สหรัฐฯ ไฟเขียวขายน้ำมันรัสเซียที่บรรทุกลงเรือก่อน 12 มี.ค. หวังลดแรงกดดันราคาพลังงาน
สหรัฐฯ ออกใบอนุญาตฉุกเฉิน หนุนซัพพลายน้ำมันรัสเซีย
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ โดยสำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) ออกใบอนุญาตทั่วไปฉบับใหม่ อนุญาตให้ส่งมอบและขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของรัสเซียที่ บรรทุกลงเรือไปแล้ว ณ วันที่ 12 มีนาคม 2567 มาตรการนี้มีเป้าหมายเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลกและบรรเทาแรงกดดันด้านราคาพลังงาน
มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียในระยะแรกมุ่งเป้าตัดแหล่งเงินทุนสำคัญของรัฐบาลรัสเซียเพื่อใช้ในความขัดแย้งยูเครน อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานโลกมีความซับซ้อนและเปราะบาง การเคลื่อนไหวล่าสุดของ OFAC จึงสะท้อนถึงการประเมินสถานการณ์ใหม่ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์กับเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก การอนุญาตครั้งนี้บ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจนเป็นภัยต่อเศรษฐกิจโลกและผู้บริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยังคงสูง
นายสกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า นี่คือ “มาตรการระยะสั้นที่จำกัดขอบเขต” และใช้กับน้ำมันที่บรรทุกก่อนวันที่ 12 มีนาคม 2567 เท่านั้น รัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่าการเคลื่อนไหวนี้จะไม่ส่งผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญแก่รัฐบาลรัสเซีย แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังสร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงานก็ตาม
การประเมินของรัฐมนตรีเบสเซนต์ที่ว่ามาตรการนี้จะ "ไม่ส่งผลประโยชน์ทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญแก่รัฐบาลรัสเซีย" นั้นเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้จะเป็นมาตรการจำกัด แต่การอนุญาตให้น้ำมันรัสเซียเข้าสู่ตลาดได้ในช่วงเวลาที่อุปทานตึงตัว ย่อมช่วยพยุงราคาน้ำมันโลกและอาจลดแรงกดดันที่รัสเซียต้องขายน้ำมันในราคาที่ถูกลงมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการรักษาเสถียรภาพรายได้ส่วนหนึ่งทางอ้อม นักลงทุนไทยควรจับตาความสัมพันธ์ระหว่างอุปทานโลกและราคาอ้างอิงอย่างเบรนต์ (Brent) และ WTI อย่างใกล้ชิด เพราะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนภาคการผลิต การขนส่ง และอัตราเงินเฟ้อในประเทศ
กำหนดกรอบและเงื่อนไขสำหรับอินเดีย-อิหร่าน
มาตรการนี้เป็นครั้งที่สองที่สหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้ซื้อรับน้ำมันรัสเซียที่อยู่กลางทะเล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อคลายความตึงเครียดด้านราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ใบอนุญาตใหม่ยังขยายเวลาการยกเว้นให้ อินเดีย อีกหนึ่งเดือน สำหรับน้ำมันดิบที่บรรทุกก่อนวันที่ 5 มีนาคม 2567
การที่สหรัฐฯ ขยายเวลาการยกเว้นให้กับอินเดียสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์พลังงาน อินเดียเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลกและได้กลายเป็นช่องทางสำคัญในการระบายน้ำมันดิบจากรัสเซียภายหลังการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก การยืดหยุ่นมาตรการสำหรับอินเดียจึงเป็นความพยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตและหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับพันธมิตรสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชียใต้และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของอินเดียในเวทีโลก
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ชี้แจงชัดเจนว่า มาตรการนี้มุ่งจัดการเฉพาะสถานการณ์น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งเท่านั้น และมีข้อจำกัดเคร่งครัด พร้อมย้ำว่า อิหร่าน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงหรือซื้อน้ำมันภายใต้ข้อตกลงนี้ สะท้อนการคงมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ความชัดเจนในการคงมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านในขณะที่แสดงความยืดหยุ่นต่อรัสเซีย ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อิหร่านยังคงเผชิญกับการคว่ำบาตรที่เข้มงวดจากข้อกังวลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค การแยกแยะนโยบายนี้อาจทำให้ตลาดตีความได้ว่าแรงกดดันต่ออิหร่านยังคงรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลางและราคาน้ำมันในอนาคต นักลงทุนจึงต้องประเมินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงในนโยบายพลังงานของมหาอำนาจ
