ยอดซื้อสุทธิฝั่งใต้ผ่าน Stock Connect แตะ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง
เม็ดเงินจีนแผ่นดินใหญ่ไหลเข้าฮ่องกง
ยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านโครงการ Stock Connect ฝั่งใต้ (Southbound) แตะระดับ 13,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงในวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูง สะท้อนถึงความสนใจในสินทรัพย์กลุ่มฮ่องกง โดยในช่วงกลางวัน ยอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 7,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนเร่งตัวขึ้นในช่วงบ่าย
ดัชนี Hang Seng ปิดลบ
แม้จะมีเม็ดเงินจากจีนแผ่นดินใหญ่ไหลเข้ามา แต่ดัชนี Hang Seng Index ยังคงปิดลดลง 0.98% ในขณะที่ดัชนี Hang Seng Tech Index ร่วง 0.99% แรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับลดลง ส่งผลกระทบต่อตลาดฮ่องกง หุ้นสายการบินได้รับผลกระทบหนัก โดย China Eastern Airlines ร่วงกว่า 5% และ Air China ลดลงกว่า 4%
ดัชนี Hang Seng Biotech ร่วงลงกว่า 2% สะท้อนแรงขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีชีวภาพ ขณะที่ CATL มีมูลค่าการซื้อขายถึง 10,000 ล้านหยวนในตลาดหุ้น A-share ปรับขึ้น 1.1%
บริบทตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
ตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่เองก็เผชิญแรงกดดัน ดัชนี Shanghai Composite ปิดลดลง 0.82% ขณะที่ Shenzhen Component ร่วง 0.65% โดยมีหุ้นกว่า 4,000 ตัวปรับลดลง มูลค่าการซื้อขายรวมทะลุ 1 ล้านล้านหยวน ลดลง 10,200 ล้านหยวนจากวันก่อนหน้า
ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่กดดัน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) ประกาศจะติดตามตลาดการเงินระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปราบปรามการฉ้อโกงทางการเงิน การปั่นตลาด และการซื้อขายด้วยข้อมูลภายใน
แนวโน้มการลงทุน
การไหลเข้าของเงินทุนผ่าน Stock Connect ฝั่งใต้มีแนวโน้มดำเนินต่อไป หากรัฐบาลจีนยังคงเดินหน้านโยบายผ่อนคลายทางการเงิน PBOC ได้อัดฉีดสภาพคล่อง 37,500 ล้านหยวนผ่าน Reverse Repo อายุ 7 วัน ที่อัตราดอกเบี้ย 1.40% และจะดำเนินการ Outright Reverse Repo มูลค่า 500,000 ล้านหยวนอายุ 6 เดือนในวันที่ 16 มีนาคม สะท้อนท่าทีสนับสนุนสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ JPMorgan Chase เพิ่มสถานะถือครองหุ้น H-share ของ CATL เป็น 9% จาก 8.25% ขณะที่ HSBC ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น NIO เป็น "ซื้อ" พร้อมกำหนดราคาเป้าหมาย 53.20 ดอลลาร์ฮ่องกง
