สงครามอิหร่านระอุ อิสราเอลถล่มหลายเมืองทั่วประเทศ ฐานขีปนาวุธ Yazd โดนหนัก — ขีปนาวุธชุดใหม่จากอิหร่านมุ่งหน้าอิสราเอล เลบานอนยิงจรวดเข้าแนวชายแดน — WSJ เผยสหรัฐฯ เล็งถล่มโรงไฟฟ้าก๊าซ — โลกเสี่ยงขาดแคลน LNG
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมืองสำคัญหลายจุดทั่วอิหร่าน ฐานขีปนาวุธ Yazd ถูกถล่มหนัก
สถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมืองสำคัญหลายแห่งของอิหร่านเผชิญการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วง ฐานขีปนาวุธในเมือง [Yazd] ถูกระเบิดในช่วงเช้า ขณะที่เมือง [Rasht] ทางตอนเหนือมีเสียงระเบิดดังขึ้นก่อนรุ่งสาง ส่งผลให้ไฟฟ้าดับชั่วคราวในบางพื้นที่ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
สื่ออิหร่านรายงานว่าเสียงระเบิดดังสนั่นในเมือง [Bushehr] ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สำคัญของประเทศ รวมถึงเมือง [Ahvaz] ในจังหวัด [Khuzestan] ทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมัน การโจมตีครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางตั้งแต่ภาคกลาง ภาคเหนือ ไปจนถึงภาคใต้และตะวันตกของประเทศ สะท้อนว่าปฏิบัติการทางทหารมีเป้าหมายหลากหลายทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและฐานทัพ
การถูกโจมตีพร้อมกันหลายจุดทั่วประเทศถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอิสราเอลกำลังเพิ่มระดับปฏิบัติการอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกเป้าหมายที่เป็นฐานขีปนาวุธ ซึ่งเป็นขีดความสามารถหลักของอิหร่านในการตอบโต้
อิหร่านยิงขีปนาวุธชุดใหม่ตอบโต้ เลบานอนเปิดแนวรบที่สอง
ท่ามกลางการถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง อิหร่านยังคงตอบโต้ด้วยกำลังทางทหาร กองทัพอิสราเอลแถลงว่าตรวจพบขีปนาวุธชุดใหม่ที่ถูกยิงจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่ดินแดนอิสราเอล แม้จะถูกโจมตีฐานขีปนาวุธไปแล้วหลายจุด แต่อิหร่านยังสามารถปฏิบัติการยิงตอบโต้ได้ แสดงว่าระบบขีปนาวุธของอิหร่านมีการกระจายตัวและยังไม่ถูกทำลายทั้งหมด
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อแนวรบทางเหนือของอิสราเอลปะทุขึ้นอีกครั้ง สื่ออิสราเอลรายงานว่าตรวจพบการยิงจรวดจากเลบานอน พร้อมกับที่หน่วยป้องกันภัยแผ่นดินอิสราเอลเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศในพื้นที่ [Ras al-Naqura] ทางตอนเหนือสุดของประเทศ บ่งชี้ว่ากลุ่ม [Hezbollah] เข้ามามีส่วนร่วมในการโจมตีตอบโต้
การเปิดแนวรบสองด้านพร้อมกันถือเป็นความท้าทายสำคัญ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลต้องรับมือทั้งขีปนาวุธพิสัยไกลจากอิหร่านและจรวดระยะใกล้จากเลบานอน ซึ่งเป็นภาระหนักต่อทรัพยากรทางทหาร
WSJ เผยสหรัฐฯ วางเป้าหมายถล่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติของอิหร่าน
แหล่งข่าวจาก [Wall Street Journal] รายงานข้อมูลสำคัญว่าโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สหรัฐฯ พิจารณาโจมตีในอิหร่าน สอดคล้องกับท่าทีของประธานาธิบดี [Trump] ที่ขู่จะ "ทำลายล้าง" โรงไฟฟ้าอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบ [Hormuz] ภายใน 48 ชั่วโมง
การกำหนดเป้าหมายโรงไฟฟ้าก๊าซจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบพลังงานของอิหร่าน เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักทั้งในการผลิตไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และการบริโภคภาคครัวเรือน การตัดขาดแหล่งพลังงานนี้จะทำให้เศรษฐกิจอิหร่านได้รับผลกระทบขนานใหญ่ และอาจบีบให้อิหร่านต้องยอมเจรจาในที่สุด
โลกเสี่ยงวิกฤตก๊าซ เรือ LNG ล็อตสุดท้ายจากอ่าวเปอร์เซียใกล้ถึงท่าเรือ
ผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามเริ่มส่งสัญญาณรุนแรงมากขึ้น โลกกำลังเผชิญภาวะ "หน้าผาอุปทานก๊าซ" เมื่อเรือขนส่ง [LNG] ล็อตสุดท้ายจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียใกล้เดินทางถึงท่าเรือปลายทาง ความขัดแย้งที่ลุกลามทำให้เส้นทางขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบ [Hormuz] เต็มไปด้วยความเสี่ยง หากช่องแคบถูกปิดกั้นจริง อุปทานก๊าซธรรมชาติเหลวจะหยุดชะงักทันที
สงครามยังส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในภูมิภาคโดยตรง มีเสียงเรียกร้องให้ปรับปรุงมาตรการคุ้มครองแรงงานจากเอเชียใต้ที่ทำงานในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบ ทั้งในแง่ความปลอดภัยส่วนบุคคลและโอกาสในการจ้างงาน
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ $98.14 ต่อบาร์เรล สะท้อนความกังวลของตลาดต่อวิกฤตอุปทานพลังงาน ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์หลบภัยปรับตัวขึ้นแตะ $4,499 ต่อออนซ์ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนทั่วโลกยังคงเร่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยืดเยื้อ
