S&P 500 ปิดต่ำกว่าเส้น 200 วันครั้งแรกตั้งแต่พฤษภาคม — ดอลลาร์ดิ่ง 1% หลุด 100 แตะ 99.15 — ดัชนีเหมืองทองร่วง 6.6% ติดลบทั้งปี — เม็ดเงินทะลักเข้ากองทุนตลาดเงินสหรัฐฯ แตะสถิติ $7.856 ล้านล้าน
S&P 500 ปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 9 พฤษภาคม
ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน [200-day moving average] เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ถือเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่นักลงทุนสถาบันให้ความสำคัญอย่างมาก เส้น 200 วันเป็นแนวแบ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการแยกระหว่างแนวโน้มตลาดขาขึ้นและขาลง การปิดต่ำกว่าเส้นนี้มักกระตุ้นให้กองทุนที่ใช้กลยุทธ์ตามสัญญาณทางเทคนิค [trend-following] และโมเดล CTA ลดสถานะการถือครองหุ้นลง ซึ่งอาจสร้างแรงขายเพิ่มเติมในวันถัดไป
ระหว่างวันตลาดเคลื่อนไหวอย่างผันผวนรุนแรง หุ้นเปิดร่วงแรงก่อนจะปรับตัวลดการลดลง จากนั้นช่วงหนึ่ง S&P 500 พลิกกลับมาเป็นบวกชั่วครู่เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ก่อนจะกลับมาอ่อนตัวอีกครั้งในช่วงท้ายตลาดจนปิดต่ำกว่าแนว 200 วัน ความผันผวนภายในวันสะท้อนว่าตลาดกำลังถูกดึงสองทิศทาง ด้านหนึ่งคือความหวังว่าสงครามจะจบเร็วหลังทรัมป์และเนทันยาฮูส่งสัญญาณเชิงบวก อีกด้านคือความกังวลเรื่องผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานที่ยังคงสูงลิ่ว
ดอลลาร์ดิ่ง 1% หลุดระดับ 100 แตะ 99.15 สวนทางกับกระแสหนีความเสี่ยง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ [Dollar Index] ร่วงลง 1% มาที่ 99.15 หลุดระดับ 100 ซึ่งเป็นแนวจิตวิทยาสำคัญ การอ่อนค่าของดอลลาร์ถือเป็นเรื่องผิดปกติในช่วงที่ตลาดอยู่ในโหมดหนีความเสี่ยง เนื่องจากโดยปกติดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ครั้งนี้การอ่อนค่าอาจสะท้อนหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ทั้งความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่จะกลับมาเร่งตัวจากราคาพลังงาน ประกอบกับการที่ตลาดตัดคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยออกไปทั้งปี ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ
การที่ดอลลาร์อ่อนค่าพร้อมกับหุ้นร่วงและพันธบัตรระยะสั้นให้ผลตอบแทนพุ่ง บ่งชี้ว่าทุนกำลังไหลออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ ในวงกว้าง ซึ่งเป็นสัญญาณที่หายากและน่ากังวลสำหรับสถานะดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองโลก ปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้น 1% แตะจุดสูงสุดของวัน สะท้อนว่านักลงทุนกระจายออกจากดอลลาร์ไปสกุลเงินหลักอื่น
ดัชนีเหมืองทองร่วง 6.6% พลิกติดลบทั้งปี — เม็ดเงินทะลักเข้ากองทุนตลาดเงินสหรัฐฯ แตะสถิติ .856 ล้านล้าน
ดัชนี NYSE Arca Gold Miners ร่วงลง 6.6% พลิกกลับมาติดลบสำหรับทั้งปี หลังจากก่อนหน้านี้เคยเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในตลาด การร่วงลงของหุ้นเหมืองทองแม้ว่าราคาทองคำยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงต้นปีมาก สะท้อนว่านักลงทุนกำลังลดการเปิดรับความเสี่ยงในทุกประเภทสินทรัพย์โดยไม่เลือก รวมถึงกลุ่มที่เคยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง [hedge]
สินทรัพย์ในกองทุนตลาดเงินสหรัฐฯ [US money-market funds] พุ่งแตะสถิติใหม่ที่ 7.856 ล้านล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Investment Company Institute [ICI] ตัวเลขนี้ยืนยันว่านักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันกำลังถอนเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงไปพักในที่ปลอดภัย กองทุนตลาดเงินให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจจากอัตราดอกเบี้ยสูง ขณะเดียวกันก็มีสภาพคล่องพร้อมเคลื่อนย้ายกลับเข้าตลาดได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ปรากฏการณ์ที่เม็ดเงินทะลักเข้ากองทุนตลาดเงินพร้อมกับหุ้นร่วงและดอลลาร์อ่อน สะท้อนภาวะ "cash is king" ที่นักลงทุนเลือกถือเงินสดมากกว่าสินทรัพย์ใดๆ ในช่วงที่ความไม่แน่นอนพุ่งสูงสุดในรอบหลายปี
