UAE สกัดขีปนาวุธ 341 ลูกและโดรน 1,748 ลำนับจากอิหร่านเปิดศึก อังกฤษเปิดฐานทัพให้สหรัฐฯ — อิรักไล่ล่ากลุ่มโจมตีสำนักงานข่าวกรอง — อินเดีย Modi ประณามโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน — แคนาดาอาจรับอานิสงส์น้ำมัน 9 หมื่นล้านดอลลาร์
UAE สกัดขีปนาวุธ 341 ลูก จรวดร่อน 15 ลูก และโดรน 1,748 ลำนับตั้งแต่อิหร่านเปิดฉากโจมตี
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ [UAE] เปิดเผยสถิติการป้องกันภัยทางอากาศ ระบุว่านับตั้งแต่อิหร่านเริ่มโจมตี ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE สกัดกั้นขีปนาวุธ 341 ลูก จรวดร่อน 15 ลูก และโดรน 1,748 ลำ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงขนาดของการโจมตีที่ UAE ต้องรับมือตลอดช่วงที่ผ่านมา
เฉพาะวันที่ 21 มีนาคม 2569 ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE สกัดขีปนาวุธ 3 ลูกและโดรน 8 ลำ แม้ตัวเลขในวันเดียวจะดูไม่มากนัก แต่เมื่อรวมกับยอดสะสมที่สูงลิ่ว แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันทางทหารต่อ UAE ยังคงต่อเนื่องไม่ขาดสาย UAE ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าของภูมิภาค ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลในการป้องกันประเทศ
อังกฤษเปิดฐานทัพให้สหรัฐฯ ใช้ในปฏิบัติการป้องกัน ประกาศปกป้องพลเมืองในตะวันออกกลาง
กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ระบุว่าเครื่องบินรบและทรัพยากรทางทหารของอังกฤษยังคงปฏิบัติภารกิจปกป้องพลเมืองอังกฤษในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญกว่านั้น กระทรวงกลาโหมอังกฤษเปิดเผยว่ารัฐบาลได้อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอังกฤษในปฏิบัติการป้องกันเฉพาะ ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าอังกฤษสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค การเปิดให้ใช้ฐานทัพช่วยขยายขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์และการปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำนักงานข่าวกรองอิรักถูกโจมตีก่อการร้ายในกรุงแบกแดด เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย
ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ-อิสราเอล สำนักงานข่าวกรองอิรักในกรุงแบกแดดตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีก่อการร้าย โดยเจ้าหน้าที่ 1 นายเสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตีบริเวณรอบสำนักงาน หน่วยข่าวกรองอิรักประกาศจะไล่ล่าผู้ก่อเหตุและนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย
อิรักซึ่งมีพรมแดนติดทั้งอิหร่านและมีกองกำลังสหรัฐฯ ประจำอยู่ ตกอยู่ในสถานะยากลำบากท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจ การโจมตีสำนักงานข่าวกรองในเมืองหลวงบ่งชี้ว่าผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในพื้นที่สู้รบโดยตรง แต่ลุกลามเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย
นายกฯ Modi สนทนากับประธานาธิบดีอิหร่าน ประณามโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน ย้ำเสรีภาพในการเดินเรือ
นายกรัฐมนตรี Narendra Modi ของอินเดียโทรศัพท์สนทนากับประธานาธิบดี Dr. Masoud Pezeshkian ของอิหร่าน โดยอวยพรเนื่องในเทศกาล Eid และ Nowruz พร้อมแสดงความหวังว่าเทศกาลแห่งความสุขจะนำมาซึ่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันตก
Modi ประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในภูมิภาค ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวคุกคามเสถียรภาพและทำลายห่วงโซ่อุปทานของโลก พร้อมย้ำความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือและความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งทางทะเล ผู้นำอินเดียยังชื่นชมอิหร่านที่ดูแลพลเมืองอินเดียในอิหร่านอย่างต่อเนื่อง
ท่าทีของอินเดียสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามรักษาสมดุลทางการทูต ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง อินเดียมีส่วนได้เสียโดยตรงกับเสถียรภาพของเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค
ผู้ผลิตน้ำมันแคนาดาอาจได้รับอานิสงส์ 9 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดาจากสงครามอิหร่าน
ในมิติทางเศรษฐกิจ สงครามอิหร่านส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันแคนาดามีโอกาสได้รับอานิสงส์มูลค่าราว 9 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา [C$90,000 ล้าน] เนื่องจากอุปทานน้ำมันจากอิหร่านที่หายไปจากตลาดโลกย่อมเปิดช่องให้ผู้ผลิตรายอื่นเข้าทดแทน
แคนาดาซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบหากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง ตัวเลข 9 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดาเป็นประมาณการรายได้ส่วนเพิ่มที่อุตสาหกรรมน้ำมันแคนาดาอาจได้รับ ครอบคลุมทั้งการเพิ่มปริมาณผลิตและส่วนต่างราคาที่สูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม
ภาพรวมของสถานการณ์แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านแผ่ขยายไกลเกินกว่าพื้นที่สู้รบ ครอบคลุมทั้งมิติการทูต ความมั่นคงภูมิภาค และเศรษฐกิจพลังงานโลก ชาติต่างๆ ปรับท่าทีตอบสนองตามผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางทหาร การทูตสายกลาง หรือการฉวยโอกาสทางเศรษฐกิจ
คำเตือน: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
