ทรัมป์อาจอนุมัติขายอาวุธไต้หวัน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ เกรียร์เผยขาดดุลจีนลด 30%
จีนเรียกร้องหยุดขายอาวุธไต้หวัน หลังรายงานดีลมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์
จีนเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาหยุดการขายอาวุธให้ไต้หวัน หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุมัติข้อตกลงอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 4.9 แสนล้านบาท) ภายหลังการเยือนปักกิ่งที่กำลังจะมาถึง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กัว เจียคุน เรียกร้อง "การกระทำที่เป็นรูปธรรม" เพื่อรักษาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคง และสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน
ก่อนถึงการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำ สี จิ้นผิง กับทรัมป์ ผู้เจรจาทั้งสองฝ่ายจะหารือประเด็นภาษี เฟนทานิล และไต้หวัน ปักกิ่งคัดค้านการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้เกาะแห่งนี้แยกตัวออกไปเด็ดขาด
เกรียร์เผยขาดดุลการค้ากับจีนลดลง 30%
ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เกรียร์ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC โดยเปิดเผยว่า การขาดดุลการค้ากับจีนลดลง 30% ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนผลลัพธ์ของนโยบายภาษีนำเข้าที่บังคับใช้ พร้อมระบุว่าต้องการสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนอย่างต่อเนื่อง
เกรียร์ยังเน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องการให้แน่ใจว่าจะยังคงได้รับ แร่หายาก (Rare Earths) ที่จำเป็นสำหรับฐานการผลิตของประเทศ ซึ่งจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ประเด็นแร่หายากถือเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ
ปัจจัยอิหร่านไม่กระทบความสัมพันธ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ-จีน
เกรียร์ชี้ว่า จีนพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่าน แต่ผลกระทบจากสงครามในอิหร่านต่อภาคพลังงานไม่กระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมากนัก แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายแยกประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ออกจากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง
ท่าทีของผู้แทนการค้าสหรัฐฯ สะท้อนจุดยืนที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างความแข็งกร้าวด้านความมั่นคง (การขายอาวุธให้ไต้หวัน) กับการรักษาช่องทางเศรษฐกิจและการค้ากับจีนไว้ ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนจากวิกฤตอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่
