โรงกลั่นคูเวตถูกโดรนโจมตีอีกระลอก — สต็อกน้ำมันลอยน้ำลดฮวบ 1.8 ล้านบาร์เรลใน 3 สัปดาห์ — IEA แนะหลีกเลี่ยงเดินทางทางอากาศ ใช้ขนส่งสาธารณะ — สเปนลด VAT น้ำมันเหลือ 10% — เอเชียหันพึ่งถ่านหินหลัง LNG ตึงตัว
โรงกลั่น Mina Al-Ahmadi คูเวตถูกโดรนโจมตีอีกระลอก — อิหร่านเปิดทางเรืออินเดียผ่านฮอร์มุซ
โรงกลั่นน้ำมัน Mina Al-Ahmadi ของคูเวตถูกโจมตีด้วยโดรนในช่วงกลางคืน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในบางหน่วยผลิต บรรษัทปิโตรเลียมแห่งชาติคูเวต [KPC] ระบุว่าทีมดับเพลิงเข้าจัดการแล้ว และปิดบางหน่วยเพื่อความปลอดภัย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการโจมตีโครงสร้างพลังงานคูเวตครั้งที่ 2 ในรอบไม่กี่วัน หลังจากก่อนหน้านี้มีการระงับโรงกลั่น 2 แห่ง
ท่ามกลางความตึงเครียด อิหร่านเปิดทางให้เรือสินค้าจากอินเดียผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น ตามรายงานของ CNN News 18 การผ่อนปรนนี้อาจเป็นสัญญาณทางการทูตจากเตหะรานที่ต้องการแสดงว่าไม่ได้ปิดกั้นช่องแคบทั้งหมด โดยเฉพาะกับประเทศที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายตรงข้าม
สต็อกน้ำมันลอยน้ำลดฮวบ 1.8 ล้านบาร์เรล อุปทานอ่าวเปอร์เซียตึงตัวเข้าสัปดาห์ที่ 3
สต็อกน้ำมันดิบบนเรือ [floating oil stocks] กำลังหมดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียยังคงถูกจำกัดติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 สต็อกลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดกำลังใช้สำรองเร็วกว่าที่เติม หากสถานการณ์ดำเนินต่อไป สต็อกอาจหมดลงจนไม่มีบัฟเฟอร์เหลือ ซึ่งจะผลักราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้นอีก
ก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับลดลงถึง 3% ในวันศุกร์ หลังอิสราเอลและสหรัฐฯ ส่งสัญญาณให้ตลาดมั่นใจขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์โจมตีโครงสร้างพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย ฟิวเจอร์ส LPG ในจีนพุ่งขึ้นกว่า 8% สะท้อนความตึงตัวของอุปทานก๊าซปิโตรเลียมเหลว
IEA แนะหลีกเลี่ยงเดินทางทางอากาศ ใช้ขนส่งสาธารณะ เปลี่ยนการใช้ LPG จากขนส่ง
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ [IEA] เผยแพร่รายงานเสนอมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานหลายข้อ ประกอบด้วย การหลีกเลี่ยงการเดินทางทางอากาศหากมีทางเลือกอื่น การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะ และการเปลี่ยนการใช้ LPG ออกจากภาคขนส่งไปยังการใช้งานที่จำเป็นกว่า
ข้อเสนอของ IEA สะท้อนว่าองค์กรพลังงานระดับโลกประเมินว่าวิกฤตครั้งนี้รุนแรงพอที่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคพลังงาน ไม่ใช่แค่เพิ่มอุปทาน มาตรการเหล่านี้คล้ายกับที่เคยเสนอในช่วงวิกฤตน้ำมันครั้งก่อนๆ
สเปนลด VAT น้ำมันเหลือ 10% จาก 21% — เอเชียหันพึ่งถ่านหินหลัง LNG จากกาตาร์หดตัว
รัฐบาลสเปนประกาศลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม [VAT] สำหรับเชื้อเพลิงลงเหลือ 10% จาก 21% เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามอิหร่าน ตามรายงานของวิทยุ SER การลด VAT เกือบครึ่งหนึ่งถือเป็นมาตรการที่กว้างขวาง สะท้อนแรงกดดันทางการเมืองจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางบังคับให้ประเทศในเอเชีย ตั้งแต่เกาหลีใต้ไปจนถึงบังกลาเทศ หันมาพึ่งพาถ่านหินมากขึ้น เนื่องจากอุปทาน LNG ตึงตัวหลังโรงงาน Ras Laffan ของกาตาร์ได้รับความเสียหาย การกลับมาใช้ถ่านหินเป็นพลังงานหลักสวนทางกับเป้าหมายลดคาร์บอนที่ประเทศเหล่านี้ตั้งไว้ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านอุปทานย่อมมาก่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าออสเตรเลีย [ACCC] ระบุว่าราคาน้ำมันขายปลีกยังคงเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นวิกฤต จีนจัดประชุมเดินหน้ากำหนดมาตรฐานบังคับด้านความปลอดภัยและการติดฉลากแผงโซลาร์เซลล์
