ค่าระวางเรือพุ่งไม่หยุด! SCFI ทะยาน 14.85% ท่ามกลางวิกฤตทะเลแดงและปิดท่าเรือ Salalah
ดัชนี SCFI พุ่งแรง
ดัชนีค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ (SCFI) ทะยานขึ้น 14.85% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า แตะระดับ 1,710.35 จุด ตอกย้ำสถานการณ์การขนส่งสินค้าทางทะเลที่ตึงตัวต่อเนื่อง และสร้างความกังวลต่อต้นทุนโลจิสติกส์ทั่วโลก
แรงขับเคลื่อนหลักของการเพิ่มขึ้นรอบนี้มาจากสถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดงที่ยังคงยืดเยื้อ ทำให้เรือหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลให้ระยะเวลาการเดินทางยาวนานขึ้นและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
ท่าเรือ Salalah ระงับการดำเนินงาน
ตัวแทนเดินเรือเปิดเผยว่าท่าเรือ Salalah ของโอมาน ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญในภูมิภาค ได้ระงับการดำเนินงานชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ซ้ำเติมสถานการณ์ด้านอุปทาน การระงับดำเนินงานนี้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งหลักระหว่างเอเชียและยุโรป เนื่องจาก Salalah เป็นจุดถ่ายลำสินค้าสำคัญสำหรับเรือที่เดินทางผ่านภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด มีรายงานว่าอิหร่านกำลังวางทุ่นระเบิดในช่องแคบ ขณะที่กองทัพเรืออังกฤษรายงานว่ามีเรือ 3 ลำถูกโจมตีในอ่าวอาหรับภายใน 24 ชั่วโมง สายการเดินเรือ Maersk ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมพลังงานและเชื้อเพลิงชั่วคราวสำหรับการขนส่งทางบกในเยอรมนี ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ มีผลตั้งแต่วันที่ 16-30 มีนาคม
ดัชนี CCFI ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ดัชนีค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ของจีน (CCFI) ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดที่กว้างกว่า ปรับตัวขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แตะที่ 1,072.16 จุด บ่งชี้ว่าต้นทุนการขนส่งสินค้าจากจีนไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกยังคงเป็นขาขึ้น ขณะที่ดัชนีค่าระวางเส้นทางยุโรป (SHFE Freight Index) กลับปรับลดลงกว่า 6% ในระหว่างวัน มาอยู่ที่ 1,992 จุด สะท้อนความผันผวนสูงในตลาดค่าระวางเรือ
การที่เรือต้องอ้อมเส้นทางเดิมทำให้ขีดความสามารถในการขนส่ง (capacity) ลดลงในหลายเส้นทางหลัก โดยเฉพาะเส้นทางเอเชีย-ยุโรป และเอเชีย-เมดิเตอร์เรเนียน สายการเดินเรือหลายรายประสบปัญหาเรือไม่พอหมุนเวียน สถานการณ์เช่นนี้กำลังผลักดันค่าระวางให้อยู่ในระดับสูง จนกว่าสถานการณ์ความปลอดภัยในภูมิภาคจะคลี่คลาย
