ตลาดหุ้นทั่วโลกพลิกกลับรุนแรงหลังทรัมป์เลื่อนถล่มอิหร่าน S&P 500 พุ่ง 2.7% Russell 2000 ทะยาน 4.8% DAX +3% — น้ำมัน WTI ดิ่ง 12.6% สู่ 82.78 ดอลลาร์ Brent ร่วงแตะ 104 หุ้นพลังงาน BP -4.1% Shell -4.6% Repsol -12.2% — VIX ร่วงสู่ 22.79 ก๊าซยุโรปลบ 8.9%
ฟิวเจอร์ส S&P 500 พุ่ง 2.7% Russell 2000 ทะยาน 4.8% หุ้นธนาคารนำขึ้น DAX ยุโรปพุ่ง 3%
ตลาดหุ้นทั่วโลกพลิกกลับอย่างรุนแรงหลังทรัมป์ประกาศเลื่อนโจมตีอิหร่าน ฟิวเจอร์ส S&P 500 พุ่ง 2.7% Nasdaq 100 ขึ้น 2.6% Dow ขึ้น 2.7% ดัชนี Russell 2000 ของหุ้นขนาดเล็กทะยานสูงสุดถึง 4.8% สะท้อนว่านักลงทุนมองว่าหุ้นขนาดเล็กที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจภายในจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากการลดความเสี่ยงสงคราม
เมื่อตลาดสหรัฐฯ เปิดทำการ Dow พุ่ง 1.6% S&P 500 ขึ้น 1.4% Nasdaq ขึ้น 1.6% ก่อนขยายตัวต่อจน Nasdaq ขึ้น 2% และ Dow ขึ้น 2% หุ้นธนาคาร Goldman Sachs ขึ้น 2-4% Morgan Stanley ขึ้น 2-3% ฝั่งยุโรป DAX พุ่ง 3% STOXX 600 พลิกจากลบ 2.5% มาบวก 1.2% ดัชนีธนาคารยุโรปพุ่ง 3.1% ดัชนี VIX ดิ่งลง 3.99 จุดสู่ 22.79 และ FTSE China A50 พุ่ง 2%
การเคลื่อนไหวของ STOXX 600 ที่พลิกจากติดลบ 2.5% มาบวก 1.2% ในวันเดียวถือเป็นการกลับทิศที่ใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ ช่วงก่อนเปิดตลาดยุโรปนักลงทุนต่างเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาอย่างหนัก แต่เมื่อข่าวการเลื่อนโจมตีออกมา สภาพคล่องกลับเข้ามาในตลาดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หุ้นธนาคารและกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจฟื้นตัวแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากสองกลุ่มนี้ถูกเทขายมากที่สุดในช่วงตลาดตื่นตระหนก
ฝั่งสหรัฐฯ การที่ Nasdaq ขยับจาก +1.6% ตอนเปิดตลาดไปแตะ +2% ในช่วงบ่าย แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อยังคงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่ปฏิกิริยาชั่วคราวตอนเปิดตลาด หุ้นธนาคารใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ Morgan Stanley ซึ่งปรับตัวขึ้น 2-4% และ 2-3% ตามลำดับ ได้รับแรงหนุนจากการที่ความเสี่ยงสงครามลดลง ทำให้แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อและกิจกรรม M&A มีความเป็นไปได้สูงขึ้น
น้ำมัน WTI ดิ่ง 12.6% สู่ 82.78 ดอลลาร์ หุ้นพลังงานถูกเทขาย Repsol ร่วง 12.2% ก๊าซยุโรปลบ 8.9%
น้ำมันดิบ WTI ดิ่งลง 12.6% สู่ 82.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเช้านี้เพิ่งพุ่งขึ้นทะลุ 101 ดอลลาร์ Brent ร่วงลงแตะ 104 ดอลลาร์ ลดลง 3.55% หุ้นพลังงานพลิกจากขาขึ้นมาเป็นขาลงทันที Repsol ร่วง 12.2% Shell ลดลง 4.6% BP ลดลง 4.1% Occidental Petroleum ลดลง 3.8% ดัชนีพลังงาน STOXX 600 Energy ร่วง 3.1%
ราคา ก๊าซธรรมชาติยุโรปดิ่ง 8.9% ฟิวเจอร์สก๊าซสหรัฐฯ ร่วง 5% สู่ระดับต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ ขอบเขตการแกว่งตัวของ WTI ในวันเดียวนั้นกว้างถึงกว่า 18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตั้งแต่จุดสูงสุดที่ทะลุ 101 ดอลลาร์ในตอนเช้าไปจนถึงจุดต่ำสุดในช่วงบ่ายใกล้ 82 ดอลลาร์ นับเป็นช่วงแกว่งตัวในวันเดียวที่กว้างที่สุดในรอบหลายปี การที่ราคาพลังงานร่วงแรงขนาดนี้ภายในชั่วโมงเดียว บ่งบอกว่า geopolitical premium ที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ถูกคลายออกอย่างรวดเร็ว แม้สถานการณ์จริงยังไม่ชัดเจนว่าจะยุติสงครามได้จริงหรือไม่
การพลิกกลับของตลาดในวันเดียวเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ต้นสงคราม ตลาดเปลี่ยนจากโหมดตื่นตระหนกเป็นโหมดหวังดีภายในชั่วโมง ราคาน้ำมันที่แกว่งตัวจาก 101 ดอลลาร์ลงมา 82 ดอลลาร์ในวันเดียวแสดงให้เห็นว่า geopolitical premium ที่ฝังอยู่ในราคาน้ำมันนั้นมีขนาดประมาณ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงแรงที่สุดในตลาดยุโรป Repsol ของสเปนดิ่งถึง 12.2% เนื่องจากเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์มากจากราคาน้ำมันสูง เมื่อราคาน้ำมันร่วง กำไรที่คาดการณ์ไว้จึงลดลงทันที Shell และ BP ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของอังกฤษต่างร่วงลง 4.6% และ 4.1% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นขนาดของผลกระทบที่กว้างขวางครอบคลุมทั้งภาคพลังงานยุโรป ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและเทคโนโลยีพลิกขึ้นแรง เพราะได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงและเศรษฐกิจที่อาจกลับมาเติบโต
ดัชนี VIX ที่ดิ่งจากระดับสูงมาเหลือ 22.79 ภายในไม่กี่ชั่วโมง บ่งบอกว่าตลาดกำลังปรับลดความเสี่ยงลงอย่างรวดเร็ว ในฝั่งตลาดเกิดใหม่ ดัชนีธนาคารตุรกีร่วงลงถึง 6.5% ก่อนจะฟื้นตัวบางส่วน เนื่องจากตุรกีมีความเชื่อมโยงทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจกับตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดตุรกีอ่อนไหวต่อข่าวสงครามมากกว่าตลาดอื่น ความผันผวนในระดับนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ข่าวการ "เลื่อน" ซึ่งไม่ใช่การ "ยุติ" ก็สามารถผลักดันให้ตลาดพลิกทิศได้อย่างรุนแรง
นักวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ในยุโรปประเมินว่าแม้จะมีวิกฤต ดัชนี STOXX 600 อาจปรับตัวขึ้นราว 11% ภายในสิ้นปี สู่ระดับ 635 จุด หากมีการยุติสงครามจริง มุมมองระยะกลางยังเป็นบวก แต่ระยะสั้นยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
