จีนเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด 'ยางบิวทิลฮาโลเจน' จากญี่ปุ่น-แคนาดา-อินเดีย สูงสุด 30.1% เริ่ม 14 มี.ค.นี้
มาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด
กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศผลตัดสินขั้นสุดท้าย กำหนดมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้ายางบิวทิลฮาโลเจนจากญี่ปุ่น แคนาดา และอินเดีย โดยจะเรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 30.1% เป็นระยะเวลา 5 ปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม การดำเนินการนี้เป็นการปิดฉากการสอบสวนที่ดำเนินมา และส่งสัญญาณถึงท่าทีของปักกิ่งในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
รายละเอียดผลการตัดสิน
การตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปตามการสอบสวนหลังพบหลักฐานว่าสินค้ายางบิวทิลฮาโลเจนจากทั้งสามประเทศมีการจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของจีน อัตราภาษีที่เรียกเก็บแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตและประเทศต้นทาง
ความสำคัญของยางบิวทิลฮาโลเจน
ยางบิวทิลฮาโลเจน (Halogenated Butyl Rubber) เป็นสารประกอบโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่มีความสำคัญในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตยางรถยนต์ชั้นในและยางรถยนต์แบบไม่มียางใน เนื่องจากมีคุณสมบัติด้านการกั้นอากาศที่ดี นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ซีลกันรั่ว และชิ้นส่วนที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีและอุณหภูมิสูง การเข้ามาของสินค้าราคาถูกจึงสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตในจีน
บริบทการค้าระหว่างประเทศ
มาตรการภาษีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการค้าโลกที่ตึงเครียด สหรัฐฯ เพิ่งเปิดฉากสอบสวนมาตรา 301 ต่อ 60 ประเทศคู่ค้า ขณะที่จีนเองก็ใช้มาตรการปกป้องทางการค้ามากขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่ประเทศต่างๆ หันมาใช้เครื่องมือทางภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางบิวทิลฮาโลเจนจากญี่ปุ่น แคนาดา และอินเดียจะเป็นไปอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจีนเป็นตลาดผู้บริโภคยางสังเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคาและช่องทางการจำหน่ายเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนห่วงโซ่อุปทานและแหล่งที่มาของวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
