หุ้น Wall Street ร่วง 3 สัปดาห์ติด S&P 500 ขาดทุนยาวสุดรอบปี ยุโรปปิดลบยกแผง
Dow ลด 0.25% S&P 500 ลด 0.60% Nasdaq ลด 0.93%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเป็นวันศุกร์ท่ามกลางความกังวลต่อสงครามตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ดัชนี Dow Jones ปิดลดลง 0.25% ขณะที่ S&P 500 ร่วง 0.60% และ Nasdaq ดิ่ง 0.93% โดยระหว่างวัน Nasdaq เคยร่วงลึกถึง 1.00% ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยก่อนปิดตลาด
ทั้ง 3 ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ปิดติดลบเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดย S&P 500 ทำสถิติขาดทุนรายสัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 เมื่อรวมผลตอบแทนทั้งสัปดาห์ S&P 500 ร่วง 1.6%, Nasdaq ลดลง 1.26% และ Dow ดิ่ง 1.98%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ — ผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษพุ่ง
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเช่นกันในวันศุกร์ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสร่วงหนักสุดที่ 0.91% ตามด้วย DAX ของเยอรมนีและ Euro Stoxx 50 ที่ลดลง 0.54% เท่ากัน IBEX 35 ของสเปนลด 0.43%, FTSE 100 ของอังกฤษลด 0.39% และ FTSE MIB ของอิตาลีลด 0.29%
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilt) อายุ 10 ปี มีแนวโน้มปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ที่ระดับ 4.813% เพิ่มขึ้น 5 จุดพื้นฐาน ในวันเดียว สะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
NY Fed หั่นคาดการณ์ GDP — วิธีคำนวณ PCE สร้างคำถามเรื่องความโปร่งใส
NY Fed ปรับลดคาดการณ์ GDPNowcast ไตรมาส 1 ลงเหลือ 2.09% จากเดิม 2.23% สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอลงท่ามกลางความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย
ในประเด็นข้อมูลเศรษฐกิจ การปรับวิธีคำนวณของสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) ส่งผลให้ดัชนีราคา Core PCE เดือนมกราคมต่ำกว่าที่ตลาดคาด BEA ใช้ข้อมูลราคาค้าส่งของบริการด้านกฎหมายจากสำนักงานสถิติแรงงาน แทนข้อมูลราคาผู้บริโภค ลดอัตราเงินเฟ้อที่รายงานลงประมาณ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ Harvey Davis จาก BEA ระบุว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง "ครั้งเดียว" แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายติงเรื่องการขาดการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในข้อมูลทางการ
