เงินกองทุนตลาดเงินสหรัฐฯ ทะลุ 7.818 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างสถิติสูงสุด กดดันบอนด์ยีลด์พุ่ง
เงินกองทุนตลาดเงินพุ่งทะลุสถิติ
สินทรัพย์กองทุนตลาดเงินของสหรัฐฯ ทะยานสร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 7.818 ล้านล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสูง และแสวงหาผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ข้อมูลล่าสุดจาก INVESTMENT COMPANY INSTITUTE ตอกย้ำถึงความระมัดระวังในตลาด ขณะที่เศรษฐกิจยังคงไม่แน่นอน และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง
เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ไหลเข้าสู่ตลาด พร้อมกับการพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ โดยเฉพาะรุ่นอายุ 2 ปี ที่ทะยานขึ้นถึง 10 basis points (bps) ในวันนี้ แตะระดับ 3.76% สะท้อนความคาดหวังของตลาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงอยู่ในระดับสูง เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงเป็นความท้าทาย
ดอลลาร์แข็งค่า ดัชนีพุ่งสูงสุดในรอบปี
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ U.S. Dollar Index แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 99.795 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 การแข็งค่าของดอลลาร์ตอกย้ำสถานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่ทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งยังได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ
ทรัมป์กดดันเฟด ลดดอกเบี้ยทันที
นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากดดัน นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างหนัก เรียกร้องให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยทันที ท่าทีของทรัมป์เผยให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เฟดต้องเผชิญ สวนทางกับสัญญาณจากตลาดการเงินที่คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ
มุมมองเชิงบวกจากรัฐบาล สวนทางราคาน้ำมัน
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ โดย นางเบสเซนต์ (Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าการปรับขึ้นชั่วคราวของราคาน้ำมันเป็นเพียงการหยุดชะงักระยะสั้น ซึ่งในระยะยาวจะนำมาซึ่ง “ประโยชน์มหาศาล” ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มุมมองนี้อาจช่วยประคองความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น ดัชนีล่วงหน้า S&P 500 EMINIS ดีดตัว 0.4% และ NASDAQ FUTURES เพิ่มขึ้น 0.3% แสดงสัญญาณการฟื้นตัวเล็กน้อย หลังจากที่ตลาดเผชิญความผันผวนมาตลอดทั้งสัปดาห์
ภาพรวมตลาดการเงินในวันนี้จึงเผยให้เห็นถึงการช่วงชิงระหว่างแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสูงที่ดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย กับความคาดหวังต่อทิศทางเศรษฐกิจอันไม่แน่นอน และเสียงจากเวทีการเมืองที่อาจสร้างความท้าทายต่อนโยบายการเงินของเฟด
