Hyundai Motor ตั้งเป้ายอดขายจีนปี 2569 ที่ 5 แสนคัน ฟื้นตลาดที่เคยสูญเสีย — Rio Tinto จ่ายภาษีและค่าภาคหลวง 9.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 — สหรัฐฯ ตั้งข้อหาพลเมืองและบริษัทจีนลักลอบส่งชิป AI และค้ายาเสพติด
Hyundai Motor ตั้งเป้ายอดขายจีนปี 2569 ที่ 5 แสนคัน เดินหน้าฟื้นตลาดที่เคยสูญเสีย
ผู้บริหาร Hyundai Motor นาย โฮเซ มูโนซ [Jose Munoz] ประกาศตั้งเป้ายอดขายในจีนสำหรับปี 2569 ที่ 5 แสนคัน โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูตลาดจีนซึ่งเคยเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัทก่อนที่ส่วนแบ่งตลาดจะลดลงอย่างมากจากการแข่งขันของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ อาทิ BYD, Nio และ Xpeng นาย มูโนซ ระบุว่า Hyundai จะเน้นการปรับกลยุทธ์ราคาและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายจำหน่ายทั่วจีน
ตลาดรถยนต์จีนถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า [EV] ที่ผู้บริโภคจีนหันมาให้ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง Hyundai มีไลน์อัป EV อยู่แล้วในชื่อ Ioniq series ได้แก่ Ioniq 5 และ Ioniq 6 ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากล บริษัทยังมีแบรนด์พรีเมียม Genesis ที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนในจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่การแข่งขันจากค่ายจีนยังไม่รุนแรงเท่ากับตลาดกลาง
Rio Tinto จ่ายภาษีและค่าภาคหลวง 9.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568
Rio Tinto บริษัทเหมืองแร่รายใหญ่ระดับโลก รายงานว่า จ่ายภาษีและค่าภาคหลวงรวม 9.9 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 ตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมทุกประเทศที่ Rio Tinto ดำเนินการ ทั้งออสเตรเลีย แคนาดา หลายประเทศในแอฟริกา และมองโกเลีย โดยออสเตรเลียรับส่วนแบ่งรายได้ภาษีจาก Rio Tinto มากที่สุด เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเหมืองเหล็กและอะลูมิเนียมขนาดใหญ่ของบริษัท
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อุตสาหกรรม อาทิ ทองแดงและอะลูมิเนียม ยังคงอยู่ในระดับสูงจากความต้องการเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน [energy transition] โดยทองแดงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสายไฟฟ้าและระบบพลังงานหมุนเวียน ขณะที่อะลูมิเนียมถูกนำมาใช้ในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน สะท้อนว่าความต้องการแร่ธาตุอุตสาหกรรมมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเทรนด์การเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับโลก
สหรัฐฯ ตั้งข้อหาพลเมืองและบริษัทจีนลักลอบส่งชิป AI และค้ายาเสพติด
ทางการสหรัฐฯ ตั้งข้อหาพลเมืองจีนและบริษัทจีน ในข้อหา ลักลอบส่งชิป AI ออกจากสหรัฐฯ และ ค้ายาเสพติด คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบังคับใช้กฎหมายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งรวมถึงชิปประมวลผล AI จากบริษัทอย่าง Nvidia และ AMD ที่ถูกจำกัดการส่งออกไปยังจีนอยู่แล้ว เอกสารฟ้องร้องระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาใช้เครือข่ายลักลอบขนส่งสินค้าเดียวกันในการขนชิปและยาเสพติดออกนอกประเทศ
คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ามาตรการควบคุมการส่งออกชิปอย่างเข้มข้น ต่อเนื่องจากกฎระเบียบใหม่หลายชุดที่ออกมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อจำกัดการเข้าถึงชิป AI ขั้นสูงของจีน บริษัทจีนอย่าง Huawei และ SMIC ได้ดำเนินโครงการพัฒนาชิปภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดย Huawei เปิดตัวชิป Ascend สำหรับการประมวลผล AI และ SMIC ดำเนินการผลิตชิปในกระบวนการที่ละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ
การดำเนินคดีกับเครือข่ายลักลอบส่งชิปครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการป้องกันการรั่วไหลของเทคโนโลยี AI ขั้นสูงจากสหรัฐฯ ไปสู่คู่แข่งทางยุทธศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าคดีลักษณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดขึ้นสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มที่ต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวหันไปใช้ช่องทางผิดกฎหมาย
ทั้งสามข่าวสะท้อนพัฒนาการในสามมิติสำคัญของเศรษฐกิจโลก ได้แก่ การต่อสู้ของค่ายรถยนต์เกาหลีในตลาดจีน การสร้างรายได้ทางการคลังจากภาคเหมืองแร่ และการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีนัยสำคัญต่อทิศทางของตลาดสินทรัพย์ในระยะถัดไป
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
