WTI พุ่ง 4% ทะลุ 94 ดอลลาร์ Brent ขึ้น 2% กลับเหนือ 100 ดอลลาร์หลังเพนตากอนเตรียม final strike — Barclays ชี้ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน รายได้น้ำมันรัสเซียพุ่ง 3 เท่า — ฝรั่งเศสเรียก G7 หารือปล่อยน้ำมันสำรอง Saudi Aramco ลดส่งมอบเอเชีย — ญี่ปุ่นยกเลิกข้อจำกัดโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นกรณีฉุกเฉิน เกาหลีใต้ลดภาษีเชื้อเพลิง
WTI พุ่ง 4% ทะลุ 94 ดอลลาร์ Brent กลับเหนือ 100 ดอลลาร์หลังข่าว final strike
ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง WTI กระโดดขึ้น 3-4% สู่ 94.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทะลุระดับ 94 ดอลลาร์ Brent ขึ้นกว่า 2% สู่ 100.33 ดอลลาร์ กลับเหนือ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากเมื่อวานร่วงลงหลุดระดับนี้จากข่าวเจรจา แรงซื้อกลับเข้ามาหลังเพนตากอนเตรียม "final strike" ขนาดใหญ่ ทำให้ตลาดประเมินว่าสงครามจะยืดเยื้อกว่าที่คาด
Barclays ชี้ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน รายได้รัสเซียพุ่ง 3 เท่า — ฝรั่งเศสเรียก G7 หารือปล่อยน้ำมันสำรอง
Barclays คาดว่าหากสถานการณ์ยืดถึงเมษายน Brent อาจปรับตัวสู่ 100 ดอลลาร์ โดยช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกกระทบยาวนานจะสร้าง ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน EBRD ประเมินว่า รายได้น้ำมันสุทธิของรัสเซียอาจเพิ่มขึ้น 3 เท่า นับตั้งแต่สงครามเริ่ม รัฐมนตรีพาณิชย์ฝรั่งเศสระบุว่า การปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ [SPR] จะถูกหารือในการประชุม G7 ระดับรัฐมนตรีวันจันทร์ Saudi Aramco ลดปริมาณส่งมอบน้ำมันดิบไปเอเชีย
ญี่ปุ่นยกเลิกข้อจำกัดโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นกรณีฉุกเฉิน — เกาหลีใต้ลดภาษีเชื้อเพลิง เพิ่มนิวเคลียร์
ญี่ปุ่นประกาศ ยกเลิกข้อจำกัดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นมาตรการฉุกเฉิน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ประกาศ เพิ่มการลดภาษีเชื้อเพลิง 15% สำหรับเบนซิน 25% สำหรับดีเซล พร้อม เพิ่มอัตราเดินเครื่องนิวเคลียร์และยกเลิกเพดานถ่านหิน ทั้งสองประเทศต้องย้อนกลับไปพึ่งพาพลังงานฟอสซิล แม้จะขัดเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม วิกฤตพลังงานกำลังบังคับให้ประเทศต่าง ๆ เลือกความอยู่รอดด้านพลังงานก่อนเป้าหมายระยะยาว
ราคาน้ำมันที่พลิกจากลบเมื่อวานกลับมาเป็นบวก 3-4% วันนี้ แสดงให้เห็นว่าตลาดน้ำมันตอบสนองต่อข่าวสงครามอย่างตรงไปตรงมา ข่าวเจรจาทำให้ลง ข่าว final strike ทำให้ขึ้น การที่ Barclays ชี้ช่องว่างอุปทาน 13-14 ล้านบาร์เรล/วัน แม้จะมีการเปลี่ยนเส้นทางผ่าน Yanbu และ Fujairah เต็มที่แล้ว ชี้ให้เห็นว่าอุปทานน้ำมันยังขาดอีกมาก SPR ของสหรัฐฯ ที่ปล่อย 1-1.5 ล้านบาร์เรล/วัน ไม่อาจอุดช่องว่างนี้ได้
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ต้องย้อนกลับไปพึ่งพาถ่านหินเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าวิกฤตพลังงานกำลังบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ทิ้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เพราะความอยู่รอดด้านพลังงานสำคัญกว่า ฝรั่งเศสที่เรียก G7 หารือปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ แสดงให้เห็นว่ายุโรปมองว่าต้องดำเนินการร่วมกันในระดับกลุ่มประเทศ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
