CATL-BYD นำทัพบริษัทจีนกว่า 100 แห่งแข่งพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ Perovskite — สหภาพยุโรปเร่งประเทศสมาชิกลดสำรองก๊าซก่อนฤดูหนาว — Trump ขู่ส่งเจ้าหน้าที่ ICE ดูแลสนามบินหากเดโมแครตไม่ยอมลงนามข้อตกลง
CATL และ BYD ร่วมบริษัทจีนกว่า 100 แห่งแข่งขันพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ Perovskite เทคโนโลยีที่อาจพลิกโฉมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์
CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก และ BYD ยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ไฟฟ้าและพลังงาน ร่วมกับบริษัทจีนกว่า 100 แห่งเข้าสู่สนามแข่งขันพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์แบบ Perovskite ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์
Perovskite เป็นวัสดุที่มีโครงสร้างผลึกพิเศษ สามารถดูดซับแสงอาทิตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อได้เปรียบเหนือเซลล์ซิลิคอนแบบดั้งเดิมคือต้นทุนการผลิตต่ำกว่า น้ำหนักเบา และสามารถผลิตเป็นแผ่นบางยืดหยุ่นได้ แม้ว่าความท้าทายเรื่องอายุการใช้งานและความเสถียรยังคงเป็นอุปสรรคที่ต้องแก้ไข
การที่ CATL ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่โลกกว่า 1 ใน 3 เข้าสู่ตลาดเซลล์แสงอาทิตย์ สะท้อนยุทธศาสตร์ของบริษัทจีนในการครอบครองห่วงโซ่คุณค่าพลังงานสะอาดตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการกักเก็บพลังงาน BYD ก็มีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์เช่นกัน เพราะเซลล์แสงอาทิตย์สามารถผนวกเข้ากับระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จได้อย่างลงตัว ตัวเลขบริษัทที่เข้าร่วมกว่า 100 แห่งบ่งบอกว่าจีนกำลังเทงบวิจัยและพัฒนาเข้าสู่เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง
สหภาพยุโรปเร่งประเทศสมาชิกลดปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติให้เหลือน้อยลงก่อนถึงฤดูหนาวหน้า
สหภาพยุโรป [EU] ออกนโยบายเร่งรัดให้ประเทศสมาชิกลดปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติก่อนถึงฤดูหนาวครั้งถัดไป นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ยุโรปมีพื้นที่จัดเก็บเพียงพอสำหรับการเติมก๊าซรอบใหม่ในช่วงฤดูร้อน
ท่ามกลางสถานการณ์สงครามอิหร่านที่คุกคามเส้นทางขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง ยุโรปต้องเร่งจัดการความมั่นคงด้านพลังงานของตนเอง แม้ก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ของยุโรปจะไม่ได้มาจากตะวันออกกลางโดยตรง แต่ราคาก๊าซในตลาดโลกเชื่อมโยงกัน การที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจากสงครามย่อมส่งผลกระทบทางอ้อมต่อราคาก๊าซด้วย
การบริหารจัดการสำรองก๊าซที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ EU ใช้รับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงาน เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตเหมือนในอดีตที่สำรองก๊าซลดต่ำจนต้องแย่งซื้อในราคาแพงช่วงฤดูหนาว
Trump ขู่ส่งเจ้าหน้าที่ ICE ไปดูแลความปลอดภัยสนามบิน หากฝ่ายเดโมแครตไม่ยอมลงนามข้อตกลง
ประธานาธิบดี Donald Trump โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ขู่ว่าจะย้ายเจ้าหน้าที่ ICE [Immigration and Customs Enforcement] ไปประจำการที่สนามบินเพื่อดูแลความปลอดภัย หากฝ่ายเดโมแครตไม่ยอมลงนามข้อตกลงที่จะทำให้สนามบินอเมริกา "เป็นอิสระและปลอดภัย" อีกครั้ง
ICE เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่ปกติทำหน้าที่จับกุมและเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย การขู่ว่าจะส่ง ICE ไปประจำสนามบินเป็นการใช้ประเด็นความมั่นคงชายแดนเชื่อมโยงกับความปลอดภัยการบิน ซึ่งเป็นวาทกรรมที่ Trump ใช้กดดันฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอยู่เป็นประจำ
ท่าทีของ Trump เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังทุ่มทรัพยากรทางทหารจำนวนมากเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การเมืองภายในประเทศยังคงดำเนินไปแม้ในยามสงคราม โดย Trump ยังคงผลักดันวาระด้านตรวจคนเข้าเมืองและความมั่นคงภายในควบคู่กับนโยบายต่างประเทศ
คำเตือน: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
