Xiaomi พุ่ง 5.8% ก่อนเปิดตัว SU7 รุ่นใหม่ — Tencent ทุ่มงบ AI เพิ่มเท่าตัวปี 2569 นักวิเคราะห์ประเมินกดกำไรระยะสั้น — กระทรวงอุตฯ จีนดันรถ NEV ชิปรถยนต์ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ — หุ้นทอง Zijin ร่วง 6.8% เงินเซี่ยงไฮ้ดิ่ง 8% — Southbound ซื้อสุทธิ 1.2 หมื่นล้าน HKD
Xiaomi พุ่ง 5.8% ขึ้นแท่นหุ้นมูลค่าสูงอันดับ 4 ของฮ่องกง ก่อนเปิดตัว SU7 รุ่นใหม่และโมเดล AI
หุ้น เสี่ยวมี่ [Xiaomi Group-W] รหัส 01810.HK พุ่งขึ้น 5.8% ในตลาดหุ้นฮ่องกง หลังบริษัทเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SU7 รุ่นใหม่ในเวลา 19:00 น. วันที่ 19 มีนาคม พร้อมกับเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ การพุ่งขึ้นครั้งนี้ทำให้ [Xiaomi] ก้าวขึ้นเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาด [Market Cap] สูงสุดอันดับ 4 ของตลาดหุ้นฮ่องกง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ "ระบบนิเวศ AI + รถยนต์ไฟฟ้า" ที่บริษัทผลักดัน
รุ่น SU7 ใหม่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2.149 แสนหยวนขึ้นไป การรวมการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ากับโมเดล AI ในงานเดียวกันบ่งชี้ถึงทิศทางที่ [Xiaomi] ต้องการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ากับประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ
Tencent วางแผนเพิ่มงบ AI เป็น 2 เท่าในปี 2569 นักวิเคราะห์ประเมินกดกำไรระยะสั้นแต่หนุนระยะยาว
เทนเซนต์ [Tencent Holdings] เตรียมทุ่มงบลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 เท่าจากระดับ 1.8 หมื่นล้านหยวนในปี 2568 เบิร์นสไตน์ [Bernstein] ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น [Tencent] ลงเป็น 790 ดอลลาร์ฮ่องกง จาก 820 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยระบุว่า [Tencent] กำลังเข้าสู่ช่วงลงทุนหนัก แม้จะหนุนรายได้ในอนาคตแต่กดกำไรต่อหุ้นในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า
ซิตี้ [Citi] วิเคราะห์ในทิศทางเดียวกันว่าการเพิ่มงบ AI เป็น 2 เท่าอาจทำให้ "การเติบโตของกำไรชะลอตัวเมื่อเทียบกับรายได้ในระยะใกล้" แต่ยังคงมองเป็นบวกต่อศักยภาพระยะยาว ดัชนี Hang Seng Tech ร่วงลงกว่า 2% ระหว่างวัน โดยหุ้นกลุ่ม AI และเทคโนโลยีชั้นนำเป็นตัวนำทางลง
กระทรวงอุตสาหกรรมจีนจัดประชุมผู้ผลิตรถยนต์ 17 ราย ผลักดันชิปรถยนต์ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ NEV รถบรรทุกหนัก
กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน [MIIT] จัดประชุมร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 17 ราย เพื่อกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยประกาศมาตรการหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่ การเร่งพัฒนา ชิปรถยนต์และซอฟต์แวร์หลัก เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ส่งเสริมการนำไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น
[MIIT] ยังเร่งรัดการวิจัยและพัฒนาด้าน ขับเคลื่อนอัตโนมัติ [Autonomous Driving] โดยจะปรับกระบวนการอนุมัติทดสอบให้คล่องตัวขึ้น เร่งการกำหนดมาตรฐาน และเปิดทางสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ มาตรการอื่นๆ รวมถึงการส่งเสริมรถบรรทุกหนักพลังงานใหม่ [NEV Heavy Trucks] ให้แพร่หลายมากขึ้น การศึกษาแนวทางกำกับนโยบายสินเชื่อรถยนต์ [Auto Finance] และการเร่งโครงการแลกรถเก่าเพื่อกระตุ้นการบริโภค
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ [MIIT] กำชับให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ปฏิบัติตามเงื่อนไขชำระเงินภายใน 60 วัน ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อปัญหาซัพพลายเออร์ถูกกดดันด้านสภาพคล่อง พร้อมทั้งจะกำกับดูแลการแข่งขันในอุตสาหกรรม เพิ่มการตรวจสอบราคาและสำรวจต้นทุน เพื่อป้องกันสงครามราคาที่ทำลายอุตสาหกรรม
หุ้นทอง Zijin ร่วง 6.8% เงินเซี่ยงไฮ้ดิ่ง 8% ทองแดงลด 4% ลิเทียมร่วง 6% — Southbound ซื้อสุทธิ 1.2 หมื่นล้าน HKD
หุ้นกลุ่มทองคำและโลหะมีค่าในฮ่องกงและจีนถูกเทขายอย่างหนัก ซื่อจินไมนิง [Zijin Mining Group] ผู้ผลิตทองคำและทองแดงรายใหญ่สุดของจีน หุ้นร่วงลง 6.8% ในฮ่องกงและ 5.6% ในเซี่ยงไฮ้ หุ้น เหลาผู่ โกลด์ [Laopu Gold] ลดลง 5.4% แม้ [Zijin] จะประกาศแผนขยายธุรกิจเข้าสู่โลหะเชิงยุทธศาสตร์อย่างทังสเตนและยูเรเนียม เพื่อรองรับอุปสงค์ด้านพลังงานและการป้องกันประเทศที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
ตลาดฟิวเจอร์สโลหะในเซี่ยงไฮ้ปรับตัวลงยกแผง สัญญาเงิน [Silver] ที่ซื้อขายมากที่สุดดิ่งลงกว่า 8% สู่ 18,455 หยวนต่อกิโลกรัม สัญญาทองแดง [Copper] ลดลงกว่า 4% และสัญญาลิเทียมคาร์บอเนต [Lithium Carbonate] ร่วงลงกว่า 6% ราคาทองแดงร่วงสู่จุดต่ำสุดตั้งแต่เดือนธันวาคม เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่พุ่งสูงเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก เงิน [Spot Silver] ลดลง 1% ระหว่างวัน
ดัชนี เสินเจิ้นคอมโพเนนต์ [Shenzhen Component] ร่วงลงกว่า 2% มูลค่าการซื้อขายในตลาด [SSE] และ [SZSE] ทะลุ 1.5 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8.9 หมื่นล้านหยวนจากช่วงเวลาเดียวกันในวันก่อนหน้า สะท้อนแรงเทขายที่หนักแต่ยังมีปริมาณการซื้อขายสูง เงินทุนต่างชาติผ่านช่องทาง Southbound Stock Connect ไหลเข้าซื้อสุทธิสูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง ตลอดทั้งวัน สะท้อนว่านักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่มองว่าการปรับฐานเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นฮ่องกงในราคาที่ถูกลง
HSBC ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี [Best Lending Rate] ในฮ่องกงที่ 5.00% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สกุลดอลลาร์ฮ่องกงไม่เปลี่ยนแปลง สอดคล้องกับท่าทีของ [HKMA] ที่ระบุว่าตลาดการเงินและการเงินของฮ่องกงยัง "ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ" แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยของฮ่องกง สถาบันการเงิน ยูเนียน บองแกร์ พริเว [Union Bancaire Privée] เลือกเงินหยวนจีนเป็นสกุลเงินเดิมพันอันดับต้น โดยคาดว่าจะแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีข้างหน้า
บริษัท เอเอซี เทคโนโลยีส์ [AAC Technologies] รายงานกำไรปี 2568 ที่ 2,512 ล้านหยวน หุ้นปรับขึ้น 2.2% สู่ 34.16 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่ จาสจีต เซคอน [Jasjeet Sekhon] หัวหน้านักวิทยาศาสตร์และหัวหน้าฝ่าย AI ของ บริดจ์วอเตอร์ แอสโซซิเอตส์ [Bridgewater Associates] จะย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ [Chief Strategy Officer] ที่ ดีปมายด์ [DeepMind] ของ [Google]
