ทูตสหรัฐฯ ประจำ UN ขู่เปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยกำลัง ชี้ทรัมป์จริงจังจะถล่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของอิหร่าน — กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติใช้โครงสร้างพื้นฐานเป็นแหล่งทุนสงคราม — FT รายงานสงครามเข้าสู่ขั้นยกระดับรอบใหม่ — ทั้งสองฝ่ายขู่โจมตีโครงสร้างพลังงานและน้ำ
ทูตสหรัฐฯ ประจำ UN เตือนพร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยกำลังทหาร หรือมอบหมายให้ชาติอื่นดำเนินการ
ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติแถลงว่า สหรัฐฯ อาจเปิดช่องแคบฮอร์มุซ [Strait of Hormuz] ด้วยกำลังทหาร หรืออาจมอบหมายภารกิจนี้ให้ประเทศอื่นดำเนินการแทน ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งสัญญาณชัดเจนว่าวอชิงตันจะไม่ยอมให้อิหร่านปิดกั้นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลกต่อไป
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 1 ใน 5 ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก การที่สหรัฐฯ พูดถึงการใช้กำลังเปิดช่องแคบ หมายความว่าปฏิบัติการทางทหารอาจขยายจากการโจมตีทางอากาศไปสู่ปฏิบัติการทางเรือขนาดใหญ่ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างกองทัพเรือสหรัฐฯ กับกองทัพเรืออิหร่าน
ทูตสหรัฐฯ ระบุทรัมป์จริงจัง เตรียมทำลายโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน
ในการสัมภาษณ์เดียวกัน ทูตสหรัฐฯ เปิดเผยว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ [Donald Trump] มีความจริงจังและเตรียม เริ่มทำลายโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอิหร่าน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานพลเรือนถือเป็นการยกระดับสงครามอย่างมีนัยสำคัญ เพราะจะกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง
ทูตยังชี้ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม [Revolutionary Guard] ใช้โครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับปฏิบัติการสงคราม ซึ่งเป็นเหตุผลที่สหรัฐฯ มองว่าเป้าหมายเหล่านี้เป็นเป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม การตีความดังกล่าวเปิดทางให้สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และสาธารณูปโภคอื่น ๆ
สงครามอิหร่านเข้าสู่ขั้นยกระดับความรุนแรงรอบใหม่ ทั้งสองฝ่ายขู่โจมตีโครงสร้างพลังงานและน้ำ
สถานการณ์ถูกประเมินว่า ทรัมป์กำลังผลักดันสงครามอิหร่านเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของการยกระดับความรุนแรง ขณะเดียวกัน ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างขู่ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบน้ำ ของอีกฝ่าย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะการโจมตีสาธารณูปโภคพื้นฐานจะส่งผลกระทบต่อพลเรือนในวงกว้าง
การที่ทั้งสองฝ่ายขู่โจมตีโครงสร้างพลังงานพร้อมกัน สร้างความกังวลอย่างยิ่งในตลาดพลังงานโลก หากโรงไฟฟ้าหรือโรงกลั่นของอิหร่านถูกทำลาย อุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านจะหยุดชะงัก ขณะที่หากอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพลังงานของพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค ผลกระทบจะลุกลามไปทั่วโลก
ตลาดน้ำมันดิบตอบสนองต่อข่าวการยกระดับสงครามอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [Brent] และ WTI เผชิญความผันผวนรุนแรง ขณะที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงซื้อหนาแน่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนที่พุ่งสูง
ข้อมูลข้างต้นเป็นการรายงานข่าวเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
