PDD กำไร Q4 ที่ 3.51 พันล้านดอลลาร์ หุ้นแกว่ง -3% ก่อนพลิกบวก 4.5% ประกาศเพิ่มลงทุนซัพพลายเชน — S&P 500 ฟิวเจอร์สลดช่วงบวกเหลือ 0.7% หลังอิหร่านปฏิเสธหยุดยิง — นาวาร์โรชี้ Powell อยู่ Fed ต่อจะเป็น "พิษ" — ทรัมป์ตั้งคณะที่ปรึกษาเทคมี Zuckerberg, Ellison, Jensen Huang, Sacks ร่วมคณะ — Citi ขยับเป้า Amazon $285 UBS หั่น MSFT $510
PDD กำไร Q4 ที่ 3.51 พันล้านดอลลาร์ หุ้นแกว่งรุนแรง -3% ก่อนพลิกบวก 4.5%
PDD Holdings [PDD] เจ้าของแพลตฟอร์ม Temu และ Pinduoduo รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ที่ 3.51 พันล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่า สภาพแวดล้อมภายนอกและภูมิทัศน์การแข่งขันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมประกาศแผน เพิ่มการลงทุนด้านซัพพลายเชนเพื่อสร้างประโยชน์ให้ทั้งระบบนิเวศ
หุ้น PDD ADR แกว่งตัวรุนแรงหลังประกาศงบ เปิดตลาดร่วงลง 3% จากความกังวลเรื่องการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและถ้อยแถลงเชิงระมัดระวังของผู้บริหาร ก่อนจะ พลิกกลับมาบวก 4.5% ในเวลาต่อมา เมื่อนักลงทุนประเมินว่าตัวเลขกำไรยังแข็งแกร่งและแผนลงทุนซัพพลายเชนระยะยาวมีนัยสำคัญ ความผันผวนรุนแรงในวันเดียวสะท้อนว่าตลาดยังแบ่งมุมมองต่ออนาคตของบริษัทอย่างชัดเจน
รายได้รวมของ PDD ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้การแข่งขันในตลาด e-commerce จีนจะทวีความเข้มข้นจาก Alibaba [BABA] และ JD.com [JD] ที่ต่างปรับกลยุทธ์ราคาและโลจิสติกส์ บริษัทไม่ได้ให้แนวโน้มกำไรไตรมาส 1 ไว้อย่างชัดเจน แต่เน้นย้ำการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน
S&P 500 ฟิวเจอร์สลดช่วงบวกเหลือ 0.7% หลังอิหร่านปฏิเสธหยุดยิง — นาวาร์โรชี้ Powell อยู่ต่อจะเป็น "พิษ"
ฟิวเจอร์ส S&P 500 ลดช่วงบวกลงเหลือ 0.7% จากที่เคยสูงกว่า 1% หลังอิหร่านปฏิเสธการเจรจาหยุดยิง ตลาดยุโรป STOXX 600 ยังรักษาระดับบวก 1.2% แม้จะลดช่วงจากจุดสูงสุด ที่ปรึกษาการค้าทำเนียบขาว ปีเตอร์ นาวาร์โร [Peter Navarro] กล่าวว่า การที่ Powell ดำรงตำแหน่ง Fed ต่อไปจะเป็น "พิษอย่างยิ่ง" ต่อเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ถ้อยแถลงนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตร
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความผันผวนจากสองปัจจัยหลัก คือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย และความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางนโยบายของ Federal Reserve [Fed] คำพูดของนาวาร์โรที่วิจารณ์ Powell อย่างตรงไปตรงมาสร้างความกังวลเพิ่มเติมว่าทำเนียบขาวอาจพยายามกดดันอิสระของธนาคารกลาง ซึ่งเป็นประเด็นที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ทรัมป์ตั้งคณะที่ปรึกษาเทค: Zuckerberg, Ellison, Jensen Huang — Citi ขยับ Amazon $285 UBS หั่น MSFT $510
ทรัมป์เตรียมแต่งตั้ง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก [Meta], แลร์รี เอลลิสัน [Oracle] และ เจนเซ่น ฮวง [Nvidia] เข้าเป็นคณะที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี โดยมี เดวิด แซ็กส์ [David Sacks] ร่วมเป็นประธาน คณะที่ปรึกษานี้จะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางนโยบายด้าน AI ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
ด้านนักวิเคราะห์ Citi ปรับเป้าราคา Amazon [AMZN] ขึ้นเป็น 285 ดอลลาร์ จากเดิม 265 ดอลลาร์ ขณะที่ UBS ปรับลดเป้า Microsoft [MSFT] ลงเหลือ 510 ดอลลาร์ จากเดิม 600 ดอลลาร์ Rosenblatt ปรับลดเป้า Super Micro Computer [SMCI] เหลือ 32 ดอลลาร์ จาก 50 ดอลลาร์ นอกจากนี้กองทุน Caxton มีการขาดทุนสะสมขยายตัวสู่ระดับ 1.3 พันล้านดอลลาร์ จากความผันผวนที่เกี่ยวเนื่องกับวิกฤตอิหร่าน
การปรับเป้าราคาหุ้นเทคในทิศทางตรงข้ามกันระหว่าง Amazon และ Microsoft สะท้อนว่านักวิเคราะห์มองต่างมุมในเรื่องผลกระทบของต้นทุนพลังงานและการลงทุน AI ต่อกำไรของแต่ละบริษัท UBS มองว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐาน data center จะกดดัน Microsoft มากกว่า ขณะที่ Citi เห็นว่าธุรกิจ cloud และ AWS ของ Amazon ยังมีแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งกว่า
การตั้งคณะที่ปรึกษาเทคของทรัมป์ที่รวม CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดีย ฐานข้อมูล และชิป AI เข้าด้วยกัน เป็นสัญญาณว่านโยบายเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในช่วงต่อจากนี้จะถูกขับเคลื่อนอย่างใกล้ชิดโดยภาคเอกชน โดยเฉพาะในประเด็นการกำกับดูแล AI และข้อจำกัดการส่งออกชิปไปยังจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีผลกระทบตรงต่อรายได้ของบริษัทเหล่านี้
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
