Nikkei ดิ่ง 3.55% เปิดตลาดเช้า KOSPI ร่วงหนัก 6% ตลาดเอเชียจมจากสงครามอิหร่าน — ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปีพุ่ง 5 จุดพื้นฐานแตะ 2.31% รุ่น 30 ปีขยับ 6 จุดสู่ 3.58% — ญี่ปุ่นดึงงบสำรอง 8 แสนล้านเยนอุดหนุนราคาเบนซิน — Shanghai margin balance ลดลง 8.089 หมื่นล้านหยวน
Nikkei ร่วง 3.55% KOSPI ดิ่งถึง 6% ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดด้วยแรงเทขายหนัก
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์ด้วยการร่วงลงอย่างรุนแรง ฟิวเจอร์ส นิกเกอิ [Nikkei] ของญี่ปุ่นดิ่งลง 3.55% ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลึกถึง 6% แรงเทขายหนักเกิดขึ้นพร้อมกับความกังวลเรื่องสงครามอิหร่านที่ทวีความรุนแรง ราคาพลังงานที่พุ่งสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
การร่วงลงของ KOSPI ในระดับ 6% ถือเป็นการปรับตัวที่รุนแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค เกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง วิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของภาคอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทส่งออกสำคัญในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ต่างเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ฝั่งนิกเกอิก็ได้รับผลกระทบหนักในกลุ่มหุ้นพลังงาน ยานยนต์ และการเงิน เนื่องจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนต่างชาติพากันลดสัดส่วนความเสี่ยงในช่วงเปิดตลาด
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น 10 ปีพุ่ง 5 จุดพื้นฐานแตะ 2.31% รุ่น 30 ปีขยับ 6 จุดสู่ 3.58%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น [JGB] ปรับตัวขึ้นทั่วทุกช่วงอายุ โดยรุ่น 10 ปีพุ่ง 5 จุดพื้นฐานแตะ 2.310% ขณะที่รุ่น 30 ปีขยับขึ้น 6 จุดพื้นฐานสู่ 3.580% การที่ [yield] ปรับขึ้นพร้อมกันกับตลาดหุ้นที่ร่วงลง สะท้อนความกังวลด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ยังทรงตัวสูง มากกว่าการเข้าซื้อพันธบัตรในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในสภาวะตลาดปกติ เมื่อหุ้นร่วง นักลงทุนมักเคลื่อนเงินเข้าพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้นและ yield ลดลง แต่ครั้งนี้เกิดสวนทาง กล่าวคือ yield ปรับขึ้นพร้อมกับหุ้นที่ปรับลง แสดงให้เห็นว่าผู้ถือพันธบัตรกำลังรับรู้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น เมื่อ yield สูงขึ้น ราคาพันธบัตรที่ถืออยู่ก็ปรับลดลงตามหลักคณิตศาสตร์การเงิน ผู้ที่ถือพันธบัตรระยะยาวรุ่น 30 ปีจึงได้รับผลกระทบมากกว่า เพราะ duration ที่ยาวกว่าทำให้ราคาไวต่อการเปลี่ยนแปลงของ yield มากขึ้น
ญี่ปุ่นดึงงบสำรอง 8 แสนล้านเยนอุดหนุนราคาเบนซินภายในประเทศ
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมใช้ งบประมาณสำรองราว 8 แสนล้านเยน หรือราว 1.85 แสนล้านบาท เพื่อควบคุมราคาน้ำมันเบนซินภายในประเทศ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชนจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น
การดึงงบประมาณสำรองมาใช้โดยตรงสะท้อนความเร่งด่วนของสถานการณ์ เนื่องจากกระบวนการอนุมัติงบสำรองทำได้รวดเร็วกว่าการเสนอร่างงบประมาณใหม่ผ่านรัฐสภา รัฐบาลญี่ปุ่นเคยใช้มาตรการอุดหนุนราคาพลังงานในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนในช่วงราคาน้ำมันพุ่งสูงในปีก่อนหน้า จำนวน 8 แสนล้านเยนเป็นตัวเลขที่สูงมากและจะเพิ่มภาระด้านงบประมาณให้กับรัฐบาลซึ่งมีระดับหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว แต่รัฐบาลเลือกรับภาระนี้เพื่อรักษากำลังซื้อของภาคครัวเรือน ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจในประเทศ
ยอดคงเหลือสินเชื่อ margin ในตลาดเซี่ยงไฮ้ลดลง 8.089 หมื่นล้านหยวน
ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ [Shanghai Stock Exchange] รายงานว่ายอดคงเหลือสินเชื่อเพื่อการลงทุน [financing balance] ลดลง 8.089 หมื่นล้านหยวน สู่ระดับ 1.32872 ล้านล้านหยวน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านักลงทุนจีนลดการใช้เงินกู้เพื่อซื้อหุ้นลง ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
การลดลงของยอด [margin balance] ในระดับนี้หมายความว่านักลงทุนที่ใช้สินเชื่อ margin กำลังปิดสถานะ [deleverage] ออกมา ไม่ว่าจะเกิดจากการเลือกลดความเสี่ยงเอง หรือถูกบังคับปิดสถานะเมื่อมูลค่าหลักประกันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด การที่ยอด financing balance ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 1.32872 ล้านล้านหยวน แสดงว่าแรงขายจาก margin call ยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีกหากราคาหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่อง การลดลงของยอดสินเชื่อ margin ในตลาดเซี่ยงไฮ้วันนี้จึงถือเป็นสัญญาณว่านักลงทุนรายย่อยและสถาบันในจีนต่างเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
