการค้าและแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ กองทุนบำนาญแห่งชาติ NPS ดำเนินการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน [hedge] ในเชิงกลยุทธ์ แต่แรงขายจากนักลงทุนสถาบันต่างชาติยังคงมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้วอนยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนค่า
ด้านเงินเยนญี่ปุ่น นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะ ทรงตัวในกรอบ 158.50-160.00 เยนต่อดอลลาร์ เงินเยนที่อ่อนค่าส่งผลในสองทิศทาง ในแง่บวกช่วยหนุนกำไรของบริษัทส่งออกญี่ปุ่น โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ขณะที่ในแง่ลบทำให้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อเงินเฟ้อในประเทศ
JGB 10 ปีขยับ 2 จุดพื้นฐานสู่ 2.27% รุ่น 30 ปีแตะ 3.515% — ทำเนียบขาวเผยแผนขึ้นภาษีทั่วโลกเป็น 15%
ผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น [JGB] ปรับตัวขึ้นในช่วงวันนี้ รุ่น 10 ปีเพิ่ม 2 จุดพื้นฐานสู่ 2.270% และรุ่น 30 ปีเพิ่ม 1 จุดพื้นฐานสู่ 3.515% นักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง ราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงซึ่งหนุนแรงกดดันเงินเฟ้อ กับ โอกาสการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่หากสำเร็จอาจบรรเทาแรงกดดันด้านราคาพลังงาน ตลาด JGB จึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ไม่ปรับตัวในทิศทางใดอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า แผนขึ้นอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ หากมีผลบังคับใช้จริง จะเป็นการปรับขึ้นภาษีในวงกว้างที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และเพิ่มต้นทุนต่อเนื่องจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกำลังติดตามพัฒนาการด้านภาษีควบคู่กับทิศทางราคาน้ำมัน เนื่องจากทั้งสองปัจจัยส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางญี่ปุ่น [BOJ] ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาในแง่ผลต่อค่าเงินเยนและต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ [BOK] ก็เผชิญแรงกดดันในการสมดุลระหว่างการดูแลค่าเงินและการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางบริบทที่ต้นทุนพลังงานนำเข้าทำให้สมดุลทางการค้ายากขึ้น
ค่าเงินเอเชียโดยรวมเผชิญแรงกดดันจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งราคาพลังงานที่ยืนสูง ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่า และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามในตะวันออกกลาง วอนเกาหลีและเยนญี่ปุ่นถือเป็นสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสองประเทศพึ่งพาน้ำมันนำเข้าในสัดส่วนสูง ค่าเงินที่อ่อนลงจะยิ่งทำให้ต้นทุนพลังงานในสกุลท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม
แผนภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ของสหรัฐฯ สะท้อนว่าความตึงเครียดด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ตลาดการเงินต้องรับมือควบคู่กับความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง ในกรณีที่แผนภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ประเทศผู้ส่งออกรายสำคัญในเอเชียอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ด้วย ตลาดพันธบัตรทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังคงอ่อนไหวต่อข้อมูลเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
