จีนเรียกร้องหยุดยิงทันทีเตือนสงครามจะดึงทั้งภูมิภาคเข้าวงจรอุบาทว์ ส่งทูตรับมือวิกฤต — โมดีประกาศอินเดียมีน้ำมันสำรอง 5.3 ล้านตัน เร่งเพิ่มอีก 6.5 ล้านตัน — กรีซอุดหนุนเชื้อเพลิง 300 ล้านยูโร สตาร์เมอร์พร้อมใช้ทุกเครื่องมือสกัดค่าครองชีพ — ค่าจ้างญี่ปุ่นขึ้น 5.26% สูงสุดรอบ 35 ปี — เวียดนาม บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ น้ำมันเหลือแค่ 3 สัปดาห์
จีนเรียกร้องหยุดปฏิบัติการทหารทันที เตือนสงครามจะดึงภูมิภาคเข้าวงจรอุบาทว์ ส่งทูตพิเศษรับมือวิกฤต
กระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดปฏิบัติการทางทหารทันที และกลับสู่โต๊ะเจรจา เตือนว่าหากสงครามขยายตัวต่อไป ทั้งภูมิภาคจะเข้าสู่วงจรอุบาทว์ที่ควบคุมไม่ได้ ในประเด็นคำขาดของทรัมป์เรื่องช่องแคบฮอร์มุซ จีน เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทหารโดยทันที พร้อมยืนยันว่า รักษาการสื่อสารกับทุกฝ่ายเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันมุ่งหน้าจีนผ่านได้อย่างปลอดภัย จีนในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก มีผลประโยชน์โดยตรงในการรักษาเสรีภาพการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันที่จีนนำเข้าประมาณ 80% ของทั้งหมด
ทูตพิเศษจีนประจำตะวันออกกลาง นาย จ้าย จุน [Zhai Jun] จัดบรรยายสรุปในปักกิ่งเรื่องการทูตกระสวยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีพาณิชย์จีนยังพบกับประธาน Volkswagen และ Bosch โดยแสดงความหวังว่าจะ แก้ไขข้อขัดแย้งทางเศรษฐกิจผ่านการเจรจา จ้าว เล่อจี้ [Zhao Leji] จะเข้าร่วมการประชุม Boao Forum วันที่ 26 มีนาคม การเข้าร่วมฟอรัมของจ้าว เล่อจี้ ซึ่งเป็นบุคคลระดับสูงในคณะกรรมการถาวรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน สะท้อนว่าปักกิ่งต้องการใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
โมดีประกาศอินเดียมีน้ำมันสำรอง 5.3 ล้านตัน เร่งเพิ่มอีก 6.5 ล้านตัน ปุ๋ยพร้อมสำหรับฤดูเพาะปลูก
นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี [Narendra Modi] แถลงว่ารัฐบาลกำลัง ดูแลให้อุปทานน้ำมันและก๊าซไม่สะดุด ยืนยันว่าอินเดียมีน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ 5.3 ล้านเมตริกตัน และกำลังเร่งเพิ่มอีก 6.5 ล้านเมตริกตัน พร้อมระบุว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่ง มีถ่านหินสำรองเพียงพอ และจัดเตรียมปุ๋ยพร้อมสำหรับฤดูเพาะปลูกฤดูร้อน อินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับสามของโลก และพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนสำคัญ การที่โมดีออกมาแถลงเรื่องน้ำมันสำรองโดยตรงจึงมีนัยสำคัญในแง่การสื่อสารกับประชาชนและตลาดในประเทศ นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าเศรษฐกิจอินเดียมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง
กรีซอุดหนุนเชื้อเพลิง 300 ล้านยูโร สตาร์เมอร์พร้อมทุกเครื่องมือสกัดค่าครองชีพ ค่าจ้างญี่ปุ่นขึ้นสูงสุด 35 ปี
นายกรัฐมนตรีกรีซประกาศ อุดหนุนเชื้อเพลิงมูลค่า 300 ล้านยูโร ช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง พร้อมอุดหนุนปุ๋ยสำหรับเกษตรกรที่แบกรับต้นทุนสูงขึ้น นายกรัฐมนตรี สตาร์เมอร์ [Keir Starmer] ของอังกฤษประกาศพร้อม "หารือทุกเครื่องมือที่มี" เพื่อรับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการอุดหนุนพลังงาน การลดภาษีชั่วคราว และการสนับสนุนกลุ่มที่เปราะบาง อังกฤษพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติผ่านท่อจากนอร์เวย์และ LNG จากตลาดโลก ทำให้ราคาพลังงานในประเทศมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ฝั่งญี่ปุ่น สหภาพแรงงาน Rengo รายงานว่าค่าจ้างเฉลี่ยปี 2569 เพิ่มขึ้น 5.26% ซึ่งจะเป็น การขึ้นค่าจ้างสูงสุดในรอบ 35 ปี การปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ญี่ปุ่นเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานและสินค้านำเข้าที่แพงขึ้น ค่าจ้างที่ปรับขึ้นจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้แรงงานและบรรเทาแรงกดดันต่อเนื่องจากค่าครองชีพ
เวียดนาม บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ น้ำมันเหลือแค่ 3 สัปดาห์
นักการทูตสหรัฐฯ ประเมินว่า เวียดนาม บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ จะหมดน้ำมันสำรองภายใน 3 สัปดาห์ หากไม่สามารถจัดหาอุปทานทดแทนได้ทันเวลา ประเทศเหล่านี้มีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ที่จำกัดและต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางเป็นหลัก เมื่อเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลอาหรับมีความเสี่ยงสูงขึ้น การจัดหาน้ำมันทดแทนในระยะเวลาสั้นจึงเป็นความท้าทายอย่างมาก ทั้งสามประเทศเป็นเศรษฐกิจขนาดกลางที่กำลังเติบโต และการขาดแคลนน้ำมันจะกระทบต่อการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า และภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
