ทองดิ่ง 3,550 ผันผวน 106 ครั้ง — เฟดลดเป้าลดดอกเบี้ย ดอลลาร์กดหนัก
| ครั้งที่ | เวลา | ทองแท่ง (บาทละ) | ทองรูปพรรณ (บาทละ) | Gold Spot (USD) |
เปลี่ยนแปลง (บาท) |
||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ซื้อเข้า | ขายออก | ซื้อเข้า | ขายออก | ||||
| 1 | 09:00 | 68,400 | 68,600 | 67,037.52 | 69,400 | 4,388 | -1,850 |
| 2 | 09:03 | 68,800 | 69,000 | 67,416.52 | 69,800 | 4,414 | +400 |
| 3 | 09:15 | 68,600 | 68,800 | 67,234.60 | 69,600 | 4,400 | -200 |
| 4 | 09:18 | 68,800 | 69,000 | 67,416.52 | 69,800 | 4,414 | +200 |
| 5 | 09:20 | 68,600 | 68,800 | 67,234.60 | 69,600 | 4,401 | -200 |
| 6 | 09:21 | 68,700 | 68,900 | 67,325.56 | 69,700 | 4,408 | +100 |
| 7 | 09:32 | 68,600 | 68,800 | 67,234.60 | 69,600 | 4,401 | -100 |
| 8 | 09:34 | 68,500 | 68,700 | 67,128.48 | 69,500 | 4,394 | -100 |
| 9 | 09:40 | 68,400 | 68,600 | 67,037.52 | 69,400 | 4,387 | -100 |
| 10 | 09:54 | 68,200 | 68,400 | 66,840.44 | 69,200 | 4,371 | -200 |
| ⋮ ปรับขึ้นลงอีก 62 ครั้ง (ครั้งที่ 11–72) | |||||||
| 73 | 14:55 | 65,600 | 65,800 | 64,293.56 | 66,600 | 4,204 | ▼ ต่ำสุด |
| ⋮ ปรับขึ้นลงอีก 33 ครั้ง (ครั้งที่ 74–106) | |||||||
| 106 | 17:16 | 66,700 | 66,900 | 65,369.92 | 67,700 | 4,271 | ปิดตลาด |
| สรุปเปลี่ยนแปลงสุทธิจากราคาปิดวันก่อนหน้า (106 ครั้ง) | -3,550 | ||||||
เฟดหั่นคาดการณ์ลดดอกเบี้ยเหลือ 1 ครั้ง ดอลลาร์พุ่ง — ทองดิ่ง 3,550 ปิดที่ 66,900
📊 ราคาทองแท่ง 96.5% วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม 2569 ปิดตลาดที่ 66,900 บาท (ขายออก) ร่วงลงสุทธิ 3,550 บาท จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 70,450 บาท นับเป็นหนึ่งในวันที่ตลาดทองคำไทยผันผวนหนักที่สุดในรอบหลายปี โดยสมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาทั้งสิ้น 106 ครั้ง ตลอดทั้งวัน ขณะที่ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกปิดที่ 67,700 บาท
ด้านราคาทองคำโลก [Gold Spot] ปิดเทรดช่วงตลาดไทยที่ $4,271 ต่อออนซ์ หลังเปิดตลาดที่ $4,388 และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ $4,414 ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องจนถึงจุดต่ำสุดราว $4,204 ในช่วงบ่าย แรงกดดันหลักมาจากธนาคารกลางสหรัฐ [Fed] ที่ปรับลดคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 จาก 2 ครั้งเหลือเพียง 1 ครั้ง ส่งสัญญาณชัดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดเคยคาด ขณะเดียวกันสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และเสริมแรงให้ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง กลายเป็นแรงกดดันซ้ำอีกชั้นต่อราคาทองคำทั่วโลก
ราคาทองในประเทศ 💰
ราคาทองในประเทศวันนี้เปิดตลาดด้วยช่องว่างลดลง [Gap Down] ขนาดใหญ่ถึง 1,850 บาท จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 70,450 บาท (ทองแท่ง 96.5% ขายออก) สาเหตุหลักมาจาก Gold Spot ที่ปรับตัวลดลงแรงในช่วงคืนวันศุกร์ถึงเช้าวันจันทร์ ราคาในแต่ละช่วงเวลาสำคัญมีดังนี้
- เปิดตลาด — 68,600 บาท (09:00 น.) ร่วงลง 1,850 บาทจากราคาปิดวันก่อน
- สูงสุด — 69,000 บาท (09:03 น.) ดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อช่วงเปิดตลาด ก่อนกลับมาอ่อนตัว
- ต่ำสุด — 65,800 บาท (14:55 น.) จุดต่ำสุดของวัน ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับ
- ปิดตลาด — 66,900 บาท (17:16 น.) ฟื้นตัว 1,100 บาทจากจุดต่ำสุด
ทองรูปพรรณ 96.5% ขายออกปิดที่ 67,700 บาท ลดลง 3,550 บาทจากวันก่อนที่ 71,250 บาท ส่วนราคาซื้อคืน (ซื้อเข้า) ปิดที่ 65,369.92 บาท
กรอบราคาทองแท่งขายออกวันนี้กว้างถึง 3,200 บาท (สูงสุด 69,000 – ต่ำสุด 65,800 บาท) ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมากเมื่อเทียบกับวันทั่วไปที่กรอบมักแคบเพียง 200-500 บาท สะท้อนว่าตลาดอยู่ในช่วง Panic Selling อย่างแท้จริง
📉 จากการปรับราคาทั้งสิ้น 106 ครั้ง แนวโน้มหลักตลอดทั้งวันเป็นขาลงอย่างชัดเจน ทองเปิดตลาดพร้อม Gap Down 1,850 บาท แล้วแกว่งตัวอยู่ในกรอบ 68,200-69,000 ช่วงเช้า ก่อนจะหลุดแนวรับ 68,000 ในช่วงก่อนเที่ยง จากนั้นเร่งตัวลงต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย ไล่ลงจนถึงจุดต่ำสุดที่ 65,800 บาท เวลา 14:55 น. ก่อนจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดันราคาฟื้นตัวขึ้นมาปิดตลาดที่ 66,900 บาท
ราคาทองโลก (Gold Spot) 🌍
ราคาทองคำโลก [Gold Spot] ในช่วงตลาดไทย (09:00-17:16 น.) เคลื่อนไหวในกรอบกว้างราว $210 ต่อออนซ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เปิดช่วงเช้า — $4,388/oz
- สูงสุด — $4,414/oz (ช่วง 09:03 น. ตามเวลาไทย)
- ต่ำสุด — $4,204/oz (ช่วง 14:55 น. ตามเวลาไทย)
- ปิดช่วงไทย — $4,271/oz
ทองคำโลกเผชิญแรงเทขายอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อน สัปดาห์ที่ผ่านมาทองร่วงลงราว 11% ภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 โดยร่วงลงราว 11% ภายในสัปดาห์เดียว หากนับจาก Gold Spot ที่เคยเทรดอยู่แถว $5,190 ช่วงวันที่ 12 มีนาคม ลงมาอยู่ที่ $4,271 ในวันนี้ ถือว่าราคาร่วงลงไปแล้วกว่า 17% ในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของตลาดทองคำโลก
ก่อนหน้านี้ทองเคยพุ่งขึ้นไปแตะ $5,423 หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ตามสัญชาตญาณ Safe Haven แต่หลังจากนั้นกลับร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผลกระทบจากสงครามส่งผ่านช่องทางราคาน้ำมัน → เงินเฟ้อ → ดอกเบี้ย ซึ่งเป็นลบต่อทอง มากกว่าจะส่งผลบวกผ่านช่องทางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
💵 อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-บาทอยู่ที่ราว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวเล็กน้อยช่วยพยุงราคาทองในประเทศไม่ให้ร่วงแรงเท่ากับทองโลก อย่างไรก็ตาม จากการที่ Gold Spot ลดลงราว 2.7% ระหว่างวัน ($4,388 → $4,271) ขณะที่ทองแท่งขายออกลดลง 2.5% จากราคาเปิด (68,600 → 66,900) ถือว่าทิศทางราคาสอดคล้องกัน ส่วนที่ร่วงลงสุทธิ 3,550 บาทจากราคาปิดวันก่อนนั้น ส่วนใหญ่มาจาก Gap Down ตั้งแต่เปิดตลาดซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวของ Gold Spot ในช่วงที่ตลาดไทยปิดทำการ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทอง 24 ชม. ⚡
- เฟดลดคาดการณ์ลดดอกเบี้ย — ธนาคารกลางสหรัฐ [Fed] คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% พร้อมปรับลดคาดการณ์จำนวนครั้งที่จะลดดอกเบี้ยในปี 2569 จาก 2 ครั้งเหลือเพียง 1 ครั้ง หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้ผลิต [PPI] ร้อนกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้ตลาดมองว่าดอกเบี้ยจะอยู่สูงนานกว่าเดิม กดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่สร้างผลตอบแทนระหว่างถือครอง
- สงครามอิหร่านและราคาน้ำมัน — ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงยืดเยื้อ ผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ [Strait of Hormuz] น้ำมันแพงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้ Fed ยิ่งลดดอกเบี้ยได้ยาก ส่งผลลบต่อทองผ่านช่องทางดอกเบี้ยแทนที่จะเป็นบวกจากสถานะ Safe Haven
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า — ดัชนีดอลลาร์ [DXY] ฟื้นตัวจากระดับ 99.45 ช่วงต้นเดือน เนื่องจากตลาดปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยขึ้น ทำให้ทองซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เป็นแรงกดดันโดยตรงต่อราคา Gold Spot
- บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น — อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นตามมุมมองดอกเบี้ยที่จะคงอยู่ในระดับสูงนาน ทำให้สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนประจำ เช่น พันธบัตร มีความน่าสนใจมากกว่าทองคำ นักลงทุนจึงเทขายทองเพื่อย้ายเงินเข้าตลาดตราสารหนี้แทน
- แรงเทขายเชิงเทคนิค — การร่วงลง 11% ในสัปดาห์เดียว (สัปดาห์แย่สุดตั้งแต่ปี 1983) ทำให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญหลายระดับ กระตุ้นคำสั่งขายอัตโนมัติ [Stop Loss] และยังมีแรงเทขายจากกองทุนที่ต้อง Margin Call เพิ่มเติม ซ้ำเติมแรงขายให้หนักขึ้นไปอีก
แนวโน้มและจุดสังเกต 🔶
ตลาดทองคำยังอยู่ในช่วงปรับฐานหลังร่วงลงอย่างรุนแรง แม้ราคาจะเริ่มมีแรงซื้อกลับในช่วงท้ายวัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจุดต่ำสุดผ่านไปแล้ว ประเด็นที่ต้องจับตาในระยะสั้นได้แก่
- สถานการณ์สงครามอิหร่าน — หากมีสัญญาณเจรจาหยุดยิงหรือสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจปรับลดลง ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และเปิดทางให้ Fed พิจารณาลดดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อทอง ในทางกลับกัน หากสถานการณ์บานปลายกว่านี้ ทองอาจยังถูกกดดันต่อเนื่อง
- แนวรับทองแท่ง — 65,800 บาท (ต่ำสุดวันนี้) และ 65,000 บาท | Gold Spot: $4,200 และ $4,150
- แนวต้านทองแท่ง — 68,000 บาท และ 69,000 บาท | Gold Spot: $4,350 และ $4,414
- ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ — จับตาดัชนีราคาผู้บริโภค [CPI] สหรัฐ, รายงานการประชุม [FOMC Minutes] และตัวเลขตลาดแรงงานที่จะเป็นตัวชี้ทิศทางดอกเบี้ยในช่วงถัดไป
- ค่าเงินบาท — หากเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันนำเข้า อาจช่วยพยุงราคาทองในประเทศไม่ให้ลดลงเท่าทองโลก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ
ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายทองคำหรือการลงทุนใดๆ ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
