ทองคำฟื้นตัวหลังร่วงหนักสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ ได้แรงหนุนจากแรงซื้อช่วงราคาย่อตัว — แพลทินัมร่วงแรงกว่า 3% สู่ 1,857 ดอลลาร์ — ยูโรอ่อนค่า 0.21% ซื้อขายที่ 1.1544 ดอลลาร์ — ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว S&P 500 กลับมาทรงตัว Nasdaq ลดลงเพียง 0.1%
ทองคำฟื้นตัวหลังร่วงหนักสุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ รับแรงซื้อช่วงราคาย่อตัว
ราคาทองคำปรับตัวฟื้นขึ้นหลังจากบันทึกการร่วงลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ แรงหนุนหลักมาจากนักลงทุนที่เข้าซื้อช่วงราคาย่อตัว [dip-buying] โดยมองว่าการปรับลงเป็นโอกาสสะสม
การร่วงลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปีนั้นถือเป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากทองคำมักเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนวิ่งเข้าหาในช่วงที่ตลาดการเงินเผชิญความไม่แน่นอน การที่ราคาร่วงหนักขนาดนี้อาจเกิดจากแรงขายเชิงเทคนิคและการที่กองทุนบางส่วนต้องลดสัดส่วนทองคำเพื่อเสริมสภาพคล่อง ก่อนที่แรงซื้อจากนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสจะดึงราคากลับขึ้นมา
การฟื้นตัวรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่ปรับลดลงและความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งตามปกติแล้วปัจจัยเหล่านี้จะกดดันทองคำ เพราะเมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการถือทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนก็จะเพิ่มขึ้นตาม แต่แรงซื้อช่วงราคาย่อตัวในครั้งนี้แสดงว่านักลงทุนส่วนหนึ่งยังคงมองทองคำเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
แพลทินัมร่วงแรงกว่า 3% ซื้อขายที่ 1,857 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาแพลทินัม [Platinum] ปรับตัวลดลงแรงกว่า 3% ซื้อขายที่ระดับ1,857.35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แรงขายในแพลทินัมมาจากความกังวลด้านอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากแพลทินัมถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์เร่งปฏิกิริยาเคมี [catalytic converter] ของรถยนต์ ซึ่งอ่อนไหวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ
ความต้องการใช้แพลทินัมในภาคอุตสาหกรรมรถยนต์นั้นผูกติดกับปริมาณการผลิตและยอดขายรถยนต์โดยตรง เมื่อเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณชะลอตัวหรือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ผู้ผลิตรถยนต์มักปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบอย่างแพลทินัมลดตามไปด้วย นอกจากการใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์แล้ว แพลทินัมยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจในทำนองเดียวกัน
ทิศทางที่แตกต่างระหว่างทองคำที่ฟื้นตัวกับแพลทินัมที่ร่วงลง สะท้อนการแบ่งขั้วของตลาดระหว่างสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์ที่ผูกกับกิจกรรมเศรษฐกิจ ทองคำได้รับการมองว่าเป็น "ที่พักพิง" ของเงินทุน ขณะที่แพลทินัมถูกจัดอยู่ในกลุ่มโลหะอุตสาหกรรมที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับความคาดหวังการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ยูโรอ่อนค่า 0.21% ขณะฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว
ค่าเงินยูโร [EUR] อ่อนค่าลง0.21% เทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อขายที่1.1544 ดอลลาร์ ยูโรถูกกดดันจากความกังวลเรื่องผลกระทบของราคาพลังงานต่อเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงและยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่กดดันการดำเนินนโยบายของ [ECB]
ความเปราะบางของยุโรปต่อราคาพลังงานมีรากฐานมาจากการที่ภูมิภาคนี้นำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนที่สูงกว่าสหรัฐฯ มาก เมื่อต้นทุนพลังงานปรับสูงขึ้น ภาคการผลิตและผู้บริโภคในยุโรปต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันการบริโภคภายในและลดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกในเวลาเดียวกัน สถานการณ์นี้ทำให้ [ECB] เผชิญกับโจทย์ยากในการสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟิวเจอร์สS&P 500 E-minis กลับมาทรงตัว ขณะที่Nasdaq ลดลงเพียง 0.1% หลังร่วงลงแรงในช่วงก่อนหน้า การฟื้นตัวของฟิวเจอร์สเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่ยังคงประเมินทิศทางนโยบายการเงินและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค การที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงน้อยกว่าดัชนีอื่นๆ ในช่วงก่อนหน้า และสามารถรักษาระดับไว้ได้ในช่วงนี้ แสดงให้เห็นว่าแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
