สหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ Natanz ด้วยระเบิดเจาะบังเกอร์ — อิหร่านตอบโต้ถล่มสนามบิน Ben Gurion — IAEA ยันไม่พบกัมมันตรังสีรั่วไหล เรียกร้องยับยั้งทางทหาร
สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดและระเบิดเจาะบังเกอร์โจมตี Natanz โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของอิหร่าน
โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม Natanz ถูกโจมตีอย่างหนักในวันที่ 21 มีนาคม 2569 โดยสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านยืนยันว่าเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ขณะที่แหล่งข่าวจากฝั่งอิสราเอลเปิดเผยว่าการโจมตีครั้งนี้ใช้อาวุธหนักโดยมีสหรัฐฯ ร่วมปฏิบัติการ
สำนักข่าวแพร่ภาพกระจายเสียงของอิสราเอลให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินปฏิบัติการหลัก โดยส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดพร้อมด้วยระเบิดเจาะบังเกอร์ [bunker-busting bombs] ซึ่งเป็นอาวุธที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทำลายเป้าหมายที่ฝังลึกใต้ดิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลยืนยันว่าการโจมตี Natanz เป็นฝีมือ "อเมริกา" พร้อมใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์
แหล่งข่าวอิสราเอลยังเปิดเผยด้วยว่า ฝ่ายข่าวกรองสงสัยว่าอิหร่านอาจลักลอบย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจำนวนหนึ่งไปยังสถานที่ลับก่อนหน้าที่จะถูกโจมตี ซึ่งหากเป็นจริงอาจทำให้ผลลัพธ์ของปฏิบัติการไม่บรรลุเป้าหมายอย่างเต็มที่ แหล่งข่าวเดียวกันระบุว่าอิสราเอลตัดทางเลือกปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อเข้ายึดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านออกไปแล้ว
ท่ามกลางรายงานที่สอดคล้องกันจากหลายแหล่ง กองทัพอิสราเอลกลับออกแถลงการณ์ในทิศทางตรงกันข้าม ระบุว่าไม่ทราบเรื่องการโจมตีใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโรงงานนิวเคลียร์ Natanz ของอิหร่าน สร้างความคลุมเครือต่อท่าทีอย่างเป็นทางการของฝ่ายทหารอิสราเอลในปฏิบัติการครั้งนี้
กองทัพอิหร่านประกาศโจมตีคลังน้ำมันเชื้อเพลิงสนามบิน Ben Gurion ตอบโต้
กองทัพอิหร่านประกาศเปิดปฏิบัติการตอบโต้โดยโจมตีคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่สนามบิน Ben Gurion ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติหลักของอิสราเอล การเลือกเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สนามบินพลเรือนสะท้อนถึงการยกระดับความรุนแรงของการตอบโต้ทางทหาร
กองทัพอิสราเอลยืนยันว่าเครื่องบินขับไล่ลำหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจในน่านฟ้าอิหร่านถูกขีปนาวุธพื้นสู่อากาศโจมตี แม้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายของเครื่องบินหรือสถานะของนักบิน แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านยังคงสามารถทำงานได้แม้อยู่ภายใต้การโจมตีอย่างหนัก
ฐานทัพ Isfahan ถูกทำลาย ท่าเรือ Bushehr เสียหายหนัก — เป้าหมายอิหร่านถูกโจมตีหลายจุดพร้อมกัน
การโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Natanz ฐานทัพ Basu al-Reza ในหมู่บ้าน Dashti จังหวัด Isfahan ถูกทำลายจากการโจมตี ตามรายงานของสื่ออิหร่าน Isfahan เป็นจังหวัดที่ตั้งของโรงงาน Natanz และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในโครงสร้างทางทหารของอิหร่าน
ทางตอนใต้ สำนักข่าว Tasnim รายงานว่าการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอลพุ่งเป้าไปที่ท่าเรือ 2 แห่งใน Bushehr เมื่อช่วงเช้า สิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลและท่าจอดเรือได้รับความเสียหาย เรือหลายลำถูกทำลาย ในฐานะที่ Bushehr เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวที่เปิดดำเนินการของอิหร่าน การโจมตีท่าเรือในเมืองนี้ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถด้านการขนส่งทางทะเลของอิหร่านโดยตรง
IAEA ยืนยันไม่พบกัมมันตรังสีรั่วไหลนอก Natanz เรียกร้องทุกฝ่ายแสดงความยับยั้งชั่งใจ
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ [IAEA] ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่พบระดับกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นบริเวณนอกพื้นที่ Natanz หลังการโจมตี ช่วยคลายความกังวลเรื่องการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีไปยังชุมชนโดยรอบในเบื้องต้น
ผู้อำนวยการ IAEA เรียกร้องอีกครั้งให้ทุกฝ่ายใช้"ความยับยั้งชั่งใจทางทหาร" เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ การโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดต่อความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ แม้ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการรั่วไหล แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านยังต้องรอการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ
ภาพรวมสถานการณ์สะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งสองฝ่ายเลือกเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ตั้งแต่โรงงานนิวเคลียร์ ฐานทัพ ท่าเรือ ไปจนถึงสนามบินนานาชาติ ผลกระทบต่อเสถียรภาพภูมิภาคตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลกเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในขณะนี้
คำเตือน: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
