IEA เผยโครงสร้างพลังงานตะวันออกกลางกว่า 40 แห่งเสียหายหนัก — Goldman Sachs ปรับเป้า Brent ขึ้นเป็น 85 ดอลลาร์ UOB ชี้อาจทะลุ 130 — สมาคมปิโตรเลียมญี่ปุ่นเร่งหาแหล่งทดแทนจากอเมริกาเหนือ วอนรัฐบาลปล่อยน้ำมันสำรองรอบ 2 — Sinopec ส่งสัญญาณหั่นงบลงทุนสูงสุด 20%
IEA เผยโครงสร้างพลังงานตะวันออกกลางกว่า 40 แห่งเสียหายในระดับหนักถึงหนักที่สุด
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ [IEA] ประเมินว่าสินทรัพย์ด้านพลังงานในตะวันออกกลางกว่า 40 แห่ง ได้รับความเสียหายในระดับ "หนัก" หรือ "หนักที่สุด" จากสถานการณ์สงคราม ตัวเลขนี้ถือเป็นความเสียหายระดับมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาคที่ผลิตน้ำมันมากที่สุดในโลก การซ่อมแซมจะใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปี ทำให้อุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลางถูกจำกัดไปอีกนาน
ผู้อำนวยการ IEA นาย ฟาติห์ บิรอล [Fatih Birol] ระบุว่า ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานรอบนี้ ยังไม่ถูกเข้าใจอย่างเต็มที่ในยุโรป พร้อมระบุด้วยว่าวิกฤตครั้งนี้น่าจะ เร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคการขนส่ง บิรอลย้ำว่าประเทศที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงจะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าที่ตลาดรับรู้อยู่ในขณะนี้
Goldman Sachs ปรับเป้า Brent เป็น 85 ดอลลาร์ ขณะ UOB ชี้อาจทะลุ 130 ดอลลาร์
Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบปี 2569 โดย Brent ขึ้นเป็น 85 ดอลลาร์ จาก 77 ดอลลาร์ และ WTI ขึ้นเป็น 79 ดอลลาร์ จาก 72 ดอลลาร์ ทั้งนี้ Goldman Sachs อ้างถึงการหยุดชะงักของอุปทานจากตะวันออกกลางและการกักตุนเชิงป้องกันของประเทศผู้นำเข้าเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคา
ขณะที่นักวิเคราะห์จาก UOB นาย Heng Koon How มองสถานการณ์เลวร้ายกว่า โดยประเมินว่า Brent อาจพุ่งเหนือ 130 ดอลลาร์ หากการหยุดชะงักของอุปทานยืดเยื้อและความต้องการของเอเชียไม่ชะลอตัว ช่วงคาดการณ์ที่ต่างกันถึง 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ระหว่างสองสถาบันสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์อุปทานในตะวันออกกลางที่ยังดำเนินอยู่
สมาคมปิโตรเลียมญี่ปุ่นยอมรับไม่เคยคาดว่าฮอร์มุซจะปิด เร่งหาแหล่งทดแทนจากอเมริกาเหนือ
นายกสมาคมปิโตรเลียมญี่ปุ่นยอมรับว่า "ไม่เคยคาดคิดว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดจริง" เพราะจะสร้างความเสียหายต่อทุกฝ่ายรวมถึงอิหร่านเอง แต่ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่คิดว่าจะไม่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นแล้ว ญี่ปุ่นซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงกว่า 90% จึงเผชิญแรงกดดันโดยตรงจากวิกฤตครั้งนี้
สมาคมระบุว่า อเมริกาเหนือเป็นแหล่งอุปทานทดแทนที่มีศักยภาพ ยืนยัน ไม่มีแผนจัดหาน้ำมันดิบรัสเซียนอกเหนือจากโครงการซาคาลิน และ วอนรัฐบาลญี่ปุ่นปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์รอบที่ 2 เพื่อบรรเทาวิกฤตอุปทานในระยะสั้น การปล่อยสำรองรอบแรกได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ร่วมกับ IEA
Sinopec ส่งสัญญาณหั่นงบลงทุนสูงสุด 20% ฟิวเจอร์สพลังงานจีนพุ่ง LPG แตะลิมิตอัป
Sinopec บริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของจีน ตั้งงบประมาณปี 2569 แบบยืดหยุ่น ส่งสัญญาณว่าอาจ ลดงบลงทุน [Capex] สูงสุดถึง 20% หลังกำไรลดลง 34% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ยังอยู่ในระดับต่ำ การปรับลดงบดังกล่าวจะส่งผลต่อแผนขยายกำลังการผลิตของ Sinopec ในระยะกลาง
ขณะเดียวกัน ฟิวเจอร์สพลังงานและเคมีภัณฑ์ในจีนปรับตัวขึ้น โดยยางบิวทาไดอีนและ LPG แตะราคาสูงสุดรายวัน [Limit Up] ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีน การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับแรงซื้อเก็งกำไรที่เพิ่มขึ้นในสินค้าพลังงานทั่วเอเชียนับตั้งแต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มรุนแรงขึ้น
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
