น้ำมัน WTI พุ่งกว่า 3 ดอลลาร์ทะลุ 101 ดอลลาร์หลังอิหร่านขู่ถล่มโครงสร้างพลังงานอ่าว — IEA ชี้วิกฤตรอบนี้เท่ากับ 2 วิกฤตน้ำมันบวก 1 วิกฤตก๊าซ — Sinopec ยืนยันอุปทานไตรมาส 2 ปลอดภัย แต่ประเมินความเสี่ยงซื้อน้ำมันอิหร่านใหม่ — รัสเซียระงับขนส่งน้ำมัน 2 ท่าเรือหลัง โดนโดรนถล่ม — เรือ LNG กว่า 11 ลำเปลี่ยนเส้นทางจากยุโรปมาเอเชีย
น้ำมัน WTI พุ่งกว่า 3 ดอลลาร์ทะลุ 101 ดอลลาร์ หุ้นพลังงานสหรัฐฯ ขึ้นสวนตลาด
ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์ สู่ 101.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศอ่าว การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นโดยรวมยังปรับตัวลดลง แต่กลุ่มหุ้นพลังงานสหรัฐฯ กลับปรับตัวขึ้นสวนทาง โดย Chevron ขึ้น 1% และ ExxonMobil ขึ้น 1.2% ก่อนตลาดเปิด นักวิเคราะห์ระบุว่าคำขู่จากอิหร่านส่งสัญญาณความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก
IEA ชี้วิกฤตพลังงานรอบนี้เท่ากับ "2 วิกฤตน้ำมันบวก 1 วิกฤตก๊าซรวมกัน"
ผู้อำนวยการ IEA นาย ฟาติห์ บิรอล [Fatih Birol] ประเมินว่าวิกฤตพลังงานรอบนี้ "เท่ากับ 2 วิกฤตน้ำมันบวก 1 วิกฤตก๊าซรวมกัน" ถ้อยแถลงดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์มีความรุนแรงเกินกว่าวิกฤตพลังงานครั้งใดในอดีต ทั้งด้านขนาดผลกระทบและจำนวนแหล่งพลังงานที่ถูกกระทบพร้อมกัน ความแตกต่างจากวิกฤตในอดีตคือครั้งนี้เกิดการหยุดชะงักทั้งในตลาดน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และ LNG พร้อมกัน ขณะที่วิกฤตปี 1973 และ 1979 กระทบเป็นหลักเฉพาะน้ำมัน ส่วนวิกฤตก๊าซยุโรปปี 2565 ก็จำกัดอยู่ในภูมิภาคเดียว
Sinopec ยืนยันอุปทานไตรมาส 2 ปลอดภัย แต่ประเมินความเสี่ยงซื้อน้ำมันอิหร่านใหม่ เตรียมปรับลดกำลังกลั่น
ผู้บริหาร Sinopec ยืนยันว่า อุปทานน้ำมันดิบสำหรับไตรมาส 2 ได้รับการจัดหาแล้ว แต่ยอมรับว่ากำลัง ประเมินความเสี่ยงของการซื้อน้ำมันอิหร่านอย่างรอบด้าน และระบุว่า น้ำมันดิบรัสเซียที่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นมีจำนวนไม่มาก ไม่สามารถทดแทนอิหร่านได้ ประธาน Sinopec ระบุว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สร้างความท้าทายอย่างมากต่อการดำเนินงาน บริษัทจะ ปรับลดกำลังกลั่นรายเดือนในไตรมาส 2 และ วอนรัฐบาลสนับสนุนให้เข้าถึงคลังสำรองน้ำมันแห่งชาติ เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิต Sinopec เป็นโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายสำคัญ การปรับลดกำลังกลั่นจึงสะท้อนขนาดความกดดันที่บริษัทเผชิญอยู่ในขณะนี้
รัสเซียระงับขนส่งน้ำมัน 2 ท่าเรือหลังโดนโดรน — เรือ LNG 11 ลำเปลี่ยนเส้นทางมาเอเชีย — จีนคุมราคาเชื้อเพลิง
ท่าเรือ พรีมอร์สก์ [Primorsk] และ อุสต์-ลูกา [Ust-Luga] ของรัสเซีย ระงับการขนส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ทั้งสองท่าเรือนี้ถือเป็นจุดส่งออกน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำคัญของรัสเซียที่มุ่งหน้าไปยังตลาดยุโรปและเอเชีย การระงับขนส่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันรัสเซียในตลาดโลกลดลงทันที และเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น
เรือบรรทุก LNG กว่า 11 ลำที่เดิมมุ่งหน้ายุโรปเปลี่ยนเส้นทางมาเอเชีย นับตั้งแต่ต้นเดือน เนื่องจากราคา LNG ในเอเชียปรับตัวสูงกว่ายุโรปอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวทำให้อุปทาน LNG ในยุโรปยิ่งตึงตัว และกดดันราคาก๊าซในตลาดยุโรปให้ปรับตัวสูงขึ้นด้วย
จีนออกมาตรการ ควบคุมราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลภายในประเทศชั่วคราว โดยขึ้นราคาในอัตราที่ต่ำกว่าตลาดโลก รัฐบาลรับภาระส่วนต่างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค ขณะที่ นอร์เวย์ [Gassco] ปรับขนาดการหยุดจ่ายก๊าซวันที่ 23-24 มีนาคม จาก 5 เป็น 9.6 ล้านลูกบาศก์เมตร กดดันอุปทานก๊าซยุโรปเพิ่มเติม การหยุดจ่ายก๊าซจากนอร์เวย์ในระดับนี้ถือว่ามีนัยสำคัญ เนื่องจากนอร์เวย์เป็นผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่ที่สุดของยุโรป
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
