ตลาดเดิมพัน ECB และ BOE ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งเต็มจำนวน — บอนด์อังกฤษ 10 ปีพุ่งสูงสุดตั้งแต่ 2551 — iTraxx Crossover แตะ 10.5 เดือนสูงสุด — UBS คาด BOE ลด 2 ครั้งปลายปี — ทอง +1%
ตลาดเดิมพัน ECB และ BOE ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งเต็มจำนวนภายในปีนี้
นักเทรดเพิ่มการเดิมพันดอกเบี้ยจนตอนนี้กำหนดราคาเต็มจำนวน [fully pricing] ว่าทั้งธนาคารกลางยุโรป [ECB] และธนาคารกลางอังกฤษ [BOE] จะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งภายในปีนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในความคาดหวังด้านนโยบายการเงินยุโรปในรอบหลายปี เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อน ตลาดยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ย การพลิก 180 องศาภายในเวลาสั้นสะท้อนว่าช็อกด้านพลังงานจากสงครามอิหร่านกำลังเปลี่ยน paradigm นโยบายการเงินโลก
การขึ้น 3 ครั้งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 75 จุดพื้นฐาน จากระดับปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือนทั่วยุโรป โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์อังกฤษที่สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่เป็นอัตราลอยตัว สำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น ดอกเบี้ยขาขึ้นจะกดดัน valuation โดยเฉพาะหุ้นเติบโต [growth stocks] ที่มีกระแสเงินสดในอนาคตไกล ตลาดพันธบัตรยุโรปปรับตัวอย่างรุนแรงรับข่าว โดยผลตอบแทนพันธบัตรทั่วยุโรปพุ่งขึ้นยกแผง สะท้อนว่านักลงทุนกำลังปรับพอร์ตครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับทิศทางดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
บอนด์อังกฤษ 10 ปีพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 — 20 ปีสูงสุดตั้งแต่กันยายน 2568
ผลตอบแทนพันธบัตรอังกฤษอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 (2008) ซึ่งเป็นปีวิกฤตการเงินโลก ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 20 ปีแตะ 5.492% สูงสุดนับตั้งแต่กันยายน 2568 เพิ่มขึ้น 10 จุดพื้นฐานภายในวัน การที่บอนด์อังกฤษแตะจุดสูงสุดรอบ 17 ปี บ่งชี้ว่าตลาดมองว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่เคยคาดมาก ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลอังกฤษที่พุ่งขึ้นจะกดดันงบประมาณและอาจนำไปสู่มาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม นายกรัฐมนตรี Starmer กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งขึ้น ซึ่งอาจบังคับให้ต้องทบทวนแผนใช้จ่ายภาครัฐในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ
ผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนพุ่งขึ้นเช่นกัน หลังรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์พิจารณาปิดล้อมเกาะ Kharg ดัชนี iTraxx Europe Crossover ซึ่งวัดความเสี่ยงสินเชื่อยุโรปพุ่งแตะ 335 จุดพื้นฐาน สูงสุดในรอบ 10.5 เดือน สะท้อนว่าตลาดสินเชื่อกำลังตีราคาความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนต่างสินเชื่อที่กว้างขึ้นหมายถึงบริษัทยุโรปจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นในการออกหุ้นกู้ ภาคอุตสาหกรรมที่มีหนี้สูงจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะธุรกิจสาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องรีไฟแนนซ์หนี้ในสภาพแวดล้อมที่ต้นทุนสินเชื่อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
UBS สวนกระแสคาด BOE จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งปลายปี — ทองปรับขึ้น 1% — ผิดนัดชำระหนี้ซ้ำแตะสถิติ
UBS Global Research และ UBS Global Wealth Management มีมุมมองแตกต่างจากตลาดอย่างชัดเจน คาดว่า BOE จะลดดอกเบี้ยครั้งละ 25 จุดในเดือนพฤศจิกายน 2569 และกุมภาพันธ์ 2570 เปลี่ยนจากเดิมที่คาดว่าจะลดในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคม แม้จะยังเชื่อว่า BOE จะลดดอกเบี้ย แต่ UBS ต้องเลื่อนกำหนดออกไปอย่างมาก สะท้อนว่าแม้ฝั่งที่มองว่าดอกเบี้ยจะลดก็ต้องยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป
ทองคำ [Spot Gold] ปรับตัวขึ้น 1% มาที่ $4,691.19 ต่อออนซ์ ฟื้นตัวจากการร่วงหนักก่อนหน้า ขณะที่ S&P Global Ratings รายงานว่าจำนวนบริษัทที่ผิดนัดชำระหนี้ซ้ำ [repeat defaulters] แตะระดับสูงสุดใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ บ่งชี้ว่าคุณภาพสินเชื่อในตลาดกำลังเสื่อมลง Fitch Ratings ระบุว่าผู้ค้าปลีกยุโรปเผชิญอุปสงค์ที่อ่อนตัว ท้าทายการปรับปรุงเครดิต สะท้อนว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตพลังงานกำลังแพร่กระจายไปทั่วภาคเศรษฐกิจ แนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณภาพสินเชื่อในยุโรปกำลังเสื่อมถอย ซึ่งหากรวมกับดอกเบี้ยขาขึ้นแล้ว อาจสร้างวงจรลบที่กดดันภาคธุรกิจในวงกว้าง
